ทะเลน้อย… เสน่ห์แห่งความเรียบง่าย สงบงาม
Text size:
By กองบรรณาธิการภูเก็ตบูลเลทิน
Bookmark and Share


    ภาคใต้ของประเทศไทยนั้น มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ทั้งทะเล น้ำตก เกาะแก่ง หรือแม้แต่หมู่บ้านต่าง ๆ เรียกได้ว่าเลือกเดินทางท่องเที่ยวกันได้ตลอดทั้งปี ส่วนใครจะเลือกไปที่ไหนนั้นก็สุดแล้วแต่เหตุผล และความชอบของแต่ละคน สำหรับฉันแล้ว ไม่เคยเกี่ยงว่าจะที่แห่งนั้นจะมีภูมิประเทศอย่างไร ขอเพียงแค่มีความสงบ เป็นมิตร และเรียบง่ายก็เพียงพอแล้ว ซึ่งสถานที่ลำดับต้น ๆ ที่มีคุณสมบัติดังที่กล่าวมา ก็คงมีชื่อ ‘ทะเลน้อย’ รวมอยู่ด้วยแน่นอน

    คอลัมน์ชวนเที่ยวประจำเดือนแรกของหน้ามรสุม เดือนพฤษภาคม จะพาคุณผู้อ่านไปเที่ยวชมวิถีชีวิตที่เรียบง่าย เคียงคู่ธรรมชาติที่สวยงามกันที่ ต. ทะเลน้อย อ. ควนขนุน จ. พัทลุง กันค่ะ ซึ่งเมื่อเอ่ยชื่อทะเลน้อย หลาย ๆ คน คงนึกถึงภาพบึงบัวขนาดใหญ่ ที่เต็มไปด้วยดอกบัวสีชมพู-แดง ทั่วทั้งผืนน้ำ และนกน้ำหลากหลายชนิดที่อาศัยอยู่ร่วมกับพืชน้ำอีกมากมายอย่างลงตัว แต่นอกเหนือจากความงามของธรรมชาติแล้วนั้น วิถีชีวิต และนิสัยใจคอของชาวทะเลน้อยนั้น ก็เป็นสิ่งดึงดูดให้ฉันกลับมาเยี่ยมเยือนที่นี่อยู่บ่อยครั้ง

    ตำบลทะเลน้อย เป็นตำบลหนึ่งที่ติดต่อกับทะเลน้อย เดิมบ้านทะเลน้อยตั้งอยู่ที่บ้านกล้วยและบ้านกลางทางทิศใต้ของทะเลน้อย แต่เนื่องจากเป็นที่ราบลุ่ม น้ำท่วมทุกปี ทำให้ต้องอพยพมาทางทิศเหนือ (เป็นที่ปัจจุบัน) เมื่อแรกตั้งหมู่บ้านประสบกับปัญหาเรื่องโจรผู้ร้ายและสืบจับยากด้วย เนื่องจากมีแนวเขตติดต่อกับเมืองนครศรีธรรมราช จนมีการกล่าวโทษกันว่า เขตทะเลน้อยในแขวงเมืองนครนั้น มีคนตั้งบ้านเรือนมากมาย แต่เกือบไม่มีคนดีเลยในหมู่บ้าน ต่อมาทางราชการได้ย้าย อ. ปากประ (อ. ควนขนุน) มาตั้งที่บ้านทะเลน้อย เพื่อสะดวกในการจับผู้ร้าย เมื่อปี 2450 เปลี่ยนชื่อเป็น ‘อ. ทะเลน้อย’ แต่เนื่องจากเป็นที่ลุ่ม ไม่เหมาะที่จะตั้งที่ทำการอำเภอ จึงย้ายมาตั้งที่ทำการอำเภอ ที่ควนพนางตุง แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น ‘อำเภอพนางตุง’ บ้านทะเลน้อยจึงเป็นเพียงหมู่บ้านและตำบลมาจนถึงทุกวันนี้


    ทะเลน้อยอยู่ห่างจากภูเก็ตเกือบ ๆ 400 ก.ม. ครั้งแรกที่ฉันเดินทางมาที่นี่ ฉันโดยสารรถประจำทาง สายภูเก็ต-หาดใหญ่ ซึ่งจะจอดตรงแยกท่ามิหรำ จ. พัทลุง ก่อนจะเรียกรถโดยสารสองแถว พัทลุง-ทะเลน้อย ค่าโดยสารไม่กี่บาท เพื่อต่อไปถึงที่ทำการเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความสะดวกสบายเริ่มเข้ามาแทนที่ รถยนต์เริ่มมีบทบาทกับชีวิตฉันมากขึ้น ฉันจึงเดินทางมาที่นี่ได้อย่างไม่ลำบากนัก ใช้เวลาราว ๆ 5 ชั่วโมง และเนื่องจากค่อนข้างใช้เวลานานในการเดินทาง ฉันจึงอยากแนะนำให้คุณผู้อ่านหาที่พักเพื่อค้างคืนกันเสียอย่างน้อย 1 คืน ซึ่งต้องยอมรับว่าฉันเองค้างแรมไม่ต่ำกว่า 2 คืน ทุกครั้งที่เดินทางมาที่นี่ ด้วยเพราะบรรยากาศยามเช้าที่สวยสดงดงาม วิถีชีวิตที่เรียบง่าย และมีเสน่ห์ ทำเอาคนเมืองอย่างฉันไม่อยากกลับไปเผชิญโลกแห่งความจริง เลยทีเดียว

    สำหรับที่พักนั้น คุณผู้อ่านสามารถติดต่อเขตห้ามล่าฯ เพื่อเข้าพักที่บ้านพักในบริเวณเขตห้ามล่าฯ ได้ ซึ่งก่อนหน้านี้จะมีบ้านพักเพียง 6 หลัง และแต่ละหลังสามารถพักได้หลายคน แต่เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น ทางเขต ฯ จึงสร้างบ้านพักเพิ่มขึ้นอีกหลายหลัง หรือหากบ้านพักเต็ม ก็สามารถหาห้องพักในบริเวณใกล้เคียงได้เช่นกัน ราคาห้องพักนั้นก็ไม่ได้สูงมาก

    นอกจากบ้านพักที่ได้กล่าวไปแล้วนั้น ในเขตห้ามล่าฯ ยังมีเรือนรับรอง พระตำหนัก ร้านกาแฟ และห้องนวดแผนไทยอีกด้วย ซึ่งอาคารทุกหลังมีสะพานคอนกรีตขนาดเมตรครึ่ง เชื่อมต่อถึงกันโดยตลอด

    ทะเลสาบน้ำจืดแห่งนี้ มีพื้นที่ประมาณ 30 ตร. กม. มีคลองนางเรียมที่มีความยาวประมาณ 2 กม. เชื่อมระหว่างทะเลน้อยกับทะเลสาบสงขลา ทางฝั่งตะวันตกเป็นที่ตั้งบ้านเรือนของชุมชนทะเลน้อยประมาณ 2,000 ครัวเรือน ทางฝั่งตะวันออก ฝั่งเหนือ ฝั่งใต้ เป็นป่าพรุและพงหญ้า

    ทะเลน้อยมีความลึกเฉลี่ย 1.5 เมตร เป็นแหล่งน้ำที่มีปลาน้ำจืดชุกชุมหลายชนิด เดิมชาวทะเลน้อยทำการประมงเป็นอาชีพหลัก ขายปลาสด ปลาเค็ม ปลาย่าง ปลาร้าง ทำรายได้เลี้ยงครอบครัวได้ดี ดังนั้นในยามเช้า คุณผู้อ่านก็สามารถเดินชมวิถีชีวิตของชาวประมง ที่นำปลาสด ๆ มาขายกันอยู่ตลอดเส้นถนนหน้าเขตห้ามล่าฯ


    นอกจากอาชีพประมงแล้ว ชาวทะเลน้อยก็มีอาชีพค้าขาย ขับรถโดยสารประจำทาง และงานหัตถกรรมจากกระจูด ที่โด่งดังไปทั่วโลก ในวันที่อากาศดี แดดแรง คุณผู้อ่านจะเห็นชาวบ้านทะเลน้อย นำเส้นกระจูดมาคลี่ตากกันอยู่ริมถนนหน้าบ้าน เป็นเช่นนี้เกือบทุกครัวเรือน

    ฉันตื่นแต่เช้าตรู่ เพื่อมาทักทายกับแสงตะวันแรกที่เต็มไปด้วยสีสันงามตา พร้อม ๆ กับชมความเคลื่อนไหวของชีวิตต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรือหางยาวน้อยใหญ่แล่นสวนกันไปมา นกน้ำบินโฉบหาอาหาร พระสงฆ์ออกบิณฑบาต วงสนทนาในร้านกาแฟเพิงไม้ ร้านขนมจีนบ้าน ๆ รสชาติกลมกล่อม รถเข็นขายไข่ปลาทอด อาหารพื้นเมืองของทะเลน้อย ฯลฯ มหรสพชีวิตต่างบรรเลงเช่นนี้ ทุกเมื่อเชื่อวัน และไม่ว่าจะมากี่ครั้ง ภาพเหล่านี้ก็ยังคงเป็นอย่างเดิม แม้วันเวลาจะผ่านมาเนิ่นนาน

    ความประทับใจที่สุดที่ฉันได้รับจากที่นี่ คือความมีน้ำใจ และไมตรีจิตของชาวทะเลน้อย ที่ส่งผ่านทางรอยยิ้มและคำทักทาย คุณเชื่อไหมว่า ฉันเคยกำเงินไปแค่ 50 บาท เดินออกจากที่พักเพื่อหาอาหารเช้าทาน และกลับมาพร้อมกับเงินที่เหลือมากว่าครึ่ง แต่ท้องนั้นอิ่มแปล้ ด้วยอาหารพื้นบ้านนานาชนิด ไมใช่ฉันไปขอเขากินฟรี แต่เพราะเจ้าบ้านอย่างชาวทะเลน้อย เป็นผู้หยิบยื่นน้ำใจให้ฉันมาตลอดทาง เมื่อรู้ว่าฉันเป็นคนแปลกหน้าที่หลงใหลในบ้านเมืองเขา

    แต่หากมีเวลาในเช้าอีกวันหนึ่ง คุณผู้อ่านอาจจะขับรถไปที่บ้านปากประ ที่อยู่ไม่ไกลจากทะเลน้อยมากนัก เพื่อชมการจับปลาด้วยยอยักษ์ วิถีชีวิตที่หาดูได้ยากมากแล้วในปัจจุบัน ภาพยอยักษ์หลายสิบอัน วางเรียงรายอยู่ในคลอง เครื่องมือทำมาหากินจากภูมิปัญญาชาวบ้าน โดยคุณผู้อ่านสามารถติดต่อกับชาวบ้านในละแวกนั้น เพื่อลงเรือหางยาว ชมความยิ่งใหญ่ของยอยักษ์แบบใกล้ชิด ชาวบ้านที่นี่ เขาใจดี คิดเหมาในราคาไม่แพง

    ทะเลน้อยถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของภาคใต้ มีผู้คนจากต่างจังหวัด รวมถึงชาวภูเก็ต และชาวต่างประเทศมาเยือนมิได้ขาด เนื่องจากอากาศดี ทิวทัศน์งดงาม ขณะที่เดินข้ามสะพานไปยังศาลากลางน้ำ จะรู้สึกได้ถึงลมทะเลที่พัดมาปะทะหน้า ทำให้รู้สึกสดชื่น ถึงแม้ว่าอากาศจะร้อนมากก็ตาม มองออกไปในน้ำก็เต็มไปด้วยดอกบัวสีขาว ม่วง แดง หากต้องการชมนกจำนวนมาก ๆ ควรลงเรือหางยาวออกไปชมในยามเย็น เป็นเวลาที่ฝูงนกพากันบินกลับรัง โดยคุณผู้อ่านสามารถติดต่อเรือหางยาวที่จอดเรียงรายกันอยู่ด้านหน้าเขตห้ามล่าฯ สนนราคาประมาณรอบละ 400 บาทต่อลำ นั่งได้ 12 ท่าน

    ในทะเลน้อย อุดมไปด้วยพืชน้ำ เช่น บัว ผักตบชวา จอกหูหนู สาหร่าย กุ้งและปลา เป็นอาหารของนกอย่างสมบูรณ์ ประกอบกับบริเวณรอบ ๆ มีพงหญ้า มีป่าหนาแน่น นกขนาดใหญ่สามารถทำรังหลบซ่อนได้อย่างปลอดภัย จึงอุดมไปด้วยนกชนิดต่าง ๆ ถึง 187 ชนิด ทั้งนกประจำถิ่น และนกอพยพมาจากที่อื่นตามฤดูกาล ซึ่งนกจะชุกชุมมากที่สุดในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน

    นอกจากกิจกรรมดูนก ชมบัวที่เขตห้ามล่าฯ แล้ว ฉันมักจะขับรถไปชมพระอาทิตย์ตกที่ถนนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 หรือที่ชาวบ้านเรียกสะพานเอกชัย ซึ่งถนนสายนี้มีลักษณะเป็นสะพานขนาดใหญ่ ทอดตรงเชื่อมต่อระหว่างทะเลน้อย และ อ. ระโนด จ. สงขลา ยามเย็นจะมีผู้คนมากมายมาชมความสวยงามของอาทิตย์อัสดงบนสะพานนี้ ในช่วงมรสุมพื้นที่ใต้สะพานจะถูกท่วมสูงขึ้นมาจนเกือบจะแตะท้องสะพาน แต่ในยามน้ำลด พื้นที่ตรงนี้จะเต็มไปด้วยพันธุ์ไม้หลากหลาย และควายน้ำได้ออกมาหากินกันเป็นจำนวนมาก
            เที่ยวกันอยู่เพลิน ๆ หันมองนาฬิกาอีกที จะหมดเวลาแห่งความสุขอีกแล้ว หากคุณผู้อ่านอยากพักผ่อน หรือหลีกหนีจากความวุ่นวายของสังคมเมือง ลองไปสัมผัสความเรียบง่ายและความสวยงามของทะเลน้อยกันดูสักครั้ง รับรองว่าจะอยากกลับไปเยือนเป็นครั้งที่ 2 อย่างแน่นอน


อ้างอิง :
http://www.dnp.go.th/tln/history.htm






 เรื่องอื่น ๆ







Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
พฤศจิกายน 2560
  • 75 ถนนภูเก็ต : ปรัชญาปารามิตาสูตรหฤทัยสูตร (อธิบาย 3)
  • เรื่องจากปก : ชีวิตสร้างได้ ของ อลัน ยิป
  • Business : Bike Sharing…เปลี่ยนทั้งเมือง เปลี่ยนทั้งคน
  • Business : เมื่อกาแฟ...ไม่ใช่แค่เพียงเครื่องดื่ม
  • ห้องรับแขก : เพ็ชร ชั้นเจริญ กับภารกิจใหญ่ในสนามบินภูเก็ต

















Copyright© 2005 - 2017 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink