ปลาฉิ้งฉ้าง สินค้าเศรษฐกิจแห่งทะเลอันดามัน
Text size:
By กองบรรณาธิการภูเก็ตบูลเลทิน
Bookmark and Share


    เชื่อว่าทุกท่านคงรู้จักปลาฉิ้งฉ้างเป็นอย่างดี เพราะอาหารพื้นถิ่นภูเก็ตหลาย ๆ จาน มักจะมีปลาฉิ้งฉ้างเป็นส่วนประกอบหลัก เช่น น้ำพริกปลาฉิ้งฉ้าง อาหารรสเด็ดแบบฉบับคนปักษ์ใต้ โดยเฉพาะคนภูเก็ต ใครได้ชิมเป็นต้องร้องซี๊ดในรสชาติที่เผ็ดร้อน แต่กลมกล่อม อร่อย จนต้องขอเพิ่มข้าวสวยร้อน ๆ อีกสักจาน เคล็ดไม่ลับสำหรับเมนูหรอย ๆ ถ้วยนี้ คือปลาฉิ้งฉ้างตากแห้งขนาดพอเหมาะแกะไส้ออก แล้วนำมาคลุกเคล้ากับกะปิชั้นดี และปรุงรสตามชอบใจ จานต่อมา ก็คือยำมะม่วง ที่เพิ่มความกรุบกรอบของยำรสจัดจ้านด้วยปลาฉิ้งฉ้างทอดกรอบ รวมไปถึงการนำปลาฉิ้งฉ้างตากแห้งไปทานคู่กับขนมจีนภูเก็ต แต่ละเมนูที่ไล่เรียงกันมา เรียกได้ว่าเป็นเมนูยอดฮิตบนเกาะสีเขียวแห่งนี้ทั้งนั้น หรือแค่นำปลาฉิ้งฉ้างไปทอดกรอบ แล้วคลุกกับถั่วลิสงทอด และเกลือป่นนิดหน่อย แค่นี้ก็ได้เมนูเรียกน้ำย่อยสุดอร่อยไว้ทานเล่นยามว่างแล้ว นี่ยังไม่ได้นับรวมถึงผลิตภัณฑ์ปลาฉิ้งฉ้างแปรรูปชนิดต่าง ๆ ที่วางขายในตลาด และร้านขายของฝากที่มีมากมายทั่วเกาะ หากจะให้สาธยายกันต่อ เห็นว่าเนื้อที่บนแผ่นกระดาษตรงนี้คงจะไม่พอ เอาเป็นว่ารู้กันคร่าว ๆ แค่นี้ก่อนแล้วกัน

    ปลาฉิ้งฉ้าง คือ ปลาประเภทเดียวกับปลากะตักของภาคกลาง เป็นปลาผิวน้ำขนาดเล็ก อาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูง ลำตัวเรียวยาว และแบนข้าง มีสันหนามที่ท้อง ขากรรไกรบนยาวเลยหลังตา ครีบหลังตอนเดียว ครีบหางเว้าลึก มีแถบสีเงินพาดผ่านในแนวยาวของลำตัว มีการจับปลาชนิดนี้มากในทะเลอันดามัน ซึ่งปลาฉิ้งฉ้างถือเป็นสินค้าส่งออกที่ทำรายได้ให้กับประเทศอันดับต้น ๆ เพราะสามารถส่งไปขายทั่วทุกภาคของประเทศ และส่งจำหน่ายในต่างประเทศด้วย โดยเฉพาะประเทศแถบเอเซีย เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน

    ปลาฉิ้งฉ้างมีหลายชนิด ตั้งแต่ชนิดเล็กสุดสีขาว ซึ่งชาวประมงนิยมเรียกว่า โบราหรือบูรา ไปจนถึงชนิดใหญ่สุด ทั้งสีขาวและสีคล้ำค่อนข้างดำ สำหรับปลาฉิ้งฉ้างที่ผลิตในจังหวัดภูเก็ตนั้น จะเป็นปลาฉิ้งฉ้างขนาดใหญ่ และเนื่องจากมีการจับปลาเป็นจำนวนมาก จึงได้มีผู้คิดค้นวิธีแปรรูปหลายวิธีด้วยกัน มีการรวมกลุ่มกันผลิตและจำหน่าย โดยการสนับสนุนของหน่วยงานภาครัฐ ทั้งกลุ่มแม่บ้าน เกษตรกร กลุ่มอาชีพพัฒนาสตรี และอื่น ๆ ปัจจุบันมีกลุ่มอาชีพแปรรูปปลาฉิ้งฉ้างไม่น้อยกว่า 50 กลุ่มทั่วทั้งจังหวัดภูเก็ต และหนึ่งในนั้น คือชุมชนปลากะตักพัฒนา ที่ตั้งอยู่บริเวณหมู่ที่ 7 ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งไม่ไกลจากท่าเทียบเรือรัษฎามากนัก โดยคุณไพรัช เพ็งจันทร์ (คุณเขียว) กรรมการชุมชน ผู้มีประสบการณ์การทำปลาฉิ้งฉ้างตากแห้งมากว่า 12 ปี เป็นผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการผลิตปลาฉิ้งฉ้างในจังหวัดภูเก็ต

    “ชุมชนของเราก่อตั้งขึ้นหลังจากเหตุการณ์สึนามิไม่นาน ก่อนหน้านี้สมาชิกแต่ละคนในชุมชนก็ต่างคนต่างทำมาหากินด้วยการทำปลาฉิ้งฉ้างตากแห้งขายอยู่แล้ว ใครได้กำไรมาเท่าไหร่ ก็เข้ากระเป๋าตัวเองทั้งหมด ใช้ชีวิตแบบต่างคนต่างอยู่ จนเกิดเหตุการณ์สึนามิ ชุมชนของเราก็ได้รับผลกระทบ ถึงจะไม่มีผู้เสียชีวิต แต่ข้าวของ เครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ทำมาหากินเสียหายไปเกือบหมด บ้านเรือนเสียหาย ตอนนั้นความคิดก็เปลี่ยนไป คิดได้ว่าเราอยู่คนเดียวไม่ได้ เราต้องพึ่งพากัน ระหว่างที่มีการซ่อมแซมชุมชน ก็มีผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ จากหลายองค์กร แวะเวียนเข้ามาให้ความช่วยเหลือ และให้คำปรึกษาว่าชุมชนจะต้องมีการรวมกลุ่มกันเพื่อทำอาชีพ และมีการจัดตั้งธนาคารชุมชน เพื่อจะได้รวบรวมเงินกองกลางไว้สำหรับพัฒนาชุมชนในคราวต่อ ๆ ไป ชุมชนปลากะตักพัฒนาจึงได้เกิดขึ้น” คุณเขียวเล่าถึงจุดกำเนิดของชุมชน

    ชุมชนนี้มีทั้งหมด 30 ครัวเรือน และมีสมาชิกในชุมชนประมาณ 148 คน ซึ่งทุกครัวเรือนยึดอาชีพทำปลาฉิ้งฉ้างตากแห้งเป็นอาชีพหลัก และมีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่มีอาชีพรับจ้าง และทำงานเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ซึ่งคุณเขียวเล่าว่า ทุก ๆ เช้าตรู่ของวัน สมาชิกในชุมชนจะสลับหมุนเวียนกันไปซื้อปลาฉิ้งฉ้างกันที่องค์การสะพานปลา เกาะสิเหร่ ตามคิวของแต่ละบ้าน จะไม่มีการลัดคิวในการซื้อปลา เพราะบางช่วงชาวประมงจะหาปลาฉิ้งฉ้างมาได้ไม่มาก จึงจำเป็นจะต้องจัดสรรให้ได้อย่างทั่วถึง เพื่อป้องกันการขัดแย้งในชุมชน หลังจากได้ปลาสด ๆ ตามที่ต้องการแล้ว ก็จะบรรทุกกลับมาที่หมู่บ้าน แล้วจึงนำปลาสดมาล้างน้ำสะอาด และนำไปต้มในน้ำเดือดที่ตั้งไฟบนเตาปูนขนาดใหญ่ ก่อนจะเติมเกลือเม็ดใหญ่ลงไป พร้อมกับต้มจนปลาสุกเป็นสีขาวลอยขึ้นมา จึงตักใส่ตะกร้าเพื่อให้สะเด็ดน้ำ สุดท้ายจึงนำไปเรียงรายบนตาข่ายตาถี่เพื่อตากแดดให้กลายเป็นปลาแห้ง ซึ่งในช่วงที่แดดแรงอย่างเช่นเดือนมีนาคม หรือเมษายนจะใช้เวลาตากประมาณ 8 ชั่วโมง ก็จะสามารถนำไปชั่งกิโลขายได้เลย แต่หากแดดไม่ดี หรือช่วงหน้าฝน ก็จำเป็นจะต้องใช้เวลานานกว่านั้น และต้องใส่เกลือมากกว่าเดิม อย่าให้ปลาโดนความชื้น เพราะจะทำให้ปลาเน่าเสียได้

    ได้เรียนรู้วิธีทำปลาฉิ้งฉ้างตากแห้งกันแล้ว จะเห็นได้ว่าไม่ได้ยากเย็นอะไรนัก แต่กระนั้นก็ต้องแลกมากับความเอาใจใส่ และการอุทิศเวลา เพราะต้องตื่นแต่เช้า เพื่อตรวจสอบปลาสด แล้วนำมาผ่านกระบวนการทำให้สุก และตากแดด ซึ่งแต่ละขั้นตอนนั้นหากละเลย หรือไม่รอบคอบอาจได้ปลาที่ไม่สด และทำให้ได้ปลาฉิ้งฉ้างตากแห้งที่ไม่อร่อยตามสไตล์คนภูเก็ตบ้านเรา


    ปลาฉิ้งฉ้างตากแห้งจากชุมชนปลากะตักพัฒนานั้น จะมีพ่อค้า แม่ค้าที่มารับซื้อถึงที่ชุมชน ซื้อกันครั้งละตั้งแต่หลักร้อย ไปจนถึงหลักหมื่น หลักพันกิโลกันเลย หรือใครที่อยากจะซื้อปลีกไม่กี่กิโลก็ทำได้ แต่ต้องสอบถามราคากับทางชุมชนอีกครั้ง เพราะราคาขายส่งในแต่ละช่วงก็จะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับคุณภาพปลาสดที่ได้มา หากได้ปลาเกรดดี ราคาก็จะสูงตาม และขึ้นอยู่กับขนาดของปลาด้วย โดยแบ่งออกเป็นเบอร์ 2-3, 3-4, 4-5, 5-6, 6-7 และจัมโบ้ เป็นขนาดตั้งแต่เล็กไปหาใหญ่ นอกจากกลุ่มลูกค้าในจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดใกล้เคียงแล้ว ยังมีการส่งออกไปจำหน่ายในประเทศเพื่อนบ้าน อย่างมาเลเซีย และจีน ถึงแม้บางจังหวัดทางฝั่งทะเลอ่าวไทยจะมีการทำปลาฉิ้งฉ้างตากแห้ง แต่เรื่องรสชาติก็แตกต่างกันออกไปด้วยเช่นกัน

    “กลุ่มลูกค้าของเราส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าประจำที่จะมารับซื้อสินค้าเอง หากสินค้าของสมาชิกคนใดไม่พอก็จะกระจายไปที่สมาชิกอื่น ๆ เหตุที่ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อปลาฉิ้งฉ้างของที่นี่ คงเป็นเพราะคุณภาพ และความเข้มแข็งของคนในชุมชน คือเราเป็นชุมชนเล็ก ๆ ที่มีการใช้ชีวิตด้วยการทำปลาฉิ้งฉ้างตากแห้งมานาน ลูกค้าจึงไว้วางใจ ส่วนความแตกต่างของปลาฉิ้งฉ้างของฝั่งทะเลอันดามัน และทะเลอ่าวไทยนั้น จะเป็นที่เรื่องของรสชาติ ปลาฉิ้งฉ้างของฝั่งอันดามันจะมีรสชาติมันกว่า เพราะปลาสดจากอันดามันจะทำการดองน้ำแข็ง ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการต้ม ส่วนปลาจากฝั่งอ่าวไทย ส่วนใหญ่มักจะดองเกลือ ทำให้มีน้ำหนักมาก แต่เมื่อนำไปทอดจะไม่พองตัว และมีรสเค็มกว่า”

    คุณเขียวกล่าวเสริมว่า ในแต่ละวันจะมีแม่ค้า พ่อค้าแวะเวียนมาซื้อหาปลาฉิ้งฉ้างเป็นจำนวนมาก แต่ในบางครั้งสินค้าก็ยังไม่พอจำหน่าย เพราะปลาฉิ้งฉ้างสดในทะเลนั้นมีจำนวนลดน้อยลง แต่ในบางครั้ง ปลาฉิ้งฉ้างตากแห้งของชุมชนปลากะตักพัฒนาก็ไม่สามารถระบายสินค้าได้เท่าที่ควร เฉกเช่นช่วงเวลานี้ที่สถานการณ์ทางการเมืองยังคงส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการซื้อขายกับประเทศไทย ตลาดปลาฉิ้งฉ้างตากแห้งของจีนก็ชะงักลงเช่นกัน ทำให้มีปลาฉิ้งฉ้างตากแห้งเหลือค้างค่อนข้างมาก แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ ที่ชุมชนมีการจัดเก็บรักษาอย่างดี สามารถเก็บปลาไว้ได้นานเป็นเดือน ๆ โดยไม่ต้องแช่ตู้เย็น

    ตามติดเส้นทางการผลิตปลาฉิ้งฉ้างตากแห้งมาจนถึงขั้นตอนสุดท้าย คือการ ‘ชิม’ ที่ผ่านมาเคยคิดว่าปลาฉิ้งฉ้างที่เห็นเป็นตัวใส ๆ ขาว ๆ วางอยู่ในถ้วยเป็นเครื่องเคียงกับขนมจีนนั้น เป็นปลาดิบ ยังทานไม่ได้ จนมาวันนี้จึงได้ร้องอ๋อ เล่ออยู่นาน ลองกินปลาฉิ้งฉ้างตากแห้งที่เพิ่งเก็บใหม่ ๆ หอม อร่อย เค็มกำลังดี ถ้าจะให้ดีต้องได้ขนมจีนน้ำยาสักถ้วย คงจะหรอยได้แรงอก สำหรับฉันในฐานะผู้บริโภค ความสำคัญของปลาฉิ้งฉ้างมีให้เห็นในแง่ของส่วนประกอบในอาหารของชาวภูเก็ต แต่สำหรับมุมมองของผู้ผลิตอย่างคุณเขียว และชาวชุมชนปลากะตักพัฒนา ความสำคัญของปลาชนิดนี้ไม่ใช่มีเพียงแค่นั้น แต่กลับเป็นรายได้หลัก และสินค้าเศรษฐกิจที่ช่วยขับเคลื่อนภูเก็ตให้เดินต่อไปข้างหน้า ถึงแม้จะเป็นเพียงปลาตัวเล็ก ๆ ในทะเลอันดามัน แต่ก็เปรียบเสมือนสายพานใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตของอีกหลาย ๆ ชีวิตของชุมชนนี้ เหมือนที่คุณเขียวได้กล่าวทิ้งท้ายกับเราเอาไว้ว่า

    “ตราบใดที่น้ำทะเลยังไม่แห้ง อาชีพทำปลาฉิ้งฉ้างก็จะยังคงอยู่ตลอดไป”






 เรื่องอื่น ๆ




นายกฤตพล แก้วประดับเพชร
27 กันยายน 59 10:14
เราต้องการปลาจิงจังตากแห้งจำนวนมาก ไม่น้อยกว่า 10 ตัน/เดือน กรุณาส่ง quotation ไปตาม อีเมลล์ ด้วยนะครับกำลังรออยู่ ขอบคุุณครับ กฤตพล +6663-2309142
1

แอน
9 ธันวาคม 59 14:38
ขอราคาส่งให้ด้วยนะค่ะ ต้องการรับซื้อจำนวนมากค่ะ หรือติดต่อมาที่เบอร์ 0860333630 แอน Line:chida56
2

เอก
24 มิถุนายน 60 11:06
ผมต้องการปลาฉิ้งฉ้างตากแห้งจำนวนมาก ไม่ต่ำกว่า2ตันต่อสัปดาห์ ขอราคาส่งนะครับ ติดต่อได้ที่เบอร์090-9696314 ไลน์ eka-nakub
3




Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
มิถุนายน 2560
  • 75 ถนนภูเก็ต : ถ้อยคำแท้จริง ที่โคยะซัง
  • เรื่องจากปก : ไมเคิล ซี วู้ดฟอร์ด กับภารกิจช่วยชีวิตผู้คนบนท้องถนน
  • Business : เที่ยวแบบ Unique บนความเป็น Small luxury resort with e-co friendly concept ที่ Crest Resort & Pool V
  • Business : สมาคมโรงแรมภูเก็ต Phuket Hotel Association
  • ห้องรับแขก : นพ.วิวัฒน์ ศีตมโนชญ์ หัวเรือใหญ่ในการป้องกันแก้ไข อุบัติภัยบนท้องถนน

















Copyright© 2005 - 2017 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink