เติมความสดชื่นท่ามกลางธรรมชาติ ที่สระมรกต น้ำตกร้อน
Text size:
By กองบรรณาธิการภูเก็ตบูลเลทิน
Bookmark and Share


    สายฝนเริ่มพัดผ่านเข้ามาสู่จังหวัดภูเก็ตอีกครั้ง แต่ก็ไม่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นหน้าฝนอย่างเต็มที่ เหมือนในสมัยก่อน เพราะสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน เอาแน่เอานอนไม่ได้ ประเดี๋ยวก็ฝนตก ประเดี๋ยวก็แดดออกกันทั้งปี จึงระบุไม่ได้แน่ชัดว่าเป็นฤดูกาลไหนกันแน่ หากจะเดินทางท่องเที่ยวก็จำเป็นต้องวางแผนกันไว้ให้ดี การเดินทางแต่ละครั้งจะได้ราบรื่น และมีแต่ความประทับใจ

    สัปดาห์ก่อน กลุ่มเพื่อนสนิทจากเมืองหลวง เดินทางมาเยี่ยมฉัน และตั้งใจจะมาชมความงามของอาทิตย์อัสดงด้วยกันที่แหลมพรมเทพ แต่โชคกลับไม่เข้าข้าง เพราะนอกจากเมฆจะครึ้มจนมองไม่เห็นแสงอาทิตย์แล้ว ฝนเจ้ากรรมตกกระหน่ำลงมาจนแม้แต่พื้นถนนยังมองไม่เห็น สุดท้ายก็ต้องอำลาภูเก็ตไปด้วยความเสียดาย และเตรียมเดินทางต่อไปที่จังหวัดกระบี่ในวันรุ่งขึ้น ฉันจึงไม่รอช้า ตัดสินใจขับรถไปเที่ยวด้วยกันเสียเลย

    เช้าอีกวันท้องฟ้าเริ่มสดใส แดดสาดส่องไปทุกอณู จุดหมายของพวกเราคือมุ่งตรงไปที่โรงแรมที่จองไว้ แต่ก็เกรงว่าไปถึงโรงแรมแล้วจะไม่มีอะไรทำ เลยคิดหาจุดแวะชมธรรมชาติกันก่อน เสียงส่วนใหญ่ลงความเห็นให้ไปเที่ยวกันที่ สระมรกต และน้ำตกร้อน อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่

    ระยะทางจากภูเก็ต ไป อำเภอคลองท่อม ใช้เวลาราว ๆ 3 ชั่วโมง โดยใช้เส้นทางถนนเพชรเกษม ผ่านอำเภออ่าวลึก และอำเภอเหนือคลอง และเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนหมายเลข 4038 ขับไปเรื่อย ๆ อีกสักระยะ จะเห็นป้ายบอกทางไปสระมรกต และน้ำตกร้อนชัดเจน ขับง่าย รับรองไม่หลงแน่นอน พวกเราขับรถกันไปแบบไม่รีบไม่ร้อน เพื่อจะชมความงามของธรรมชาติสองข้างทางของจังหวัดกระบี่ให้เต็มที่ ที่นี่เต็มไปด้วยหุบเขาที่อุดมสมบูรณ์และความเขียวชอุ่มของต้นไม้นานาพันธุ์ สมกับคำขวัญที่ว่า ‘ถิ่นหอยเก่า เขาตระหง่าน ธารสวย รวยเกาะ เพาะปลูกปาล์ม งามหาดทราย ใต้ทะเลสวยสด มรกตอันดามัน สวรรค์เกาะพีพี’

    แวะออกข้างทาง ไปเสียไกล วกกลับเข้าเส้นทางไปสระมรกตกันต่อ เมื่อเลี้ยวเข้ามาตามป้ายบอกทางขนาดใหญ่ที่ติดไว้ด้านหน้า จะเจอกับจุดรับฝากรถมากมาย ที่พร้อมใจกันออกมาโบกรถเพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้าไปจอดรถในพื้นที่ของตน ไม่ต้องรีบนะคะ ลองขับเข้าไปด้านในเรื่อย ๆ จะได้ไม่ต้องเดินไกล เราเลือกจอดรถตรงจุดจอดก่อนถึงทางเข้าสระมรกต ซึ่งเป็นลานดินกว้างขวาง ที่ดัดแปลงพื้นที่สวนยางเสื่อมโทรมมาเป็นลานจอดรถ โดยคิดค่าบริการสำหรับรถยนต์คันละ 30 บาท ส่วนรถบัส และรถตู้ ราคาคันละ 50 บาท

    ถึงแม้ว่าสระมรกต จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของกระบี่ แต่ก็ไม่มีรถสาธารณะไปถึง ดังนั้นนักท่องเที่ยวจึงต้องหาซื้อ One day trip ไป ซึ่งราคาประมาณ 500-600 บาทต่อคน หรือไม่ก็ต้องเช่ารถขับกันไปเอง

    เมื่อจอดรถเสร็จสรรพ ก็ต้องมาจ่ายค่าธรรมเนียมค่าผ่านประตูคนละ 20 บาท สำหรับผู้ใหญ่ชาวไทย และเด็กไทย คนละ 10 บาท ส่วนผู้ใหญ่ชาวต่างชาติ ราคาคนละ 200 บาท และเด็กต่างชาติราคา 100 บาท ซึ่งก่อนจะมาถึงประตูทางเข้าจะมีร้านอาหาร ร้านขายของฝาก ห้องน้ำ และร้านให้เช่าห่วงยาง ตั้งอยู่เรียงราย สามารถเลือกใช้บริการกันได้ตามใจ แต่ที่นี่ห้ามนำอาหารเข้าไปข้างในนะคะ

    ตัวสระมรกต หรือ ที่ฝรั่งรู้จักกันในนาม Emerald Pool ตั้งอยู่ด้านใน ซึ่งเราต้องเดินเท้าเข้าไปอีก โดยสามารถเลือกเดินได้ 2 เส้นทาง คือเส้นทางหลัก ที่มีลักษณะเป็นทางดิน ขนาบไปด้วยพันธุ์ไม้น้อยใหญ่ มากมาย มีระยะทางประมาณ 800 เมตร ส่วนอีกเส้นทาง ถูกจัดทำให้เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ มีระยะทางประมาณ 1,400 เมตร โดยสร้างเป็นทางเดินที่มีลักษณะเป็นสะพานปูนเชื่อมต่อกัน ซึ่งสามารถเดินไปชมสระแก้วที่มีความสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์อีกจุดหนึ่ง และเส้นทางนี้มีโอกาสได้เห็นนกแต้วแร้วท้องดำ และนกกระเต็นสร้อยคำสีน้ำตาล นกเงือก ซึ่งเป็นนกที่หาดูได้ยากได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม เส้นทางทั้ง 2 เส้นจะมาบรรจบกันที่สระมรกต

    เราเลือกเดินตามเส้นทางปกติ เพราะเห็นว่ามีระยะทางที่สั้นกว่า และกว้างขวาง เหมาะกับกลุ่มของพวกเราที่เดินทางไปกันหลายคน เส้นทางค่อนข้างร่มรื่น เพราะมีต้นไม้ใหญ่คอยบังแดดไว้ จึงทำให้ไม่เหนื่อยมาก เดินมาแค่พอเหงื่อซึม ก็มาถึงสระมรกต


    สระมรกต ถูกจัดให้เป็น 1 ใน Unseen Thailand เพราะความสวยงามของสถานที่แห่งนี้ ทำให้ดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งที่เป็นคนในพื้นที่ นักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติ ต่างให้หลงใหลอยากมาสัมผัสความงาม และความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่นี่ ยิ่งเป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ จะมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลมามากมาย ฉันจึงแนะนำให้คุณผู้อ่านเดินทางไปเที่ยวตั้งแต่เช้า จะได้ไม่ต้องเผชิญกับผู้คนที่เยอะเกินไป

    สระแห่งนี้ มีลักษณะเป็นสระน้ำพุร้อนขนาดใหญ่ น้ำในสระมีอุณหภูมิประมาณ 30-50 องศาเซลเซียส ซึ่งตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม หากเราเดินต่อจากสระไปอีก ก็จะเจอกับสระน้ำผุด ซึ่งเป็นต้นน้ำที่มีน้ำใสราวกับกระจก สาเหตุที่ทำให้น้ำใสเช่นนี้ เป็นเพราะน้ำมาจากใต้ดิน ผ่านชั้นหินปูนที่มีแคลเซียมคาร์บอเนตสูง และมีคุณสมบัติเป็นด่าง ทำให้ตะกอนต่าง ๆ ตกอยู่ด้านล่าง แต่ถึงแม้จะใสแค่ไหน ก็อย่าเผลอตักมาดื่มนะคะ เพราะเสี่ยงต่อการเป็นโรคนิ่วได้ ส่วนที่เรามองเห็นเป็นสีเขียว หรือสีมรกตนั้น เกิดจากสาหร่ายที่เกาะอยู่ตามพื้นผนังของสระ เมื่อแสงแดดตกกระทบกับแผ่นน้ำจึงทำให้มองเห็นเป็นเหมือนสีเขียวมรกต น้ำมีความลึกประมาณหน้าอกของผู้ใหญ่ ถึงจะไม่ลึกมาก แต่ก็ต้องระมัดระวัง หากมีเด็ก ๆ ไปด้วย

    เราใช้เวลาดื่มด่ำกับธรรมชาติอันสวยงามของสระมรกตกันจนบ่ายกว่า ๆ จึงตัดสินใจเดินทางกลับ โดยคุณผู้อ่านสามารถอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าได้ตามจุดบริการห้องน้ำที่มีอยู่โดยรอบ แต่พวกเราขออนุญาตเดินทางต่อไป ทั้งเนื้อตัวเปียกปอนกันนะคะ เพราะเราจะแวะไปผ่อนคลายกันต่อที่น้ำตกร้อน ซึ่งอยู่ไม่ห่างกัน

    ขับรถย้อนกลับออกมาเส้นทางเดิมประมาณ 7 กิโลเมตร ก็จะมาถึงน้ำตกร้อน อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของอำเภอคลองท่อม ก่อนถึงทางเข้าจะมีจุดเก็บค่าธรรมเนียม โดยจ่ายคนละ 30 บาท และค่าธรรมเนียมรถยนต์อีก 20 บาท หลังจากนั้นก็เดินเท้าไปอีกนิดหน่อย ก็จะเจอกับบ่อน้ำร้อนที่ถูกสร้างขึ้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวมาแช่ตัว


    น้ำตกร้อน ตั้งอยู่บริเวณบ้านบางคราม-บ้านบางเตียว อุณหภูมิของน้ำจะไม่สูงมาก ประมาณ 40-50 องศาเซลเซียส เป็นน้ำร้อนที่ซึมขึ้นมาจากผิวดิน ซึ่งมีป่าละเมาะปกคลุม ทำให้มีบรรยากาศร่มรื่น เหมาะแก่การพักผ่อน และเดินศึกษาธรรมชาติ เมื่อเดินลึกเข้าไป จะเจอกับธารน้ำตกร้อน ที่มีทัศนียภาพแปลกตา เกิดจากสายน้ำที่ไหลมาจากกลางป่า ผ่านบ่อน้ำพุร้อน และไหลไปรวมกันตามความลาดเอียงของพื้นที่ บางช่วงมีควันคุกรุ่น และคราบหินปูนธรรมชาติพอกอยู่เป็นชั้นหนา ลดหลั่นกันลงไป ทำให้เห็นเป็นเหมือนน้ำตกขนาดเล็ก จนไปสิ้นสุดที่คลองสะพานยูง ถือเป็นความงามอันน่าอัศจรรย์อีกอย่างของจังหวัดกระบี่

    น้ำตกร้อนมีขนาดไม่ใหญ่นัก สูงประมาณ 3 เมตร มี 3 ชั้น แต่ที่พิเศษ คือแต่ละชั้น มีแอ่งลักษณะคล้ายอ่างอาบน้ำ ซึ่งเกิดจากการก่อตัวของตะกอนหินปูนในน้ำร้อน ชั้นละ 4-5 อ่าง ลึกประมาณ 1-1.5 เมตร ในน้ำมีสารกำมะถันเจือจางเป็นส่วนประกอบ มีอุณหภูมิพอเหมาะสามารถอาบน้ำได้ เป็นสถานที่นักท่องเที่ยวนิยมไปอาบธารน้ำแร่เพื่อสุขภาพ

    ฉันและเพื่อนไม่รอช้า เรารีบกระโจนลงแอ่งน้ำตก และแช่ตัว แช่เท้ากันอย่างสนุกสนาน อุณหภูมิที่พอเหมาะของน้ำตกร้อน ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และสบายตัวมาก หลังจากนั้นอย่าลืมดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ เพื่อทดแทนเกลือแร่ที่เสียไปนะคะ

    One Day Trip ท่ามกลางธรรมชาติของจังหวัดกระบี่ ช่วยเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าให้ร่างกาย และจิตใจพวกเราได้ไม่น้อย วันเวลาเดินเลยมาจนเวลาเย็น พวกเราเห็นว่าควรจะเดินทางต่อให้ถึงโรงแรมที่พักเสียที จะได้มีเวลาพักผ่อน เพื่อเตรียมพร้อมเดินทางท่องเที่ยวต่อในจังหวัดกระบี่ในวันพรุ่งนี้ให้เต็มที่ต่อไป แล้วเจอกันใหม่นะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิง...
www.holidaythai.com/Thailand-Attractions-2382.htm
www.tourkrabi.com/






 เรื่องอื่น ๆ







Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
มิถุนายน 2561
  • 75 ถนนภูเก็ต : ปลายฟ้าที่ฮุนซา… ตักกสิลา… แล้ว "เก็บฉาก"
  • เรื่องจากปก : ‘การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง’.... นิยามความสำเร็จ ของ บุญ ยงสกุล
  • Business : BCISโรงเรียนนานาชาติโฉมใหม่ของภูเก็ต
  • Business : Casa Signature...บ้านหรูบนชัยภูมิแบบผู้นำที่เก่งและเฮง
  • ห้องรับแขก : กว่าจะมาเป็น นางฟ้ากู่เจิง "แอนนี่ - อธิษฐ์รดา จันทร์ชูวณิชกุล"

















Copyright© 2005 - 2018 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink