ความต่างแห่งศรัทธา แห่พระตะกั่วป่าที่ศาลเจ้าพ่อกวนอู
Text size:
By กองบรรณาธิการภูเก็ตบูลเลทิน
Bookmark and Share


    ยังคงอบอวลอยู่กับเทศกาลถือศีลกินผัก ที่แวะเวียนมาบรรจบในช่วงเวลาเดียวกันนี้ของทุก ๆ ปี ตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา ฉันมักจะเก็บตัวเงียบ ๆ อยู่ในบ้าน ไม่ค่อยปลีกตัวไปไหนไกลนัก เนื่องจากรังเกียจรังงอนการจราจรที่ค่อนข้างติดขัดอย่างหนักในจังหวัดภูเก็ต แค่ต้องออกไปซื้ออาหารเจใกล้บ้านเพื่อประทังความหิว แค่นั้นก็ทำเอาฉันรู้สึกเหมือนเส้นทางจากบ้านไปที่ร้านอาหารช่างแสนยาวไกล เหตุนี้จึงตัดสินใจซื้ออาหารสด แล้วมารบกวนฝีมือแม่ครัวใหญ่ประจำบ้านให้ปรุงให้จะดีกว่า…

    แต่ถึงอย่างไรเสีย ทุกเช้า ๆ ในช่วงเทศกาลฯ ฉันก็ต้องรีบเบิกตาตื่นขึ้นมา เพื่อตะลอนไปดูการจัดขบวนแห่พระ หรือพิธีอิ้วเก้ง ของแต่ละศาลเจ้า มันเป็นภาพความทรงจำที่ยังคงชัดเจนในหัวมาตั้งแต่เมื่อฉันยังเด็ก ความศรัทธาที่ถ่ายทอดผ่านการเจาะ การเสียบ การแทง และการจุดประทัดเหล่านี้ เป็นเสน่ห์ที่หลายต่อหลายคนหลงใหล รวมถึงตัวฉันเองด้วย

    และปีนี้ก็เป็นเช่นทุก ๆ ปี ที่ฉันจะไปยืนรอขบวนแห่พระแต่เช้าตรู่ แต่แตกต่างกันไปบ้าง ตรงที่ฉันได้มีโอกาสไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ ของพิธีแห่พระในต่างถิ่น ไม่ใกล้ ไม่ไกลจากภูเก็ตเท่าไรนัก ศาลเจ้าพ่อกวนอู (ซิ่นใช่ตึ๋ง) หรือ อ๊ามใต้ ที่ตลาดเก่า อ. ตะกั่วป่า จ. พังงา นั่นเอง

    ย้อนกลับไปหลายปีก่อหน้านี้ ฉันเคยเห็นภาพพิธีแห่พระของตะกั่วป่าผ่านทางเว็บไซต์ หรือโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์จากที่ไหนสักแห่ง ฉันเองก็จำไม่ได้ เป็นภาพชายฉกรรจ์สวมเสื้อเชิ้ต และกางกางขายาวสีขาว 4 คน กำลังหามเสลี่ยงใหญ่ขององค์หยกอ๋องซ่งเต่ ด้วยท่าทีสงบนิ่ง ทั้ง ๆ ที่รอบ ๆ กายพวกเขามีแต่เศษกระดาษ และควันสีขาวของประทัดแดงนับพันนัดกระจายไปรอบ ๆ ด้านหลังคนเหล่านี้ เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ ความศรัทธาที่สื่อผ่านความสงบนิ่ง ทำให้ฉันรู้สึกว่าภาพนั้นเป็นภาพที่ขลังมาก และพิธีแห่พระของตะกั่วป่าก็สามารถแสดงออกถึงความศรัทธาของผู้คนที่เข้าร่วมพิธีได้อย่างชัดเจน ฉันจึงตัดสินใจไปดูให้เห็นด้วยตาของตัวเอง

    เช้าวันอาทิตย์ อากาศอึมครึม เรามีนัดกับ โกด้วน ชัยยศ โก้สกุล ฮวดกั้ว (ผู้กระทำพิธีกรรมอัญเชิญเทพเจ้า) รุ่นที่ 5 ของศาลเจ้าแห่งนี้ เพื่อมาบอกเล่าถึงเรื่องราวความศรัทธาเกี่ยวกับศาลเจ้า และพิธีแห่พระของที่นี่ให้เราได้ฟังกัน

    โกด้วน เล่าให้ฟังว่า ศาลเจ้าแห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นเมื่อใด แกเองก็บอกไม่ได้ เพราะเท่าที่แกพอรู้ อายุอานามของศาลเจ้าก็ร่วม ๆ 170 ปีแล้ว ถึงแม้ลักษณะของศาลเจ้าจะเป็นเพียงศาลเจ้าในห้องแถว ซึ่งไม่ได้ใหญ่มากนัก แต่ที่แห่งนี้เปรียบเสมือนศูนย์รวมจิตใจของชาวตลาดเก่าเลยก็ว่าได้

    “โกจำไม่ได้ว่าที่นี่สร้างขึ้นปีไหน แต่รู้ว่านานมากแล้ว รู้แต่ได้ย้ายศาลเจ้ามาจากคลองปี ตั้งแต่รุ่นพ่อของคุณจุติ บุญสูง เพื่อมาตั้งอยู่ที่ตลาดนี้ แต่ว่าก่อนหน้านี้ก็เช่าที่เพื่อเปิดศาลเจ้าอยู่อีกจุดหนึ่ง ที่ติดอยู่กับร้านถ่ายรูปดุสิต ต่อมาก็ได้มาซื้อที่ตรงหัวมุมถนนศรีตะกั่วป่า แล้วจึงสร้างเป็นศาลเจ้าขึ้นมาในปัจจุบัน”

    หากจะพูดกันในเรื่องของความงามทางสถาปัตยกรรมแล้ว ศาลเจ้าพ่อกวนอู (ซิ่นใช่ตึ๋ง) อาจจะไม่ใช่พระเอกของหัวข้อสนทนา แต่หากจะถกกันเรื่องความศรัทธา ศาลเจ้าแห่งนี้ถือได้ว่านำมาเป็นอันดับต้น ๆ เห็นได้จากในช่วงวันธรรมดา ยังมีชาวบ้านในพื้นที่ ที่มีปัญหาในชีวิต หรือไม่สบายใจ ยังแวะเวียนเข้าออกที่ศาลเจ้า เพื่อหวังจะหาทางออกให้ชีวิต หรืออย่างน้อยที่สุดพวกเขาจะได้มีที่พึ่งทางจิตใจ และยังเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมแซยิด (วันเกิดพระจีน) ต่าง ๆ อีกด้วย


    เมื่อถึงช่วงเทศกาลถือศีลกินผัก ก็ถึงเวลาที่ศาลเจ้าพ่อกวนอู (ซิ่นใช่ตึ๋ง) จะถูกใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ มากมาย และที่น่าสนใจมากที่สุดคือพิธีแห่พระ ซึ่งจะแตกต่างจากของภูเก็ต ตรงที่จะแห่เพียง 2 วันเท่านั้น คือวันขึ้น 6 ค่ำ และขึ้น 9 ค่ำ (วันส่งพระ) เดือน 9 ตามปฎิทินจีน แต่ความหมายของการแห่พระยังคงไว้ซึ่งนัยยะเดียวกัน คือเป็นการเยี่ยมราษฎรของพระมหากษัตริย์ และองค์เทพเจ้าทั้งหลาย เพื่อปัดเป่าสิ่งไม่ดีให้พ้นไปจากชุมชน

    เดือน 9 ขึ้น 6 ค่ำ (เก้าโง๊ยเช่ล้าก) ตามปฏิทินจีน จะทำพิธีอัญเชิญเทพเจ้าและกิ่วอ๋องไต่เต่ออกแห่ไปทั่วตลาดตะกั่วป่า โดยมีฮวดกั้ว ม้าทรง และประชาชนมารวมตัวกันเพื่อประกอบพิธีกรรมก่อนทำการเคลื่อนขบวนไปตามท้องถนน ถือได้ว่าเป็นวันรวมญาติของชาวตะกั่วป่า เพราะลูกหลานที่ไปเรียน หรือทำงานต่างจังหวัด ก็จะกลับมาอยู่พร้อมหน้า ทำให้ย่านตลาดเก่าตะกั่วป่ากลับมาคึกคักอีกครั้ง

    ขบวนแห่จะประกอบด้วย ขบวนม้าทรงหญิง ชาย ซึ่งที่นี่จะไม่เน้นการเสียบแทงอาวุธ หรือของมีคมขนาดใหญ่ ต่อมาเป็นขบวนเก่ว (เสลี่ยง) ขององค์กิ่วอ๋อง โดยจะมีชายหนุ่ม ทั้งหนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่อย่างน้อย 4 คนเข้ามาขันอาสารับหน้าที่แบกเก่ว และจะเคลื่อนตัวไปอย่างเนิบช้า ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป ไม่ได้รวดเร็ว เพราะต้องรอให้ประชาชนตรงจุดนั้น ๆ จุดประทัดใส่ให้หมดก่อน ซึ่งแต่ละบ้านก็ไม่ได้มีประทัดเพียงแค่หลักร้อย แต่มีถึงหลักพัน บางบ้านมีมากถึงหลักหมื่น แค่จากจุดเริ่มต้นตรงหน้าศาลเจ้าก็มีการจุดประทัดเกือบครึ่งแสนดอกเลยทีเดียว เพราะชาวตะกั่วป่าเชื่อว่า การจุดประทัดจำนวนมากให้กับเก่วขององค์กิ่วอ๋อง หรือองค์หยกอ๋อง เป็นเหมือนการเชิญให้ทั้ง 2 องค์เยี่ยมเยือนบ้านของตัวเองนานขึ้น ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจที่จะเห็นกองประทัดแดงสูงเกือบเมตรที่บ้านของชาวตะกั่วป่าในช่วงเทศกาลฯ

    ระหว่างนี้ หนุ่ม ๆ ที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น ก็จะทำการสลับผลัดเปลี่ยนกันให้ผู้อื่นมาช่วยแบกบ้าง เพื่อเป็นการแบ่งบุญกันต่อ ๆ ไป หลังจากนั้น เมื่อแห่ครบถ้วนทุกบ้าน ทุกเส้นถนนเรียบร้อยแล้ว ก็จะอัญเชิญพระกลับศาลเจ้า และจะทำพิธีโข้กุ้นอีกครั้ง เป็นการเลี้ยงพระและพวกทหารเอี๋ยป๋ง เพื่อเป็นการขอบคุณ ซึ่งระยะเวลาในการแห่ จะไม่แน่นอนเสมอไป ครั้งแรกที่ฉันได้ไปสัมผัสนั้น เริ่มพิธีราว ๆ เที่ยง และจบพิธีก็เกือบสี่ทุ่มแล้ว เล่นเอาเหนื่อยทั้งคนหาม คนจุดประทัด และช่างภาพ

    พอถึง เดือน 9 ขึ้น 9 ค่ำ (เก้าโง๊ยเช่เก้า) ตามปฏิทินจีน วันสุดท้ายของเทศกาลฯ ตอนกลางวันทางศาลเจ้าจะอัญเชิญเทพเจ้า และหยกอ๋องซ่งเต่ทรงประทับเก่ว ออกแห่ไปทั่วตลาดตะกั่วป่าเพื่อโปรดสัตว์และชาวตะกั่วป่าเป็นวันสุดท้าย วันนี้ก็จะมีการจุดประทัดเหมือนวันขึ้น 6 ค่ำ หลังจากนั้นจะทำพิธีอัญเชิญองค์หยกอ๋องซ่งเต่ขึ้นสู่สวรรค์ ก่อนตะวันตกดินที่คลองตะกั่วป่า พอตกดึกวันเดียวกัน ซึ่งเวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามฤกษ์ยามที่เหมาะสม ก็จะอัญเชิญองค์กิ่วอ๋องไต่เต่ไปที่สะพานคลองใหญ่เพื่อจะได้ทำพิธีอัญเชิญกลับสู่สวรรค์ (อุ่ยเที๋ยนตั่ง) เป็นการเสร็จพิธีการกินผัก (เจียะกิ่วอ๋องฉ่าย) 9 วัน 9 คืน ของชาวตะกั่วป่า

    มีเรื่องเล่าว่า เมื่อสมัยก่อน การแห่พระนั้นได้ใช้ม้านั่งสำหรับให้พระนั่งประทับออกแห่ เรียกว่า ‘ถ้ายเป๋ย’ เชิญเทพเจ้าต่าง ๆ ขึ้นประทับนั่งเพื่อออกแห่โปรดสัตว์ และชาวบ้านตลาดตะกั่วป่า ต่อมาเมื่อได้สร้างศาลเจ้าพ่อกวนอูขึ้นใหม่ สมัยแป๊ะหลี ตั้ง โอ้เป็นฮวดกั้ว แกได้ดัดแปลงที่นั่งของพระใหม่ทำด้วยไม้หวายสำหรับทำเป็นรูปเก่วขึ้น 2 หลัง ไว้อัญเชิญกิ่วอ๋องไต่เต่ และ หยกอ๋องซ่งเต่ ขึ้นประทับเพื่อออกแห่ไปตามตลาด เพื่อโปรดสัตว์และประชาชนชาวตะกั่วป่าเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า ‘เก่วเฒ่า’ ถ้าโชคดีฉันคงจะได้มีโอกาสบันทึกภาพเก่วเก่าแก่นี้สักครั้ง

    “พิธีแห่พระของที่นี่ เป็นสัญลักษณ์ที่ชัดเจน เป็นมากกว่าพิธีกรรม เป็นการรวมความศรัทธาของคนในชุมชน เป็นแก่นของเทศกาล มันน่าภูมิใจนะที่ได้เป็นส่วนหนึ่ง” โกด้วนกล่าวทิ้งท้าย

    แม้จะเกิดคำถามเกี่ยวกับเทศกาลฯ กินเจมากมาย รวมทั้งพิธีกรรมที่แตกต่างไปตามความเชื่อของคนในแต่ละท้องถิ่น แต่แง่งามท่ามกลางเสียงกึกก้องของประทัดแดงนับแสน ยังคงดำเนินไปเรื่อย ๆ เป็นเส้นคู่ขนานของสังคมปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความรวดเร็ว และฉาบฉวย  ไม่ว่าเราจะแสดงออกซึ่งความศรัทธาในรูปแบบใดก็ตาม ความดีงามของเทพเจ้าต่าง ๆ ที่ได้ปฏิบัติเป็นแบบอย่างนั้น เป็นสิ่งสำคัญที่ชนรุ่นหลังพึงนำมาพิจารณาและดำเนินรอยตามสืบสาน เฉกเช่นชาวตะกั่วป่า ที่อ๊ามใต้แห่งนี้

ข้อมูลอ้างอิง...
http://roikamhom.blogspot.com/2009/01/blog-post_27.html





 เรื่องอื่น ๆ







Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
กุมภาพันธ์ 2561
  • 75 ถนนภูเก็ต : ตรุษจีน - ไหว้เทดา และโคมแดง
  • เรื่องจากปก : ณปภัช – ทรรศชล ทรัพย์สุนทรกุล กับห้องรับแขกของประเทศ ‘The Coral Executive Lounge’
  • Business : Origami Cafe คัดสรรทุกเมนูเพื่อคุณ
  • Business : Surf Hotel Patongรองรับชีวิตที่ไม่หยุดนิ่ง
  • ห้องรับแขก : ธีระ เจี่ยสกุล กับความสมดุลของการใช้ชีวิต

















Copyright© 2005 - 2018 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink