เกาะมุก เพชรเม็ดงามแห่งท้องทะเลตรัง
Text size:
By กองบรรณาธิการภูเก็ตบูลเลทิน
Bookmark and Share


    ทะเลอันดามันยังคงเลื่องชื่อและสามารถดึงดูดใจนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ ให้พร้อมเพรียงกันเก็บกระเป๋า แบกเป้ ออกเดินทางมาเพื่อเป็นสักขีพยานให้กับความงดงามทางธรรมชาตินี้ ไม่ว่าจะก้าวย่างสู่ฤดูไหน หลาย ๆ จังหวัดแถบน่านน้ำอันดามันก็ยังคงคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติเสมอ ๆ เช่นเดียวกันกับจังหวัดตรัง เมืองน่ารัก ๆ ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลอันน่าตื่นตาตื่นใจไม่แพ้ที่ใด ๆ ในภาคใต้

    ท้องทะเลตรัง เปรียบดังมรกตแห่งผืนน้ำที่เปี่ยมไปด้วยความสวยงามและบริสุทธิ์ของทรัพยากรธรรมชาตินักท่องเที่ยวมากมายรู้จักทะเลตรังดีผ่านงานวิวาห์ใต้สมุทรอันโด่งดัง คู่รักชาวไทยและชาวต่างชาติที่หลงรักทะเลตรังและชื่นชอบความแปลกใหม่ ต่างพร้อมใจจูงมือกันเข้าร่วมพิธีวิวาห์ใต้ผืนน้ำนี้นับร้อยนับพันคู่ สำหรับฉันแล้ว พิธีวิวาห์ไม่ได้ทำให้ต่อมอยากเที่ยวของฉันทำงานหนักนัก แต่กลับเป็นความสวยสดของทะเลตรังและมิตรภาพจากคนแปลกหน้าต่างหากที่เป็นแรงขับในการตัดสินใจเดินทางในครั้งนี้

     ฉันเริ่มต้นทริปด้วยการเตรียมจัดกระเป๋าเสื้อผ้าและอุปกรณ์ถ่ายภาพอย่างถี่ถ้วน โดยไม่ลืมจะพกกระเป๋ากันน้ำ และชุดเล่นน้ำไปด้วย ความตั้งใจของทริปนี้ คือการพักผ่อนชาร์จแบตให้กับร่างกายและสมองที่กรำงานหนักมาร่วมครึ่งปี เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อมและเพื่อนร่วมทริปมาครบตามนัดหมาย ล้อรถยนต์ทั้งสี่ก็ออกหมุนโดยทันที

    เรามุ่งหน้าสู่จังหวัดตรังตั้งแต่เช้า ปักหมุดไว้ที่ท่าเรือควนตุ้งกู อำเภอกันตัง ซึ่งเราเลือกไปทางหาดปากเมง แล้วก็ขับเลียบหาดไปเรื่อย ๆ ผ่านที่ทำการอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม แล้วขับต่อไปอีกสักหน่อย จนเจอทางแยก มีป้ายบอกไว้ชัดเจน เลี้ยวขวาเข้าไปเลยค่ะ แล้วขับต่อไปอีกเกือบ 2 กม. ก็จะถึงท่าเรือควนตุ้งกู ซึ่งเป็นท่าเรือสำหรับเดินทางต่อไปที่ 3 เกาะดังของทะเลตรัง คือ เกาะมุก เกาะกระดาน และเกาะไหง แต่เราเลือก ‘เกาะมุก’ เป็นเป้าหมายหลัก

    สำหรับใครที่ต้องการเดินทางไปเกาะมุก สามารถขึ้นเรือได้จากท่าเรือควนตุ้งกูนี้ ซึ่งจะมีเรือโดยสารวันละรอบออกเดินทางช่วงเที่ยง หรือจะเหมาเรือหางยาวไปก็ได้ นอกจากนี้ก็ยังสามารถเหมาเรือที่ท่าเรือปากเมงได้ด้วยเช่นกัน

    อาหารเที่ยงถูกลำเลียงลงกระเพาะอย่างเร่งรีบด้วยความกังวลว่าจะตกเรือ เมื่ออิ่มหนำแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางต่อ เรือหางยาวของชาวบ้านพาพวกเราแหวกว่ายผ่านคลื่นลมไปอย่างเงียบสงบและไม่รีบร้อนนัก จึงทำให้เราใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงในระยะทาง 9 กม.จึงจะถึงเกาะ ที่พักของฉันอยู่บริเวณหลังเกาะ ซึ่งอันที่จริงเราสามารถบอกคนขับเรือได้ว่าให้ไปส่งลงบริเวณนั้น แต่โชคร้ายตอนที่เราเดินทางไปถึง น้ำทะเลลดต่ำมากจนเกิดเป็นสันดอนทรายบริเวณกว้าง คนขับเรือเกรงว่าจะนำเรือเข้าจอดไม่ได้ หากฝืนอาจทำให้ท้องเรือและใบพัดเสียหาย สุดท้ายเราเลยต้องมาลงเรือกันที่หัวเกาะแทน นี่ถ้าเรายังฝืนไม่ฟังคำแนะนำของคนขับเรือ คงไม่พ้นต้องได้จอดไกลฝั่งและก็ต้องเดินลุยชายหาดไปเอง ไม่อยากจะคิดว่าสภาพจะเป็นอย่างไร กว่าจะถึงฝั่ง

เกาะมุก ตั้งอยู่เขตตำบลลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง พื้นที่ส่วนใหญ่ของเกาะเป็นโขดผาสูง หันหน้าออกสู่ทะเลใหญ่ทางด้านทิศตะวันตก  เป็นเกาะที่มีความใหญ่เป็นอันดับ 3 ของตรัง มีหมู่บ้านชาวประมงอยู่ทางตะวันออก ชาวบ้านส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ยึดอาชีพประมงพื้นบ้านเป็นหลัก โดยเฉพาะการลอบหมึก ช่วงเช้าจะมีชาวบ้านจะออกมาขายอาหารกันเกือบทุกบ้าน ซึ่งอาหารส่วนใหญ่เป็นอาหารมุสลิม และบางส่วนก็ออกทะเล สามารถท่องเที่ยวเกาะมุกได้ทุกฤดู เพราะอยู่ใกล้ฝั่งเช่นเดียวกับเกาะลิบง แต่การเดินทางสู่แหล่งอื่น ๆ ของทะเลตรังควรตรวจสอบอากาศให้ดี เวลาที่เหมาะสมที่สุดคือ เดือนธันวาคมถึงพฤษภาคม ก่อนเดินทางควรเช็คสภาพอากาศทุกครั้ง เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

    สำหรับการเดินทางไปไหนมาไหนบนเกาะ ถ้าจะเอาให้สะดวกสบายแล้วก็น่าจะเป็นมอเตอร์ไซค์สักคัน แต่จะบอกว่า บนเกาะนี้ไม่มีร้านให้เช่ามอเตอร์ไซค์โดยเฉพาะนะคะ จะมีก็เพียงมอเตอร์ไซค์ของชาวบ้านเท่านั้นที่อาจจะให้นักท่องเที่ยวเช่าได้บ้าง และก็ใช่ว่าจะสามารถให้เช่าได้ตลอด เพราะเป็นมอเตอร์ไซค์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะเรียกหามอเตอร์ไซค์สามล้อรับจ้างในการเดินทางบนเกาะ เพราะสะดวกสบายและปลอดภัย สนนราคาคนละ 50 บาทต่อเที่ยว ว่าแล้วก็เรียกสามล้อเครื่อง มาเลยดีกว่าค่ะ

    ….“ไปส่งท้ายเกาะหน่อยจ้า”
    ถนนหนทางบนเกาะนั้น เรียกว่าสะดวกสบายเลยทีเดียวเพราะถูกปูด้วยคอนกรีตไปตลอด มีเพียงระยะสั้น ๆ ไปทางท้ายเกาะเท่านั้น ที่ยังเป็นดินลูกรัง เพราะฉะนั้น คนขับสามล้อจะต้องมีความระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะทางค่อนข้างแคบและเป็นโค้งเยอะ จะต้องจัดการสมดุลน้ำหนักของรถให้ดี ไม่เช่นนั้น มีสิทธิ์ได้ลงไปนอนกลิ้งอยู่บนถนนกันทั้งคนขับ ทั้งผู้โดยสารแน่ ๆ

    ส่วนที่พัก จะมีหลายระดับ หลายสไตล์ หลายราคา สามารถเดินเข้าไปจองห้องพักได้ด้วยตัวเอง หรือจะติดต่อผ่านเว็บไซต์ก็ได้ สำหรับที่พักของพวกเรา เป็นเพียงบังกะโลเล็ก ๆ ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนเป็นอย่างมาก เพราะบรรยากาศโดยรอบค่อนข้างร่มรื่น และที่สำคัญตั้งอยู่ไม่ไกลจากหาด


    เก็บสัมภาระเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็ออกสำรวจเกาะ โดยเดินไปทางหัวเกาะก่อน ที่นี่เป็นที่ตั้งของท่าเรือ ร้านค้า ร้านอาหาร ตู้น้ำมัน และคิวสามล้อรับจ้าง สามารถหาร้านอาหารรับประทานได้บริเวณนี้ หรือหากพักอยู่ท้ายเกาะ ก็ควรจะซื้อเสบียงไปจากตรงนี้เผื่อไว้ หลังจากนั้นเราก็กลับมาที่ท้ายเกาะ โดยเดินไปทางสุดเกาะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของหาดฝรั่ง ที่เรียกว่าหาดฝรั่ง เพราะเป็นหาดที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้ความสนใจเป็นอย่างมาก แต่ละวันจึงมีชาวต่างชาติ หรือฝรั่งแวะเวียนไปนอนอาบแดด เล่นน้ำกันไม่ขาดสาย ชายหาดที่นี่ไม่ยาวมากนัก มีเม็ดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลก็ใสสะอาด นี่ถ้าเป็นช่วงกลางวัน น้ำทะเลน่าจะยิ่งสวยกว่านี้ สวยจนคงต้องวางกล้องถ่ายภาพแล้วกระโจนลงน้ำตามฝรั่งแน่ ๆ

    นอกจากนี้ยังมีรีสอร์ทและร้านอาหารตั้งอยู่บนหาด ยามเย็นนอกจากจะมีนักท่องเที่ยวมาเล่นน้ำแล้ว ยังมีชาวบ้านมาทำกิจกรรมบนชายหาดร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นเล่นวอลเลย์บอล หรือฟุตบอลชายหาด เป็นภาพที่อบอุ่น และมีเสน่ห์ ที่ต้องไปสัมผัสเองเท่านั้นถึงจะเข้าใจ ยิ่งเมื่อถึงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน หาดนี้จะยิ่งทวีความงามมากยิ่งขึ้น เหมาะแก่การดื่มด่ำแสงสีสุดท้าย แกล้มกับเครื่องดื่มเย็น ๆ สักแก้ว รับรองต้องร้องเป็นภาษาวัยรุ่นว่า “ฟิน”

    ฟินกันไปแล้ว ก็ต่างแยกย้ายเพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัย ถึงแม้จะไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรมาก แต่การเดินทางที่ค่อนข้างยาวนาน ก็ทำให้ร่างกายเมื่อยล้าได้เช่นกัน ค่ำคืนนี้คงต้องลากันไปก่อน และคงต้องลาสำหรับฉบับนี้ด้วยเช่นกัน ฉบับหน้า ฉันมีเรื่องราวการผจญภัยกลางท้องทะเลตรัง ที่ต้องแลกมาด้วยความสูญเสียนับแสนมาเล่าสู่กันฟังค่ะ







 เรื่องอื่น ๆ







Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
พฤศจิกายน 2560
  • 75 ถนนภูเก็ต : ปรัชญาปารามิตาสูตรหฤทัยสูตร (อธิบาย 3)
  • เรื่องจากปก : ชีวิตสร้างได้ ของ อลัน ยิป
  • Business : Bike Sharing…เปลี่ยนทั้งเมือง เปลี่ยนทั้งคน
  • Business : เมื่อกาแฟ...ไม่ใช่แค่เพียงเครื่องดื่ม
  • ห้องรับแขก : เพ็ชร ชั้นเจริญ กับภารกิจใหญ่ในสนามบินภูเก็ต

















Copyright© 2005 - 2017 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink