ถ้ำมรกต เกาะกระดาน ความงดงามที่ต้องจดจำ
Text size:
By กองบรรณาธิการภูเก็ตบูลเลทิน
Bookmark and Share


    ฉันและเพื่อนยังคงเตร็ดเตร่อยู่บนเกาะมุกในท้องทะเลเมืองตรัง ที่ซึ่งอากาศสดชื่นและธรรมชาติสมบูรณ์ เหมาะกับการชาร์จแบตเตอรี่ให้กับร่างกายเป็นอย่างมาก พวกเราพักผ่อน เล่นน้ำ กินอาหารทะเลสด ๆ เดินท่องเที่ยวรอบเกาะ รอบแล้วรอบเล่า อาจจะมีบ้างที่เมื่อยขาปวดเท้า แต่ก็คุ้มค่าเมื่อแลกกับการได้เห็นเกาะมุกในหลาย ๆ มิติ เรียกได้ว่าเราได้ใช้ชีวิตกันอย่างเต็มที่ สุดฤทธิ์สุดเดชกันจริง ๆ

    นอกจากกิจกรรมด้านบนที่ได้กล่าวไปแล้ว พวกเรายังเสาะแสวงหากิจกรรมอื่น ๆ เข้ามาเติมเต็มชีวิตกันอย่างไม่ยั้ง ดังเช่นการเช่าเรือประมงเพื่อออกไปท่องเที่ยวเกาะแก่งที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ เกาะมุก อย่าง ถ้ำมรกต และเกาะกระดาน

    ถ้ำมรกต เป็นเกาะใหญ่อีกเกาะหนึ่งในน่านน้ำตรัง เป็นถ้ำมหัศจรรย์กลางทะเลที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของตรัง สวยและน่าอัศจรรย์ใจจนถูกจัดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแบบ Unseen in Thailand จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวทะเลตรัง จะต้องไม่พลาดกับการเดินทางเข้าชมถ้ำมรกต ซึ่งก็ถือว่าเป็นกิจกรรมที่พวกเราเองก็สนใจไม่น้อย เพราะเท่าที่รู้มา เราจะต้องว่ายน้ำจากปากถ้ำเพื่อเข้าไปชมด้านใน แค่นี้ก็สามารถกระตุ้นต่อมรักการผจญภัยของพวกเราให้เต้นระรัวถี่ยิบได้แล้ว

    ส่วนอีกแห่งคือ เกาะกระดาน ที่ได้ชื่อว่าเป็นเกาะที่สวยงามมาก ๆ อีกแห่งหนึ่งของ จ.ตรัง ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม เป็นเกาะที่พวกเราคิดว่าจะไปกระโจนเล่นน้ำ ดำน้ำดูปะการัง และฝึกฝีมือการตกหมึกด้วยเบ็ดตกหมึกกันดูสักตั้ง เมื่อได้ข้อมูลมาคร่าว ๆ เราก็ติดต่อรีสอร์ทเพื่อให้ช่วยหาเรือประมงให้พวกเรา แต่คุณผู้อ่านสามารถติดต่อเรือท่องเที่ยวจากชาวบ้านได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งอาจจะเป็นเรือประมงหรือเป็นเรือสปีดโบ๊ท สุดแล้วแต่จะหาได้ ส่วนเรื่องราคาต้องไปต่อรองกันเองค่ะ


    เช้าวันใหม่ ทุกคนเตรียมสัมภาระกันอย่างพร้อมเพรียง เรือประมงหัวโทงมารอเราอยู่ริมหาดฝรั่ง กระเป๋ากล้องถ่ายภาพถูกลำเลียงวางในเรืออย่างเป็นระเบียบ กระติกน้ำแข็งที่ถูกอัดแน่นไปด้วยน้ำเปล่าและน้ำอัดลม อุปกรณ์ตกหมึก เสื้อชูชีพและแว่นตาดำน้ำ ทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว แต่ทำไมฉันรู้สึกว่ามันยังขาดอะไรสักอย่าง จนเมื่อเสียงโครกครากดังลั่นมาจากกระเพาะ จึงนึกได้ว่า ยังไม่ได้ทานข้าวเช้าเป็นเรื่องเป็นราว และก็ไม่เห็นห่อข้าวเที่ยงบนเรือ สอบถามนายท้ายเรือจึงได้ความว่า “ค่อยไปหาทานบนเกาะกระดาน” เมื่อเจ้าถิ่นแนะนำเช่นนั้น ก็ว่าไปตามกัน เอาล่ะ… ออกเรือกันเถอะค่ะ

    เรือมุ่งหน้าตรงไปถ้ำมรกต ใช้เวลาเพียงไม่นานก็มาถึงปากถ้ำ ถึงแม้ว่าเราจะรีบมาแต่เช้าแต่ก็ยังมีเรือนักท่องเที่ยวอีกสองสามลำที่ลอยลำรออยู่ก่อนแล้ว แต่ก็ถือว่ายังไม่มากเสียจนแออัด นายท้ายเรือจอดเรือตรงปากถ้ำ เพื่อให้พวกเราว่ายน้ำต่อไปเอง เอาล่ะสิ คนว่ายน้ำไม่แข็งอย่างฉันก็ต้องเรียกหาเสื้อชูชีพกันยกใหญ่ รวมไปถึงเพื่อน ๆ คนอื่นด้วยเช่นกันที่ต้องสวมเสื้อชูชีพเพื่อความปลอดภัย เมื่อจัดระเบียบตัวบุคคลเรียบร้อยแล้ว ก็หันมาจัดระเบียบกล้องถ่ายภาพบ้าง ฉันนำกล้องมาบรรจุในกระเป๋ากันน้ำ ตรวจสอบปากกระเป๋าว่าปิดเรียบร้อยแล้ว จึงกระโจนลงน้ำและออกแรงว่ายเข้าไปในถ้ำ

    ระยะทางจากจุดที่เรือจอดกับปากถ้ำ ถือว่าค่อนข้างไกล จากปากทางเข้าถ้ำจะเป็นโพรงเล็ก ๆ สูงพ้นระดับน้ำพอเรือลอดได้ หรือหากน้ำขึ้นสูงเช่นเดียวกับวันนี้ ก็ต้องว่ายน้ำเข้าไป ดังนั้นถ้ำมรกรตนี้จะเข้าออกได้เฉพาะช่วงน้ำลงเท่านั้น

    บริเวณปากทางเข้าถ้ำมีแสงจากภายนอกสะท้อนกับน้ำภายในถ้ำทำให้เห็นน้ำเป็นสีเขียวมรกต ดูแปลกตาและสวยงามล้ำลึกอย่างยิ่ง ถึงแม้จะรู้สึกชื่นชมกับความมหัศจรรย์ของธรรมชาติมากเพียงใด แต่ในใจก็ยังกังวลกับกล้องถ่ายภาพที่มีเพียงกระเป๋าพลาสติกกั้น ว่ายไปก็ภาวนาให้ถึงด้านในถ้ำให้เร็วที่สุดเพราะเริ่มเหนื่อยมากแล้ว สักพักใหญ่ก็พ้นปากถ้ำออกมาอีกด้านหนึ่ง ซึ่งจะเป็นหาดทรายขาวสะอาดล้อมรอบด้วยหน้าผาสูงชัน

    ฉันทราบมาว่า เมื่อครั้งที่เกิดเหตุการณ์สึนามิ พ.ศ. 2547 ขณะนั้นมีนักท่องเที่ยวกำลังว่ายน้ำเดินทางเข้าออกถ้ำมรกต แล้วจู่ ๆ คลื่นน้ำก็สูงขึ้น ซัดเอานักท่องเที่ยวที่กำลังว่ายน้ำอยู่ระหว่างทางเข้าถ้ำ กระแทกโขดหิน บาดเจ็บหลายราย แต่ก็ยังโชคดีที่มีแนวภูเขาหินกั้นความรุนแรงของคลื่นยักษ์ไว้ได้ นักท่องเที่ยวที่อยู่ด้านในถ้ำจึงปลอดภัย ดีนะที่ฉันรู้เรื่องนี้หลังจากกลับมาถึงพักแล้ว ไม่เช่นนั้นความหดหู่คงเข้ามาเกาะกุมใจจนไม่อยากจะว่ายน้ำลงไปอย่างแน่นอน

    แต่เหมือนท้องทะเลตรัง อยากจะให้ฉันได้จดจำถ้ำมรกตไปตลอดชีวิต จึงได้ฝากบทเรียนราคาแพงไว้ เมื่อฉันว่ายเข้าไปถึงด้านในถ้ำและเตรียมจะเอากล้องออกมาจากกระเป๋ากันน้ำเพื่อเก็บภาพ สภาพกระเป๋ากันน้ำที่ปิดปากไว้เป็นอย่างดี กลับกลายเป็นกระเป๋าเก็บน้ำไปเสียแล้ว คาดว่าปากกระเป๋าอาจโดนกดจมน้ำระหว่างที่ว่ายเข้ามา จึงทำให้น้ำทะเลเข้าไปในกระเป๋าเต็ม ๆ !

    ฉันรีบคว้ากล้องถ่ายภาพขึ้นมาในทันที น้ำไหลออกจากตัวกล้องอย่างกับเทน้ำออกจากขวด ฉันรีบถอดเลนส์ ถอดแบตเตอรี่ ถอดเมมโมรี่การ์ดออก เผื่อว่าจะช่วยยื้อชีวิตกล้องแสนรักไว้ได้บ้าง อารมณ์คึกคักเมื่อยามเช้าหมดไปในทันที ใจอยากกลับไปขึ้นเรือแล้วแต่ก็ต้องรอเพื่อน ๆ เพราะไม่อยากจะให้ทุกคนหมดสนุกกัน แต่ฉันก็ไม่สามารถซ่อนสีหน้าที่แสดงออกมาตามความรู้สึกจริง ๆ นั้นได้ หลังจากที่พวกเราว่ายน้ำกลับเรือ ฉันก็รีบเอาน้ำจืดล้างตัวกล้องและเลนส์ ด้วยความหวังว่าเผื่อมันจะดีขึ้น แต่ไม่ได้ผล กล้องราคาเรือนแสนพร้อมเลนส์อีกเกือบสองหมื่นบาท จากน้ำพักน้ำแรง พัง! ดับสนิท ไปสู่สุขคติเป็นที่เรียบร้อย พวกเรายืนไว้อาลัยให้กับกล้องและเลนส์ตัวนี้ พร้อมกับตั้งชื่อใหม่ให้กับถ้ำมรกตแห่งนี้ว่า ‘ถ้ำแสนสอง’ เพื่อเป็นอนุสรณ์ในการรำลึกถึงการจากไปของกล้องตัวเก่ง ซึ่งหากพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ในตอนนี้อีกครั้ง มันกลับกลายเป็นเรื่องโจ๊กที่พวกเราไม่รู้จะหาความรู้สึกอะไรมาบรรยาย ได้แต่จำไว้ จะได้ระมัดระวังมากขึ้นในครั้งต่อไป

    เมื่อทำใจกับการสูญเสียได้ระดับหนึ่ง (ซึ่งเป็นระดับเล็กน้อยมาก) นายท้ายเรือก็พาพวกเรามุ่งสู่เกาะกระดาน ใช้เวลาไม่นานมาก แค่เพียงเข้าบริเวณเกาะก็มองเห็นน้ำทะเลสีฟ้าเทอร์คอยซ์เป็นบริเวณกว้าง น้ำใสเหมือนกระจก มองลงไปเห็นปลาน้อยใหญ่หลากหลายพันธุ์ รวมทั้งแนวปะการังน้ำตื้นได้อย่างชัดเจน น้ำที่นี่น่าเล่นมาก แต่ชั่วโมงนี้ฉันไม่อาจจะมีแก่ใจมีอารมณ์สุนทรีลงไปเล่นน้ำเท่าไหร่แล้ว เหอะ ๆ

    เกาะกระดาน เป็นเกาะที่กว้างมาก มีชายหาดที่มีทรายขาวละเอียด ชายหาดกว้างใหญ่สวยงาม ทุกวันจะมีนักท่องเที่ยวมาแวะจอดเรือเล่นน้ำ อาบแดด ชมความงามของหาดทรายกันเป็นจำนวนมาก  นอกจากนี้ยังเป็นเกาะที่อุดมไปด้วยสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้หรือชั้นหินที่สวยงามแปลกตาแปลกใจมากมาย เป็นเกาะที่สวยงามในทางธรรมชาติจนได้รับความสนใจมากขึ้นในระดับประเทศเพราะมีการเข้าสำรวจธรรมชาติเป็นประจำ

    พวกเราแวะขึ้นเกาะกระดานเพื่อเดินสำรวจเกาะ ส่วนฉันยังคงเดินเพื่อปลงอนิจจัง ด้านหน้าเกาะมีเรือหลายประเภทหลายขนาดจอดเรียงรายอยู่ริมหาดเพื่อรอนักท่องเที่ยว ส่วนนักท่องเที่ยวก็ทำกิจกรรมหลากหลายแบบ ทั้งว่ายน้ำ ดำน้ำ เดินสำรวจเกาะ นอนอาบแดด พวกเราเลือกจะเดินสำรวจเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่มีระยะทางเพียงไม่กี่ร้อยเมตร (ตามป้ายบอก) แต่ในความรู้สึกของฉันตอนนั้น มันช่างดูไกลเสียเหลือเกิน เราเดินต่อไปเพียงเพื่อหาข้าวเที่ยงรับประทาน แต่ความพยายามต้องสูญเปล่า เพราะบนเกาะมีเพียงร้านอาหารตรงหน้าเกาะเพียงแห่งเดียวเท่านั้น ซึ่งราคานั้นก็สูงลิ่ว จนพวกเราต้องผละถอยหลัง ยอมอดข้าวเที่ยงกันดีกว่า

    ถึงแม้ว่าบรรยากาศรอบเกาะจะเต็มไปด้วยธรรมชาติ แต่ก็มีที่พักตั้งอยู่เรียงราย ที่นี่ยังมีที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์หรือที่ทำการอุทยานฯ ซึ่งฉันเองไม่แน่ใจว่ามีเจ้าหน้าที่คอยดูแลหรือไม่ เพราะฉันเดาเอาเองว่า หากมีเจ้าหน้าที่ดูแล บริเวณเกาะคงจะเป็นระเบียบและสะอาดสะอ้านมากกว่านี้ คงไม่ปล่อยให้มีขยะจำนวนมากมากองกันอยู่บริเวณฝั่ง ทำลายทัศนียภาพเป็นอย่างมาก เป็นที่น่าเสียดาย ความเจริญที่เข้ามาโดยขาดการอนุรักษ์มักจะก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดีเสมอ

    พวกเราไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรบนเกาะมากมายนักเพราะเริ่มหิวข้าวกันแล้ว จึงตัดสินใจลาจากเกาะกระดานเพื่อไปหาอาหารเที่ยงรับประทานเอาข้างหน้า นายท้ายเรือพาเราวนรอบเกาะเพื่อชมทิวทัศน์โดยรวมของเกาะและเดินทางกลับ ฉันเองทั้งเพลีย หิว และเศร้า จึงขออนุญาตหลับระหว่างทาง คิดว่าตื่นมาคงถึงเกาะมุกพอดี แต่พอลืมตาขึ้นมา กลับเห็นว่าเรือยังคงลอยลำอยู่ด้านหลังเกาะกระดานเพื่อให้เพื่อน ๆ ของฉันได้ตกหมึกกัน ซึ่งก็ดูจะเป็นที่ชื่นชอบของทุกคน แต่ละคนดวงการทำบาปพุ่งปรี๊ด ตกหมึกได้กันคนละสองสามตัว ยิ่งได้ ยิ่งสนุก ยิ่งฮึกเหิม ลืมหิวข้าวกันไปเลย ส่วนใครที่ตกไม่ได้ ก็ยิ่งพยายามมากขึ้น เรียกว่าถ้าตกหมึกไม่ได้สักตัว คงไม่กลับ ฉันจะทำอะไรได้ นอกเสียจากการรอ จึงหันไปบรรเทาความเศร้าของตัวเองด้วยการนอนต่อไป เพราะถ้านั่งเฉย ๆ ในเรือที่โคลงเคลงตลอดเวลา อาจจะทำให้หน้ามืด หัวทิ่มทะเลตกลงไปตามกล้องแสนรักก็เป็นได้

    กว่าจะได้กลับที่พักและได้รับประทานอาหารเที่ยง ซึ่งรวมเอามื้อเช้าและมื้อเย็นเข้าด้วยกัน ก็เกือบหกโมงเย็นแล้ว ส่วนปลาหมึกที่ตกมาได้ ก็กลายมาเป็นอาหารค่ำอันโอชะฝีมือพวกเราเอง ทริปของพวกเราในครั้งนี้นับเป็นทริปที่ครบรส ครบเครื่องจริง ๆ มีทั้งสนุก สุข เศร้า หิว เหนื่อย เป็นอีกการเดินทางที่ฉันประทับใจจนไม่มีวันลืม แน่ล่ะสิ ก็ทริปนี้แลกมาด้วยบทเรียนราคาแพงจริง ๆ






 เรื่องอื่น ๆ







Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
ตุลาคม 2560
  • 75 ถนนภูเก็ต : ปรัชญาปารมิตตาสูตรหฤทัยสูตร (อธิบาย 2)
  • เรื่องจากปก : ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์
  • Business : Weserve ทางเลือกใหม่ของไลฟ์สไตล์คนภูเก็ต
  • Business : ภูเก็ต... จุดหมายวัยเกษียณ
  • ห้องรับแขก : ไตรกีฬา สร้างชีวิต... ริคกี้ - เอกรัช พันธ์ทิพย์

















Copyright© 2005 - 2017 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink