เดินเล่นท้าลมหนาว เคล้าสายหมอกที่ Cameron Highland
Text size:
By กองบรรณาธิการภูเก็ตบูลเลทิน
Bookmark and Share


    นาทีนี้ ชั่วโมงนี้ คงไม่มีเรื่องไหนจะสำคัญไปกว่าการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน หรือที่เรียกสั้น ๆ AEC ซึ่งแต่ละประเทศที่เป็นสมาชิกก็ต้องเตรียมตัวพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง และเปิดกว้างทางเศรษฐกิจที่จะเข้ามาจากประเทศสมาชิกอีกทั้ง 10 ประเทศ รวมไปถึงต้องเรียนรู้ถึงความเหมือนและความแตกต่างของวัฒนธรรม จารีต ประเพณี และความเป็นอยู่ต่าง ๆ ของแต่ละประเทศอีกด้วย เพื่อว่าเมื่อถึงวันนั้นเราจะได้ต้อนรับประเทศเพื่อนบ้านของเราได้อย่างถูกต้องบริบูรณ์ โดยเฉพาะเรื่องของภาษาอังกฤษที่ต้องเร่งพัฒนาคุณภาพของประชาชนในบ้านเราให้ดีเท่าทันประเทศอื่น ๆ

    คอลัมน์ชวนเที่ยวฉบับนี้ จึงไม่อยากให้น้อยหน้าสู่ความเป็นอาเซียน เราจึงเปลี่ยนบรรยากาศจากการท่องเที่ยวในประเทศ มาไกลอีกหน่อยสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ทางทิศใต้ของประเทศไทย เมืองแห่งสีสันของวัฒนธรรม ประเทศมาเลเซียนั่นเอง ครั้นจะท่องเที่ยวให้ทั่วมาเลเซียคงจะต้องใช้เวลาเป็นเดือน เราจึงเลือกปักหมุดไว้ที่เมืองตากอากาศแห่งใหม่ของประเทศมาเลเซีย Cameron Highlands ทริปนี้ต้องขอขอบคุณการท่องเที่ยวมาเลเซีย ประจำจังหวัดภูเก็ต ที่เอื้อเฟื้อตลอดทริป

    แปดโมงเช้า ฉันและพี่ ๆ สื่อท่านอื่น ๆ มาตามคำนัดหมายที่สนามบินนานาชาติจังหวัดภูเก็ต เพื่อเตรียมตัว รอขึ้นเครื่องรอบ 10.30 น. พวกเรามาถึงก่อนเวลากันนิดหน่อย จึงมีเวลาหาอาหารเช้ายัดใส่ท้อง ก่อนจะรับฟังโปรแกรมการท่องเที่ยวคาเมรอนฯ จากเจ้าหน้าที่ เรามีเวลาเพียงแค่ 3 วัน กับ 2 คืนที่นั่น แต่แค่นี้ฉันก็รู้สึกขอบคุณสำหรับโอกาสที่ได้รับ เพื่อมาเยือนเมืองตากอากาศแห่งนี้ และยังตื่นเต้นที่จะได้ไปสัมผัสลมหนาวไกลบ้านอีกครั้งในรอบปีนี้

    ระยะทางราว ๆ 2 ชั่วโมงครึ่ง เครื่องบินก็พาพวกเรามาถึงสนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ (KLIA) โดยคุณผู้อ่านสามารถเดินทางมาประเทศมาเลเซียได้ทั้งทางรถยนต์ รถไฟ และเครื่องบิน ขึ้นอยู่กับว่าจะไปจอดเทียบท่าที่เมืองไหน สำหรับกลุ่มของฉัน เลือกมาลงที่กัวลาลัมเปอร์ ก่อนจะต่อรถไปที่คาเมรอนฯ

    สิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อมาถึงที่นี่ คือปรับเข็มนาฬิกาให้เดินเร็วกว่าบ้านเรา 1 ชั่วโมง ส่วนค่าเงินจะใช้เป็นริงกิต (MYR) ซึ่งสามารถแลกเงินได้จากธนาคาร หรือร้านค้าที่รับแลก โดย 1 ริงกิต จะเท่ากับ 9 บาทกว่า ๆ ค่าครองชีพทีนี่สูงกว่าภูเก็ตนิดหน่อย หรือสินค้าบางอย่างก็ราคาไม่ต่างกัน อย่างเช่นน้ำดื่มขนาด 1.5 ลิตร ราคาประมาณ 20 บาท อาหารจานหลัก ๆ ของประเทศมาเลเซียก็เห็นจะเป็นข้าวประเภทต่าง ๆ และหมี่ผัด ซึ่งรสชาติไม่ต่างจากอาหารฮาลาลบ้านเราเลย

    ส่วนเรื่องการคมนาคม ก็มีให้เลือกมากมาย ทั้งรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ รถเมล์ รถตู้ เรือ เป็นต้น ถนนหนทางสะอาดสะอ้าน และมีขนาดใหญ่กว่าบ้านเรามาก ที่น่าชื่นชมคือทางการมาเลเซียสามารถรักษาต้นไม้ขนาดใหญ่เอาไว้ให้อยู่คู่กับถนนเส้นหลักได้อย่างกลมกลืน จึงไม่แปลกที่มองไปทางไหนก็จะเห็นพื้นที่สีเขียว ถึงแม้จะเป็นเมืองใหญ่ก็ตาม

    ทำความรู้จักประเทศมาเลเซียกันแบบคร่าว ๆ กันไปแล้ว ได้เวลาเดินทางต่อไปรับลมหนาว และสูดอากาศบริสุทธิ์ที่คาเมรอนฯ กันแล้ว ไปกันดีกว่าค่ะ…

    เราออกเดินทางกันในเช้าวันรุ่งขึ้น โดยเหมารถตู้เพื่อไปยังคาเมรอนฯ รถตู้ที่นี่ จะเป็นรถตู้คันเล็ก กะทัดรัด สามารถบรรจุผู้โดยสารได้ 10 คน ไม่รวมคนขับ และคนขับรถที่นี่ค่อนข้างเคร่งครัดเรื่องกฎจราจร เห็นได้จากเมื่อฉันขอนั่งด้านหน้าใกล้คนขับพร้อมกับพี่นักข่าวอีกท่านหนึ่ง คนขับรถตู้โบกมือห้ามเป็นการใหญ่ และพูดเสียงแข็งให้รู้ว่านั่งได้เพียงคนเดียวเท่านั้น ประทับใจมากค่ะ

    แต่หากไม่ได้เหมารถตู้ คุณผู้อ่านต้องนั่งรถบัสจาก Puduraya Bus Terminal โดยใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง หรือราว ๆ 200 กว่ากิโล โดยเส้นทางจากกัวลาลัมเปอร์มานั้น เป็นถนนเส้นกว้างขวาง มีรถราวิ่งพอสมควร รถจึงสามารถทำเวลาได้ดี ระหว่างทางก็มีที่จอดพักรถ และห้องน้ำสาธารณะไว้คอยบริการเป็นระยะ ๆ บางแห่งมีร้านค้า และร้านอาหารไว้บริการด้วย สะดวกสบายตลอดการเดินทาง จนเมื่อเข้าเส้นทางที่จะไปคาเมรอนฯ ถนนหนทางเริ่มแคบลง จากถนนแปดเลน มีเกาะกลางอย่างดี ก็กลายเป็นถนนสายเล็ก ๆ ขนาดรถสองคันวิ่งสวนกันไม่ค่อยได้ บางช่วงต้องรถของเราต้องหยุดรอให้รถคันที่สวนมาไปก่อน จึงจะสามารถวิ่งต่อไปได้ เส้นทางก็เริ่มคดเคี้ยวและชันมากขึ้น ก่อนจะรถตู้จะพาเราไปถึงยอดคาเมรอนฯ ก็ได้แวะพักที่น้ำตก Lata Iskandar เพื่อยืดเส้นยืดสาย ก่อนจะขับรถกันต่อไป และจอดให้เรารับประทานอาหารเที่ยงกันที่เมืองริงเล็ต (Ringlet)

    พอท้องอิ่ม เราจึงเดินทางกันต่อ เมื่อยิ่งไต่ระดับสูงขึ้น เราก็ยิ่งได้เห็นพื้นที่สีเขียวถนัดตามากขึ้น ภาพไร่ชา ไร่สตรอเบอร์รี่ และสวนดอกลาเวนเดอร์แน่นขนัดไปทั่วทุกพื้นที่ สำหรับการท่องเที่ยวในบริเวณคาเมรอนฯ คุณผู้อ่านจำเป็นต้องเช่ารถแท็กซี่ หรือรถตู้ค่ะ เพราะสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งค่อนข้างอยู่ห่างกัน และเส้นทางคดเคี้ยวและแคบมาก ควรจะให้เจ้าของพื้นที่เป็นผู้พาเราไปจะปลอดภัยกว่าค่ะ


    Cameron Highlands ตั้งอยู่เหนือระดับน้ำทะเลราว 1,820 เมตร นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาเยือนได้ โดยผ่านเมือง Tapah ในรัฐเปรัค ที่ราบสูงแห่งนี้ถูกค้นพบโดยวิลเลียม คาเมรอน นักสำรวจในปี ค.ศ.1885 โดยเขาได้บรรยายที่แห่งนี้ว่าเป็น “ที่ราบสูงที่ลาดเอียงได้อย่างสวยงามและโอบล้อมไปด้วยหุบเขาสูงตระหง่าน” และคาเมรอนฯ ก็สวยงามสมคำกล่าวด้วยทัศนียภาพของหุบเขา และหมู่บ้านที่ปกคลุมไปด้วยม่านหมอก แรกเริ่มเดิมทีผู้ที่เข้ามาจับจองพื้นที่ในที่ราบสูงแห่งนี้ คือบรรดาเจ้าของไร่ชา และเจ้าของฟาร์มผู้ร่ำรวยที่กำลังมองหาสถานที่ที่มีอากาศเย็นสบายสงบเงียบ และเป็นส่วนตัว หลังจากนั้นไม่นานชาวไร่สวนผักชาวจีนก็เข้ามา พร้อมกับการพัฒนาต่าง ๆ มากมาย

    ในปัจจุบันคาเมรอนฯ มีอำเภอขนาดใหญ่ 3 อำเภอ คือ Ringlet ห่างจาก Tapah ประมาณ 46 กิโลเมตร เป็นพื้นที่หลักในการทำสวนผลไม้ และสวนผัก ถัดไปคืออำเภอ Tanah Rata ซึ่งเป็นเมืองสำคัญ โดยมีที่พักแบบกระท่อมไม้ บ้านพัก บังกาโลและร้านอาหารมากมาย และห่างจาก Tanah Rata ออกไปอีก 3 กิโลเมตรคืออำเภอ Brinchang ซึ่งมีโรงแรมมาตรฐานสากล และสนามกอล์ฟ 18 หลุมเปิดให้บริการ ที่ Brinchang มีสถานอนุบาลพันธุ์ไม้ สวนผักและผลไม้ และไร่ชา ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถซื้อผัก และผลไม้สดได้ในราคาถูก นอกจากนี้ยังมีทางเดินป่าสำหรับทั้งเดินเล่น และทอดน่องหรือเดินขึ้นไปสำรวจภูเขา แต่เส้นทางก็ค่อนข้างคดเคี้ยว และอันตราย

    คาเมรอนฯ เป็นพื้นที่สีเขียวที่มีอากาศโล่งโปร่งมากที่สุดของประเทศมาเลเซีย เพราะตั้งอยู่บนพื้นที่ราบสูงทำให้ที่นี่มีอากาศเย็นตลอดทั้งปี ที่นี่เคยเป็นหมู่บ้านในหุบเขาของอังกฤษ แต่ในปัจจุบันได้เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเที่ยวชมพื้นที่เพาะปลูกชา สวนผัก และมีเส้นทางการเดินทัศนาจรที่ดีที่สุดของประเทศ เส้นทางการท่องเที่ยวของคุณเริ่มต้นจากเมือง Tapah ที่ตั้งอยู่บริเวณตีนเขาจากนั้นมุ่งหน้าสู่ยอดเขา ทำให้คาเมรอนฯ เป็นปลายทางที่สุดพิเศษไม่เหมือนสถานที่ใดในโลก

    จุดแรกที่เราได้เยี่ยมชมคือไร่ชาเก่าแก่ที่สุดของคาเมรอนฯ เจ้าของแบรนด์ BOH ที่ชาวมาเลเซียยกย่องว่าเป็นชาที่ดีที่สุด ไร่ชาแห่งนี้มีอาณาเขตกว้างขวางมาก จึงเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสามารถขับรถเข้าไปเยี่ยมชม และถ่ายรูปบริเวณไร่ชาได้ แต่หากใครนึกสนุกอยากเข้าไปถ่ายรูปท่ามกลางไร่ชาก็ทำได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังอนุญาตให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาขั้นตอนการผลิตใบชา ตั้งแต่เริ่มเก็บเกี่ยวใบชา ไปจนถึงขั้นตอนกันคัดสรรเกรดใบชาเพื่อบรรจุขาย และยังมีนิทรรศการเกี่ยวการผลิตใบชาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาเพิ่มเติมอีกด้วย แต่ถ้าเดินชมไร่ชาจนคอแห้ง ก็สามารถสั่งชารสชาติต่าง ๆ มาจิบได้ หรือจะสั่งขนมปัง แซนวิช เค้ก มาทานคู่กันก็ยิ่งทำให้เข้าถึงความเป็นสุดยอดใบชาของชาวมาเลเซียได้เป็นอย่างดี ก่อนกลับก็อย่าลืมเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ใบชา BOH หลากหลายชนิดเป็นของฝากกันนะคะ

    สถานที่ท่องเที่ยวที่เด่น ๆ ของคาเมรอนฯ คือสวนดอกไม้ต่าง ๆ กลุ่มของเราได้เดินทางต่อไปที่สวนลาเวนเดอร์แห่งหนึ่ง จากหลาย ๆ แห่งที่ทอดตัวเรียงรายกัน ภายในสวนเต็มไปด้วยดอกลาเวนเดอร์หลากหลายพันธุ์ สีสันสวยสด เหมาะแก่การถ่ายรูป ด้านข้างก็มีร้านรวงของที่ระลึกไว้คอยบริการไม่ต่างกับสถานที่ท่องเที่ยวในบ้านเรา ชมความงามของดอกลาเวนเดอร์กันแล้ว เราก็เดินทางต่อไปที่สวนกุหลาบ ที่เจ้าของสวนดัดแปลงพื้นที่ให้เป็นสวนปลูกดอกกุหลาบนานาชนิด รวมไปถึงดอกไม้ท้องถิ่นประเภทต่าง ๆ อีกมากมาย บรรยากาศร่มรื่นมาก บวกกับมีลมหนาวเอื่อย ๆ ปะทะหน้าตลอดเวลา ทำให้เดินเล่นได้เพลิน ๆ เนื่องจากอากาศไม่ร้อน ถึงแม้จะเป็นเวลาใกล้เที่ยงแล้วก็ตาม ติดกันกับสวนกุหลาบเป็นฟาร์มผึ้งเล็ก ๆ ที่ดูไม่เหมือนฟาร์มผึ้ง แต่เหมือนนิทรรศการเสียมากกว่า ฉันจึงเดินกลับไปเพลิดเพลินกับสวนดอกไม้ต่ออีกพักใหญ่ ก่อนจะไปเพลิดเพลินกันต่อที่สวนผีเสื้อ ที่มีผีเสื้อนับร้อยบินอยู่ในกรงขนาดใหญ่

    ช่วงบ่ายเราได้เข้าเยี่ยมพิพิธภัณฑ์ย้อนยุคของคาเมรอนฯ Time Tunnel Museum ที่อัดแน่นไปด้วย ข้าวของเครื่องใช้ และของเล่นที่เรารู้จักเมื่อวัยเยาว์ สถานที่ไม่ได้กว้างขวางอะไรมาก จึงทำให้การจัดวางดูไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่ แต่ได้ความรู้มากมาย และได้สนุกสนานไปกับการย้อนเวลาไปเป็นเด็กอีกครั้ง

    อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นจุดเด่นของคาเมรอนฯ และเป็นจุดสุดท้ายที่กลุ่มเราไปเยี่ยมชมคือไร่สตรอเบอร์รี่ ที่ใช้วิธีเพาะปลูกในมุ้ง ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพของสตรอเบอร์รี่ได้ง่าย แต่ละลูกที่เก็บเกี่ยวมาขายทั้งสด และแดง รสชาติ เปรี้ยวอมหวาน อร่อยทุกลูกจริง ๆ จุดนี้คุณผู้อ่านสามารถเติมความสนุกให้การเดินทางได้อีก ด้วยการเดินเก็บสตรอเบอร์รี่ด้วยตัวเอง รับรองความสดด้วยมือคุณผู้อ่านเอง หรือจะเลือกชิมไอศกรีมสตรอเบอร์รี่ซันเดย์ก็ได้ อีกเมนูที่แนะนำคือสตอรเบอร์รี่ดิ๊ป ที่นำสตอร์เบอร์รี่สดจิ้มกับช็อคโกแลตเหลว ก็อร่อยไปอีกแบบ เรียกได้ว่ามาคราวเดียวก็อิ่มยาวเลยค่ะ

    อย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว ว่าสถานที่เที่ยวหลัก ๆ ของคาเมรอนฯ คือสวนดอกไม้ สวนผลไม้ ไร่ชา การเดินทางหลัก ๆ จึงมีเพียงเท่านี้ แต่อันที่จริงในโปรแกรมทัวร์ทั่ว ๆ ไป จะมีรายการทัวร์มากกว่านี้ อย่างเช่นการจิบกาแฟยามบ่าย ในร้านกาแฟสไตล์อังกฤษ เพื่อจะได้เรียนรู้อิทธิพลของอังกฤษที่มีต่อชาวมาเลเซีย การชิมอาหารพื้นเมืองที่เรียกว่า Steam Boat ซึ่งมีหน้าตาคล้าย ๆ สุกี้ จึงเป็นอาหารที่ช่วยขับไล่ความหนาวได้เป็นอย่างดี การเยี่ยมชมโรงแรม และบ้านพักของจิม ทอมป์สัน เจ้าของแบรนด์ผ้าไหมดัง เป็นต้น ซึ่งคุณผู้อ่านสามารถติดต่อโรงแรมที่พัก ให้จัดการเรื่องโปรแกรมทัวร์ และรถเช่าได้ ส่วนเรื่องราคานั้น จำเป็นจะต้องต่อรองกันอีกทีค่ะ

    จบไปแล้วกับการใช้ชีวิตในเมืองตากอากาศอีกแห่งของมาเลเซีย ฉันว่าคาเมรอนฯ เป็นเมืองที่มีเสน่ห์ เหมือนหญิงสาวเรียบร้อยคนหนึ่ง ที่ไม่ชอบแต่งแต้มสีสันบนใบหน้าด้วยสีเคมีใด ๆ สีสันเดียวที่จะเกิดขึ้นบนใบหน้าเธอคือสีแดงระเรื่อ จากเลือดฝาด ที่สูบฉีดเมื่อมีผู้มาเยี่ยมเยียนเธอ ฉันหวังว่าสักวันฉันจะได้กลับไปเยี่ยมเธออีกครั้ง...แล้วไปด้วยกันนะคะ






 เรื่องอื่น ๆ







Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
มิถุนายน 2561
  • 75 ถนนภูเก็ต : ปลายฟ้าที่ฮุนซา… ตักกสิลา… แล้ว "เก็บฉาก"
  • เรื่องจากปก : ‘การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง’.... นิยามความสำเร็จ ของ บุญ ยงสกุล
  • Business : BCISโรงเรียนนานาชาติโฉมใหม่ของภูเก็ต
  • Business : Casa Signature...บ้านหรูบนชัยภูมิแบบผู้นำที่เก่งและเฮง
  • ห้องรับแขก : กว่าจะมาเป็น นางฟ้ากู่เจิง "แอนนี่ - อธิษฐ์รดา จันทร์ชูวณิชกุล"

















Copyright© 2005 - 2018 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink