ลั๊ลลา ลันตา ตอนที่2
Text size:
By กองบรรณาธิการภูเก็ตบูลเลทิน
Bookmark and Share


    บรรยากาศร้อนระอุของแดดฤดูร้อนที่ย่างเข้าสู่ฤดูฝน ยังคงอบอวลไปทั่ว ฉันยังคงมะงุมมะงาหราท่องเที่ยวอยู่บนเกาะลันตา ซึ่งตอนนี้ฉันได้นั่งแพขนานยนต์ข้ามฟากจากเมืองกระบี่ ผ่านเกาะลันตาน้อย และแวะสังเกตการณ์พอสังเขป จนมาลงหลักปักหมุดกันที่เกาะลันตาใหญ่ และเริ่มสำรวจบริเวณทิศเหนือของเกาะกันไปบ้างแล้ว ที่หาดคลองดาว และหาดพระแอะ หรือลองบีช ต่อจากนี้ฉันจะพาคุณผู้อ่านไปเที่ยวบนเกาะลันตาใหญ่กันต่อค่ะ ซึ่งหาดที่จะไปท่องเที่ยวหลังจากนี้ จะทอดตัวต่อเนื่องกันไปเรื่อย ๆ จากทิศเหนือจรดทิศใต้

    หลังจากพักผ่อนกันอย่างเต็มที่ในคืนแรก เช้าวันใหม่ฉันตั้งต้นการสำรวจเกาะต่อจากเมื่อวานนี้ แต่ก่อนจะเริ่มเดินทาง ก็ต้องเติมพลังกันสักหน่อย ซึ่งค่าอาหาร และค่าครองชีพบนเกาะลันตา ก็ไม่ได้สูงลิ่วเหมือนเกาะอื่น ๆ จะสูงกว่าค่าครองชีพบนเกาะภูเก็ตไม่มาก เช่นอาหารจานเดียวมีราคาเริ่มต้นที่ 50-60 บาท และร้านอาหารส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารอิสลาม หรืออาหารมังสวิรัติ

    ฉันออกจากที่พัก และเริ่มต้นจากหาดพระแอะ มุ่งลงใต้มาเรื่อย ๆ ตั้งใจจะไปหาดคลองโขง แต่ก็หาทางเข้าไม่เจอซักที จนหลงทางไปเจอกับหาดเล็ก ๆ ระหว่างทาง คือหาดรีแล็กซ์ ที่มีรีสอร์ทเล็ก ๆ เรียงรายอยู่ไม่มาก และมีน้ำทะเลใส สวย ไม่ต่างกับหาดอื่น ๆ


    ต่อมาไม่นานนัก หลังจากสอบถามทางกับชาวบ้าน ฉันก็มาถึง หาดคลองโขง ซึ่งอยู่ทางด้านขวามือ ทางเข้าหาดนี้ต้องใช้ความระมัดระวังสักหน่อย เพราะค่อนข้างแคบ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะใช้มอเตอร์ไซค์ในการสัญจรไปมา โดยหาดคลองโขงมีความยาวของหาดประมาณ 3 กิโลเมตรเศษ มีต้นเตยทะเลและต้นสนทะเลขึ้นเรียงรายเรียบไปกับความยาวของหาดเป็นช่วง ๆ และมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในยามน้ำทะเลลด สามารถมองเห็นโขดหินเรียงรายภายใต้ดวงตะวันสีส้มในยามพระอาทิตย์ตก ตามโขดหินเหล่านี้ ยังเป็นที่อยู่ของสัตว์น้ำตัวเล็ก ๆ และสัตว์น้ำที่ต้องการพื้นที่ในการฟูมฟักจากไข่อ่อนให้แข็งแรงพอที่จะออกไปเผชิญกับโลกกว้างเบื้องหน้า จึงสามารถเห็นลูกปลาตัวเล็ก ๆ ตามโขดหินนี้มากมาย และถ้าโชคดี ยังสามารถจะได้เห็นวิธีการหากุ้งหรือกั้งจากโขดหินของชาวเลในเกาะลันตาที่ไม่เหมือนใคร

    หาดคลองโขง เป็นที่ตั้งของโรงแรมที่พักในหลากหลายราคา ส่วนใหญ่จะเป็นรีสอร์ทขนาดเล็กและกลางที่ดำเนินกิจการกันเองในครอบครัว บางรีสอร์ทมีที่พักเพียงไม่กี่หลัง แต่มีสระว่ายน้ำและจากุชซี่ขนาดใหญ่ให้บริการแขกที่มาพัก เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น ที่หาดแห่งนี้ยังสามารถหาที่นั่งตามบาร์เบียร์เท่ ๆ เปิดเพลงเพราะ ๆ ที่อาจจะไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อน น่าจะเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบความสุนทรีย์ในยามค่ำคืน

    ขับรถออกมาไม่ไกล จะผ่าน หาดคลองโตบ ชายหาดเล็ก ๆ ที่มีความสวยงามและมากมายไปด้วยเรื่องราว มักเป็นที่จอดพักเรือหางยาวของชาวประมง และเป็นแหล่งอาหารของชาวบ้านที่จะมาหาอาหารพวกหอย พวกปูตามโขดหิน เอาไปทำอาหารในมื้อค่ำ หาดคลองโตบ โดดเด่นด้วยกระท่อมพักแรมของชาวบ้านที่ทำขึ้นเองอย่างง่าย ๆ และสวยงามด้วยจุดชมวิวที่แปลกตา มีร้านกาแฟสดเล็ก ๆ ที่เปิดให้บริการอย่างเป็นกันเอง ถ้าได้ลองนอนเอนอ่านหนังสือ และจิบกาแฟสดหอมกรุ่นในวันที่อากาศฟ้าสวยเข้มด้วยแสงแดด และสีเขียวสดของท้องทะเลแล้ว รับประกันได้ว่าคุณจะลืมเกาะลันตาไม่ลงเลยทีเดียว

    จุดหมายต่อไปคือ หาดคลองนิน ฉันขับรถต่อไปอีกหน่อยตามเส้นทางไปอุทยานแห่งชาติเกาะลันตา ซึ่งเป็นถนนเส้นหลักจนเจอทางแยก ซึ่งมีป้ายบอกชัดเจนว่าถึงทางแยกไปหาดคลองนิน หาดบากันเตียง และอุทยานแห่งชาติฯ ฉันเลี้ยวซ้ายเข้าไป และได้พบกับทางโค้งเล็ก ๆ ซึ่งนำพาฉันออกสู่เส้นทางถนนกับทะเลที่ขนาบกัน และมีบังกะโล รีสอร์ทมากมายเรียงรายติดหาด มีนักท่องเที่ยวเดินเล่นตามชายหาดอยู่อย่างสบายใจหาดคลองนิน นับได้ว่าเป็นหาดที่สวยด้วยหาดทรายขาวสะอาด และน้ำทะเลสีฟ้าใส โรงแรมที่พักมีไม่แออัดมากนัก และราคาไม่แพงเช่นกัน จะมีโรงแรมห้าดาวอยู่เพียงหนึ่งแห่งที่เพิ่งเปิดบริการได้ไม่นานนี้เอง หาดคลองนิน มีจุดเด่นอยู่ที่ความใสของน้ำทะเล และสามารถสน๊อกเกิ้ลดูปลาทะเลได้จากริมหาดเลย และด้วยหาดทรายของหาดคลองนิน มีความลาดชันไม่มาก เราจึงมักพบนักท่องเที่ยวนิยมมาเล่นกีฬา เช่น วอลเลย์บอล หรือ ฟุตบอลที่หาดนี้กันมาก ซึ่งถือเป็นหาดที่ฉันชอบมากที่สุด เพราะมีน้ำทะเลที่ใสสะอาด หาดทรายขาวละเอียด ถึงจะมีรีสอร์ทและร้านอาหารมากมาย แต่ส่วนที่เป็นชายหาด ก็ยังคงความเป็นธรรมชาติไว้ได้อย่างดี เสียดายจริง ๆ ที่ฉันไม่ได้มีโอกาสดื่มด่ำกับน้ำทะเลที่หาดนี้

     ที่อยู่ติดกับหาดคลองนิน คือ หาดคลองหิน ซึ่งเป็นหาดที่ไม่มีโรงแรมที่พัก เพราะพื้นที่หาดค่อนข้างแคบและเล็ก อีกทั้งเต็มไปด้วยโขดหิน แต่ก็เต็มไปด้วยสัตว์น้ำใต้ทะเล ถือเป็นอีกจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถสน๊อกเกิ้ลได้

    ชายหาดต่าง ๆ ที่ได้กล่าวไปแล้วทั้งหมด จะเป็นชายหาดช่วงทิศเหนือของเกาะ จึงเป็นที่ตั้งของที่พักมากมาย แต่หาดหลังจากนี้จะเป็นชายหาดที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติฯ มีภูมิประเทศเป็นหิน และมีต้นไม้น้อยใหญ่ล้อมรอบ จึงไม่มีที่พักในบริเวณหาด และยิ่งขับรถถเข้ามาใกล้บริเวณอุทยานแห่งชาติฯ มากเท่าใด ความเจริญทางด้านสาธารณูปโภค และความสะดวกสบายต่าง ๆ ก็ยิ่งมีน้อยลง มีร้านขายของชำของชาวบ้านเท่านั้น ที่ตั้งอยู่ห่างกันเป็นระยะ ๆ และคืนนี้ฉันจะเข้าพักที่อุทยานแห่งชาติฯ จึงแนะนำให้หาซื้อเสบียงสำหรับมื้อค่ำไว้เสียแต่เนิ่น ๆ เพราะหากไปถึงที่พักแล้ว อยากกลับออกมาซื้อของในยามค่ำคืน จะค่อนข้างอันตรายเพราะถนนหนทางเต็มไปด้วยโค้งคดเคี้ยว และเนินสูงชัน อีกทั้งยังไม่มีไฟฟ้าข้างถนนเลย

    หลังจากเตรียมเสบียงเรียบร้อยแล้ว ฉันก็ขับรถต่อไปที่ หาดบากันเตียง ซึ่งเป็นหาดทรายที่ขาวละเอียดและน้ำทะเลสวยใสราวมรกต ทำให้หาดบากันเตียง เป็นหาดที่นักท่องเที่ยวผู้นิยมความสงบชอบมาเยือน จุดเด่นของหาดบากันเตียงคือ ความเป็นป่าเขาของอุทยานแห่งชาติฯ ที่โอบล้อมชายหาดไว้รอบ หากได้ลงเล่นน้ำทะเล และลอยตัวขึ้นมามองไปยังรอบตัว จะเห็นแต่สีเขียวสดของต้นไม้รอบ ๆ แต่หาดนี้จะไม่มีที่จอดรถ เป็นเพียงทางเดินลงเล็ก ๆ จึงต้องจอดรถแอบไว้ข้างทาง และเดินเท้าลงไปที่หาด มีนักท่องเที่ยวตั้งใจมาอาบแดด และนอนพักผ่อนกันที่หาดนี้ค่อนข้างหนาตา

    ต่อมาฉันมุ่งไปที่ หาดคลองจาก หาดเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากสิ่งวุ่นว่าย หาดทรายทอดตัวโค้งเรียวเหมือนเสี้ยวจันทร์ มีชายหาดละเอียดเหมือนแป้งและสะท้อนแสงขาวนวลในยามแดดส่อง หาดคลองจาก หรือบางคนอาจจะรู้จักในนามว่า หาดน้ำตก (Waterfall Bay) ด้วยเพราะหาดคลองจาก เป็นละแวกเดียวกับทางที่ไปสู่น้ำตกสายเล็ก ๆ ในเกาะลันตา หรือ น้ำตกคลองจาก แต่ต้องรอให้เป็นช่วงฤดูฝน เพราะฤดูร้อนเช่นนี้น้ำแห้ง ไม่สามารถเล่นน้ำได้ การเดินทางเข้าไปที่น้ำตกก็ต้องใช้ช้าง หรือเดินเท้า หาดคลองจาก มีเพียงรีสอร์ทและที่พักเพียงไม่กี่ที่เท่านั้น ซึ่งไม่ได้ตั้งอยู่ติดหาด แต่จะอยู่อีกฟากถนนเข้ามา ด้วยราคาที่หลากหลาย และเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่ต้องการการความสงบ


    หาดสุดท้ายของเกาะลันตาก่อนที่จะถึงแหลมโตนด หรือแหลมอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ซึ่งตั้งอยู่ห่างไกลออกไปจากความวุ่นวายทั้งปวงทั้งหมด เหมาะสำหรับคนที่ชอบการใช้ชีวิตแบบส่วนตัวและเป็นปัจเจก ไม่ชอบความวุ่นวาย เบื่อความจอแจ และชอบในความเรียบง่ายของทะเล และชีวิตที่ไร้รูปแบบพันธนาการใดใด คือ หาดลาสต์บีช หรืออ่าวไม้ไผ่ เส้นทางก่อนถึงหาด เป็นทางลงจากภูเขาซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังในการขับขี่อยู่สักหน่อย แต่คุณสามารถชมวิวทิวทัศน์ได้จากมุมสูงก่อนถึงหาดระหว่างทาง อีกทั้งทางเข้าอ่าวไม้ไผ่จะสังเกตค่อนข้างยาก เพราะมีพงหญ้ารกปกคลุม และต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินลงไปที่หาด แต่เมื่อไปถึงที่หาดแล้วรับรองว่าคุ้มค่าไม่น้อยเลยทีเดียวกับการได้เล่นน้ำสีเขียวมรกต ได้เดินบนหาดทรายที่อ่อนนุ่มและมีภูเขาสูงโอบล้อม ถึงแม้บริเวณหาดจะไม่มีร้านรวงอำนวยความสะดวก แต่ก็เหมาะแก่การนอนพักผ่อน และฟังเสียงเกลียวคลื่นที่กระทบชายฝั่งได้อย่างเพลิดเพลิน

    หมดไปแล้วกับชายหาดหลัก ๆ ของเกาะลันตาใหญ่ อันที่จริงบนเกาะยังมีหาดเล็ก หาดน้อยอีกพอสมควร แต่ทางเข้าของบางหาดก็เดินทางเข้าไปยากเหลือเกิน จึงพาคุณผู้อ่านเที่ยวชมเพียงแค่นี้  ดูเวลาแล้วก็ใกล้เย็นย่ำ ฉันคงต้องรีบบึ่งรถกลับไปที่พักที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ซึ่งขออนุญาตกลับมาเล่าถึงบรรยากาศความสบายของอุทยานแห่งชาติฯ ให้ฟังกันในคราวหน้า พร้อมกับนำคุณผู้อ่านไปเรียนรู้อีกแง่มุมของเกาะลันตาใหญ่กันที่ชุมชนเก่าเกาะลันตา (Lanta Old Town) และหมู่บ้านชาวเลสังกาอู้ไปพร้อม ๆ กัน สำหรับฉบับนี้ขอตัวไปพักผ่อน เล่นน้ำ ลั๊ลลาให้เต็มที่ก่อนนะคะ


ข้อมูลอ้างอิง
www.lantainfo.com






 เรื่องอื่น ๆ







Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
พฤศจิกายน 2560
  • 75 ถนนภูเก็ต : ปรัชญาปารามิตาสูตรหฤทัยสูตร (อธิบาย 3)
  • เรื่องจากปก : ชีวิตสร้างได้ ของ อลัน ยิป
  • Business : Bike Sharing…เปลี่ยนทั้งเมือง เปลี่ยนทั้งคน
  • Business : เมื่อกาแฟ...ไม่ใช่แค่เพียงเครื่องดื่ม
  • ห้องรับแขก : เพ็ชร ชั้นเจริญ กับภารกิจใหญ่ในสนามบินภูเก็ต

















Copyright© 2005 - 2017 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink