ผักพื้นบ้านเพื่อสุขภาพ
Text size:
By กองบรรณาธิการเว็บไซต์
Bookmark and Share


ผักพื้นบ้านเพื่อสุขภาพ


        มีผักสีเขียวชนิดหนึ่งสามารถเจริญเติบโต และอยู่รอดได้โดยการฝังตัวบนผืนทรายตามชายฝั่งทะเล ซึ่งเป็นพื้นที่ ๆ มีคุณสมบัติในการระบายน้ำดี (เกินไป) อุ้มน้ำได้น้อย มีความสามารถในการจับหรือแลกเปลี่ยนประจุธาตุอาหารต่ำ ทรายชายทะเลนั้นมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำมาก มีธาตุอาหารน้อย ทว่าในอีกด้านหนึ่ง ชายทะเลมีความชื้นในบรรยากาศค่อนข้างสูง การสลายตัวของซากพืช ซากสัตว์เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว อุณหภูมิอยู่ในช่วงที่พืชสังเคราะห์แสงได้ตลอดปี ส่งผลให้เจ้าผักชนิดนี้สามารถดูดซึมสารอาหารบางส่วนไปเลี้ยงตนเองได้เป็นอย่างดี ผักสีเขียวที่ว่านี้ก็คือผัก ‘ลิ้นห่าน’ ซึ่งมีเฉพาะภาคใต้ของเราเท่านั้น แค่ชื่อก็ฟังดูแปลก ทำให้ภาพของน้องห่านลอยขึ้นมาทันที! เอ๊... ลิ้นห่านมันเป็นยังไงน้าาา ??... (แต่เราคงไม่ต้องถึงกับไปง้างปากห่านดูล่ะมั้ง !) สำหรับชื่ออาจจะไม่ค่อยคุ้นหูสำหรับคนสมัยใหม่เท่าที่ควร แต่จะเป็นที่รู้จักของชาวภูเก็ตตั้งแต่รุ่นเก่าก่อนซะมากกว่า... ปัจจุบันเริ่มหารับประทานได้ยาก จัดว่าเป็นพืชที่ใกล้จะสูญพันธุ์ไปแล้วก็ว่าได้ เนื่องจากพื้นที่และที่ดินเหล่านั้นได้ถูกนายทุนกว้านซื้อไปเกือบหมดแล้ว แต่ก็ยังมีหลงเหลืออยู่บ้างตามบ้านเรือนที่ได้เพาะพันธุ์ไว้สำหรับขายและบริโภคเอง




        ลักษณะของผักลิ้นห่าน สามารถสังเกตได้ง่าย ๆ เผื่อว่าใครอาจจะเคยรู้จักมักคุ้นแต่ยังไม่แน่ใจว่าใช่หรือเปล่า ?... ลิ้นห่านเป็นพืชล้มลุก คนภูเก็ตชอบไปหาผักลิ้นห่านตามสันทรายชายทะเล เป็นเถาเลื้อยติดดินทราย มีใบรอบต้น ใบยื่นยาวคล้ายลิ้น รอบขอบใบหยัก ปลายใบโค้ง ในหนึ่งต้นมีหลายใบโดยจะแตกต้นอ่อนออกเป็นคู่ ใบยาวประมาณ 15 - 20 ซม. แถมความสวยงามน่ารักด้วยดอกสีเหลืองคล้ายดอกกระดุมทอง ก้านดอกยาวประมาณ 3 - 5 ซม. ก้านดอกตั้งตรงมีฐานรองดอกหุ้มกลีบดอกเป็นแฉกมี 8 - 10 กลีบ ซึ่งสามารถบริโภคได้ทั้งต้นและใบ นำมาประกอบอาหารได้หลายเมนูตามใจชอบ ที่นิยมคือ ทานสดกับน้ำพริก และต้มกะทิ ปัจจุบันมีเมนูใหม่คือ ผัดไฟแดง หรือจะเอามาดองก็อร่อย หรอยจังฮู้....หากหาซื้อที่ไหนไม่ได้ก็ลองแวะไปที่ชุมชนหมู่ 4 บ้านไม้ขาว จ.ภูเก็ต ที่มีชาวบ้านนำมาปลูกเป็นแปลงไว้
พิเศษสุดสำหรับแฟน ๆ ภูเก็ตบูลเลทิน เราก็มีสูตรแกงกะทิผักลิ้นห่าน รสชาติ หอม มัน ที่ถือว่าเป็นเมนูเด็ดสุด ๆ มีขั้นตอนและวิธีการทำที่ง่ายมากค่ะ ซึ่งจะต้องเตรียมส่วนผสมดังนี้...



       ส่วนผสม
                ผักลิ้นห่าน            150 กรัม
                กุ้งสด                     100 กรัม
                หัวหอมเล็ก           30 กรัม
                กะปิ                        2 ช้อนชา
                มะพร้าวขูด           250 กรัม
                เกลือ                       1 ½ - 2 ช้อนชา
วิธีทำ

  1. ล้างผักลิ้นห่านให้สะอาด
  2. ปอกเปลือกกุ้ง และผ่าหลัง
  3. โขลกหัวหอมและกะปิให้ละเอียด
  4. นำมะพร้าวขูดมาคั้นหัวกะทิ ¾ ถ้วยตวง และ หางกะทิ ½ ถ้วยตวง
  5. นำหางกะทิใส่หม้อตั้งไฟ ใส่กะปิหัวหอมโขลกที่เตรียมไว้ เคี่ยวจนเดือดแล้วจึงใส่กุ้งสด ปรุงรสด้วยเกลือ จากกนั้นเมื่อกุ้งเกือบสุก ให้ใส่ผักลิ้นห่าน หัวกะทิ คนพอเข้ากัน รอให้เดือดอีกครั้งก็ตักเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อน ๆ ได้เลยค่ะ

                                เห็นไหมล่ะคะว่าวิธีการทำง่ายนิดเดียว เทคนิคการปรุงเมนูนี้ ก็คือ หลังจากใส่ผักลิ้นห่านลงไปในหม้อแล้ว ให้เคี่ยวแค่ให้ผักพอสุกเท่านั้น จะได้รสชาติผักที่อร่อยกว่าการเคี่ยวจนผักเปื่อยค่ะ
เรามีเมนูประเภทต้มกันแล้ว... ก็มาถึงทีของผักเกร็ด หรือถ้าจะเรียกให้คุ้นหูชาวใต้บ้านเราก็คือ ‘ผักเหนาะ’ ที่นิยมรับประทานคู่กับน้ำพริก ขนมจีน หรือรับประทานสดในแต่ละมื้ออาหาร ไม่ว่าจะเป็นยอดจิก ดอกเทียม ยอดลำเพ็ง ลูกโพล๊ะ ผักพื้นบ้านที่สามารถหารับประทานได้บริเวณริมธาร หรือบริเวณพื้นที่ ที่มีความชื้นอยู่มากในป่า หรือป่ายางของภาคใต้ รอช้าอยู่ใย เราไปรู้จักชื่อเสียงเรียงนาม และรูปร่าง หน้าตาของผักเหล่านั้นกันเลย...
ยอดจิก เป็นไม้ยืนต้น ลำต้นมีขนาดใหญ่ ลักษณะยอดมีสีเขียวอมแดง คล้ายยอดมันปู แต่มีใบที่แหลมกว่า มีผลเรียงรายสลับกันไปมาแลดูสวยงาม ซึ่งผักชนิดนี้ชอบอาศัยอยู่ในพื้นที่โล่ง ๆ ตามท้องนานิยมบริโภคเฉพาะส่วนยอด รสชาติเปรี้ยว ส่วนใหญ่จะรับประทานคู่กับขนมจีน สามารถหาบริโภคได้ทุกฤดูกาล
ดอกเทียม เป็นไม้ยืนต้นสูงใหญ่ ดอกมีลักษณะคล้ายดอกหญ้าเป็นช่อสีขาว เจริญเติบโตได้ทุกสภาพแวดล้อม บริโภคได้ทั้งดอกและยอด รสชาติขมมาก แต่ถ้าจะเพิ่มความอร่อยต้องนำไปย่างไฟให้มีกลิ่นหอม หรือจะนำไปลวกเพื่อลดความขมลงก็ได้ มีสรรพคุณช่วยลดความดัน นิยมรับประทานคู่กับน้ำพริก สามารถหาบริโภคได้เฉพาะช่วงเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์เท่านั้น

                ยอดลำเพ็งหรือ ลำเท็ง เป็นไม้เถาเลื้อยเกาะยึดไม้อื่น ใบมีลักษณะคล้ายยอดผักกูด สีแดงอมน้ำตาล ปลายในเรียวแหลม ขอบใบหยักเล็กน้อย ผิวใบด้านหน้าเรียบมันวาว หลังใบมีเส้นใบนูน ใบแก่จะแข็ง มีขนตามก้านใบ ขยายพันธุ์โดยแยกเถาปลูก ขึ้นง่าย ให้ยอดตลอดปี ซึ่งมักจะขึ้นอยู่ในบริเวณที่ลุ่มน้ำ หรือ ริมธาร  ชอบที่ราบลุ่ม ชื้นแฉะ ป่าพรุ ที่มีแสงสว่างส่องถึง บริโภคเฉพาะยอดอ่อน นอกจากจะรับประทานคู่กับน้ำพริกก็สามารถนำมาสร้างสรรค์ได้หลายเมนู เช่น ต้มส้ม แกงเลียง แกงส้ม แกงกะทิ ผัดน้ำมันหอย นอกจากนี้ลำเพ็งยังมีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพร โดยใช้รากลำเพ็งรักษาแผลงูกัด ยอดอ่อนมีสรรพคุณบำรุงเลือด เถาใช้เป็นยาบำรุงหญิงที่เพิ่งคลอดลูก ใช้ใบตำผสมกับดินประสิวดิบเล็กน้อยโปะกระหม่อมเด็กแก้ร้อนใน ทั้งต้น ต้มแก้ไข้พิษ ไข้ปวดหัวตัวร้อน ไข้หวัด หืดหอบ ไข้สันนิบาต

        ลูกโพล๊ะ เป็นไม้ยืนต้นเนื้ออ่อน ลำต้นไม่สูงมาก อยู่ในป่าชื้นริมธาร ลักษณะคล้ายกับมะเขือพวง เป็นผลกลม ๆ สีเขียวใส ๆ รสชาติฝาด ๆ มัน ๆ แต่จะออกผลในช่วงเดือนเมษายน – พฤษภาคม เท่านั้น เนื่องจากถ้าเป็นฤดูที่ฝนตกมาก พืชชนิดนี้จะไม่สามารถออกผลได้
                ที่กล่าวมาเหล่านี้ล้วนเป็นผักพื้นบ้านที่มีลักษณะที่แตกต่างกันไปตามสภาพท้องถิ่น สามารถนำมาปรุงง่าย ๆ สะดวก รวดเร็ว รับประกันว่าอร่อยลืมไม่ลง เช่น นำมาแกงเลียง แกงกะทิ ลวก ผัด แกงส้ม แกงเผ็ด ดอง ผัดเผ็ด เป็นต้น ผักพื้นบ้านมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ให้วิตามิน เกลือแร่ น้ำตาล และกากอาหาร ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย มีคุณค่าทางยารักษาโรคได้ เนื่องจากผักพื้นบ้านมีหลายชนิด แต่ละชนิดย่อมมีรสชาติแตกต่างกันออกไป รสชาติเหล่านี้ล้วนมีสรรพคุณทางยาทั้งสิ้นดังเช่น
                ‘รสหวาน’ ช่วยบำรุงกำลังทำให้ชุ่มชื่น แต่ถ้ากินมากไปย่อมทำให้ง่วงเหงาหาวนอนและเกียจคร้าน
                ‘รสเค็ม’ ช่วยแก้โรคที่เกี่ยวข้องกับผิวหนัง เช่น ชา ค้น แต่ถ้ากินมากไปจะทำให้ร้อนใน กระหายน้ำ
                ‘รสเปรี้ยว’ ช่วยกัดฟอกเสมหะ กระตุ้นน้ำลาย ทำให้เจริญอาหาร หากกินมากไปทำให้ท้องอืด ร้อนใน แก้โรคเสมหะเหนียว ฟอกเลือดสตรี แก้ไอ กัดเสมหะ แก้กระหายน้ำ
                ‘รสฝาด’ มีฤทธิ์ฝาดสมานรักษาแผล แก้ท้องเสีย หากกินมาไปทำให้ท้องผูก ท้องอืด รสขม ช่วยแก้อาการเพ้อ คลั่ง ลดไข้ โลหิตเป็นพิษ หากกินมากไปจะทำให้อ่อนเพลีย ไร้เรี่ยวแรง
                และแน่นอนว่าผักเหล่านี้เป็นผักปลอดสารพิษและยาฆ่าแมลง เพราะผักพื้นบ้านเป็นผักที่ขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่งแตกต่างไปตามชนิดของผัก ถ้านำมาปลูกก็ดูแลรักษาง่าย แถมยังราคาประหยัด เพราะหามาประกอบอาหารได้ง่ายตามสภาพท้องถิ่น หากจำเป็นต้องซื้อ มีจำหน่ายตามตลาดในท้องถิ่น หาซื้อง่าย ราคาถูก เป็นการประหยัดทั้งทรัพย์และประหยัดชีวิตที่ไม่ต้องไปเสี่ยงกินผักที่อาจปนเปื้อนยาฆ่าแมลงอีกด้วย
                สุดท้ายนี้เราก็มีเทคนิคการประกอบอาหารจากผักพื้นบ้าน เพื่อให้ได้รสชาติที่ดีเยี่ยมมาฝากท่านผู้อ่านกันด้วย เพราะอาหารจากผักพื้นบ้านบางชนิด เช่น ผักใบเขียวทั้งหลายต้องรับประทานขณะร้อน ๆ จะได้รสชาติที่ดีกว่า ในการปรุงจึงมีเทคนิคง่าย ๆ ดังนี้

  • การเลือกผัก ควรเลือกผักที่สด หากเก็บหรือหามาเองควรปรุงขณะยังสดอยู่
  • การปรุงอาหารประเภทลวกนั้น ในการลวกผักต้องต้มน้ำให้เดือดจึงใส่ผัก และในน้ำควรเติมเกลือเล็กน้อยจะทำให้ผักมีสีเขียวสด น่ารับประทานยิ่งขึ้น
  • ผักใบเขียวทุกชนิด เมื่อล้างแล้ว ควรใช้วิธีเด็ดเป็นใบ ๆ หรือเด็ดกลางใบ ไม่นิยมหั่นด้วยมีด
  • การปรุงควรใช้น้ำน้อย ไฟแรง ควรใส่ผักเมื่อน้ำเดือดพล่าน ใช้เวลาสั้น ควรให้น้ำแกงท่วมแล้วยกลงจากเตา ตักใส่จาน ชาม หรือถ้วย เพราะถ้าผักอยู่ในภาชนะที่ปรุงนาน ๆ จะทำให้ผักเปื่อย รสชาติก็จะเปลี่ยนไปด้วย

ผักพื้นบ้านเหล่านี้เป็นดั่งของหายากในปัจจุบัน ยังมีอีกหลายชนิดที่ไม่ได้กล่าวถึง แต่เป็นส่วนประกอบที่ขาดไม่ได้ของอาหารจานเด็ดของคนใต้ วัฒนธรรมการรับประทานผักพื้นเมืองเป็นสิ่งที่สืบสานกันมายาวนาน หากในปัจจุบันชีวิตมีแต่ความเร่งรีบ ภาพผู้คนที่เดินทอดน่องลัดเลาะเก็บผักเหล่านี้ตามแหล่งต่าง ๆ ใกล้บ้าน และนำมาร่วมวงรับประทานกันด้วยความเอร็ดอร่อยกำลังจะเลือนหายไปกับกาลเวลา คนส่วนใหญ่หันไปนิยมจับจ่ายและหาซื้อผักตามศูนย์การค้าที่มาพร้อมกับการปนเปื้อนของสารพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ  

เราควรหันมาช่วยกันอนุรักษ์ ร่วมกันปลูกผักพื้นบ้านกันเถอะ การบริโภคผักพื้นบ้านเป็นประจำ นอกจากจะประหยัดแล้วยังทำให้มีชีวิตที่ยืนยาวอีกด้วย

 

อ้างอิง
http://www.tungsong.com/NakhonSri/vegetable/group_2/2_24.html
http://www.qsbg.org/Database/Article/image/biodiver.pdf
http://arts.kmutt.ac.th/ssc210/Group%20Project/ASSC210/how%20to%20eat/puk.html

 




 เรื่องอื่น ๆ







Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
ตุลาคม 2560
  • 75 ถนนภูเก็ต : ปรัชญาปารมิตตาสูตรหฤทัยสูตร (อธิบาย 2)
  • เรื่องจากปก : ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์
  • Business : Weserve ทางเลือกใหม่ของไลฟ์สไตล์คนภูเก็ต
  • Business : ภูเก็ต... จุดหมายวัยเกษียณ
  • ห้องรับแขก : ไตรกีฬา สร้างชีวิต... ริคกี้ - เอกรัช พันธ์ทิพย์

















Copyright© 2005 - 2017 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink