หัตถกรรมจักสาน งานศิลป์จากกระจูด
Text size:
By กองบรรณาธิการภูเก็ตบูลเลทิน
Bookmark and Share


    นานมาแล้ว ฉันได้รับกระเป๋าใส่เหรียญใบเล็ก สีสันสดใส เป็นของฝากจากเพื่อนร่วมงานที่เพิ่งกลับจากเยี่ยมบ้านที่ทะเลน้อย อ. ควนขนุน จ. พัทลุง สร้างความยินดีให้แก่ฉันเป็นอย่างมาก เพราะมีรสนิยมชอบงานหัตถกรรมทำมือเป็นทุนอยู่แล้ว และเมื่อมีโอกาสได้ไปเยี่ยมบ้านทะเลน้อยครั้งใด ฉันก็ไม่ลืมที่จะสืบเสาะหาซื้องานหัตถกรรมจากกระจูดติดไม้ติดมือกลับมาฝากคนอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน สำหรับครั้งนี้ก็เช่นกัน แต่พิเศษกว่าที่ฉันมีโอกาสได้เรียนรู้ถึงวิถีการผลิตงานหัตถกรรมเหล่านี้ด้วยตัวเอง

    ผลิตภัณฑ์จากกระจูดเป็นของฝากขึ้นชื่อของบ้านทะเลน้อย โดยเฉพาะเสื่อกระจูด หรือที่คนปักษ์ใต้เรียก ‘สาดจูด’ เนื่องจากที่นี่มีสภาพเป็นป่าพรุ ซึ่งเหมาะสมแก่การเจริญเติบโตของกระจูด โดยในอดีตนั้นมีพื้นที่ที่เป็นดงกระจูดมากถึง 70-80 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่บ้านทะเลน้อย

    นอกจากสาดจูดที่โด่งดังแล้วนั้น ปัจจุบันชาวบ้านยังได้แต่งแต้มความคิดสร้างสรรค์ลงไปในงานหัตถศิลป์เหล่านี้ จนสามารถประดิษฐ์เป็นสินค้าอื่น ๆ อีกหลากหลายรูปแบบ เช่น กระเป๋า กระบุง พัด กล่องใส่กระดาษทิชชู่ จานรองแก้ว เป็นต้น จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่า จะมองไปที่บ้านหลังไหน ก็เห็นชาวบ้านนั่งสานสาดกระจูด และประดิษฐ์งานหัตถกรรมจากกระจูดกันแทบทุกบ้าน จนได้มีการรวมกลุ่มกันขึ้นมาเพื่อส่งเสริมให้อาชีพนี้เป็นอีกหนึ่งช่องทางทำมาหากินของชาวบ้าน

    กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรปลายตรอกร่วมใจ (โรงฟาง) เป็นการรวมตัวของประชาชนที่ทำหัตถกรรมกระจูด ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกจากหลากหลายหมู่บ้านในตำบลทะเลน้อย เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2537 โดยมีสมาชิกเริ่มแรกเพียง 16 คน และเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในปีต่อ ๆ มา จนถึงปัจจุบันมีสมาชิกราว ๆ 65 คน โดยมีคุณปราณี บัวแก้ว เป็นประธานกลุ่ม

    คุณปราณี กล่าวว่าการสานสาดจูดนั้น ไม่ใช่เป็นเพียงกิจกรรมระหว่างวันสำหรับคนทะเลน้อย แต่ถือได้ว่าเป็นอาชีพหลักของชาวบ้านทีนี่เลยก็ว่าได้

    “สมาชิกบางส่วนถึงแม้จะเป็นผู้สูงวัย แต่ก็ยังสามารถสานสาดได้อย่างคล่องแคล่ว ก็จะทำงานกันอยู่ที่บ้าน ส่วนสมาชิกอีกส่วนที่สามารถแปรรูปผลิตภัณฑ์ได้ ก็จะมารวมกลุ่มกันตรงที่ทำการกลุ่มฯ คนสมัยก่อนเขาจะสานแค่สาดอย่างเดียว แต่ช่วงตั้งแต่ 10 ปีหลังมา ก็เริ่มมีการแปรรูปให้หลากหลายมากขึ้น ทำให้ที่ทำการกลุ่มฯ ซึ่งนอกจากจะเป็นสถานที่จำหน่ายสินค้าจากกระจูดแล้ว ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่นักท่องเที่ยวสามารถชมการผลิตหัตถกรรมกระจูด ได้เรียนรู้กระบวนการผลิตจากสาดกระจูดตั้งแต่เริ่มต้น จนถึงขั้นตอนสุดท้าย ก่อนนำไปจำหน่าย”

    ผลิตภัณฑ์จากกระจูด ฝีมือชาวทะเลน้อย ไม่เพียงแต่จำหน่ายตรงที่ทำการกลุ่มฯ อย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังส่งไปขายที่จังหวัดใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็น ตรัง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และยะลา รวมไปถึงที่กรุงเทพฯ และพัทยา อีกด้วย และนอกจากจะได้รับความนิยมภายในประเทศแล้ว ในต่างประเทศก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา สร้างความภาคภูมิใจและรายได้ให้ชาวทะเลน้อยได้เป็นอย่างดี

    ด้วยยอดส่งออกที่มีมากมาย ทำให้พื้นที่บ้านทะเลน้อยที่เคยเต็มไปด้วยกระจูดนั้นไม่สามารถปลูกกระจูดให้ทันกับความต้องการการผลิตได้ ชาวบ้านจึงจำเป็นต้องสั่งซื้อมาจากบ้านเคร็ง จ. นครศรีธรรมราช

    ซึ่งขั้นตอนการเตรียมกระจูดเพื่อจะนำไปสานสาดนั้น ก็เริ่มจากการคัดสรรขนาดความยาวของลำต้นกระจูด ที่ขึ้นอยู่กับว่าต้องการนำกระจูดไปสานเป็นสินค้าขนาดเล็ก หรือใหญ่ ก็จะเลือกกระจูดที่มีความยาวที่เหมาะสมกับสินค้านั้น ๆ แต่จะมีความยาวไม่ต่ำกว่า 1 เมตร โดยนำกระจูดมาจับทีละกำป่า (กำใหญ่) หรืออาจจุมากน้อยกว่าเล็กน้อยมาวางในแนวตั้ง แล้วดึงต้นกระจูดที่ยาวออกไปรวมไว้อีกแห่งหนึ่ง ชาวบ้านเรียกวิธีนี้ว่า ‘โซะกระจูด’ หลังจากนั้นใช้มีดตัดส่วนที่ไม่ต้องการออก นำกระจูดที่ได้ไปคลุกน้ำโคลน ซึ่งเป็นโคลนสีขาวขุ่น เนื้อละเอียด ไม่ใช่โคลนทั่ว ๆ ไป เพื่อถนอมกระจูดให้มีความคงทน ไม่แตกง่าย ขั้นตอนนี้ถือเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างแท้จริง  

    แล้วนำมาตากให้แห้ง หากแดดแรง ใช้เวลา 2-3 วัน และอาจนานกว่านั้นหากมีฝนตก นำมาตั้งทรงตัวพิงไว้ข้างฝาอีก 4-5 วัน เพื่อให้ต้นกระจูดคลายตัว เมื่อจะใช้ก็เอากระจูดไปตากน้ำค้างไว้ 1 คืน ต้นกระจูดจะลื่น ไม่แตก ก่อนจะนำไปรีดด้วย ‘ลูกกลิ้ง’ ซึ่งมีลักษณะเหมือนครกหิน ทำจากคอนกรีต มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 14-16 นิ้ว ขึ้นไปเหยียบบนลูกกลิ้ง เดินหน้า ถอยหลังไปมา จนกระจูดแบนตามต้องการ จึงปอกกาบโคนลำต้นทิ้ง ก่อนจะนำไปสาน

    ในกรณีที่ต้องการย้อมสี ต้องนำกระจูดที่รีดและตากน้ำค้างแล้ว 1 คืน นำกลับมารีดอีกครั้ง แล้วจึงนำไปแช่น้ำไว้ ก่อนจะนำกระจูดลงไปแช่ในน้ำสีประมาณ 2-3 นาที ก่อนจะนำขึ้นไปผึ่งแดดอีก 2-3 ชั่วโมง แล้วนำไปเก็บไว้ที่ร่ม ซึ่งกระจูดนี้เหมาะสำหรับการย้อมสีเข้ม ๆ เท่านั้น สีที่นิยมย้อมกันมาก ได้แก่ สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีบานเย็น สีม่วง ฯลฯ

    ขั้นตอนต่อมาคือการสาน โดยชาวบ้านจะใช้สถานที่ภายในบ้านเรือน ชานเรือน หรือลานบ้านที่มีพื้นเรียบเป็นที่สาน สาดจูดที่เราเห็นขายดิบขายดีนั้น คุณปราณีเล่าว่าในสมัยปู่ย่าตายาย จะสานสาดก็ต่อเมื่อมีลูกหลานอุปสมบท ซึ่งลวดลายที่นิยมสานกันมากที่สุดก็คือ ‘ลายลูกแก้ว’ แต่ต่อมาก็ได้สานสาดเพื่อใช้ประโยชน์ด้านอื่น ๆ ด้วย และได้พัฒนาลวดลายไม่น้อยกว่า 20 ลาย ซึ่งแต่ละวัน สมาชิกจะสามารถสานได้มากน้อยแค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับขนาดของสาดที่จะสานด้วย

    งานสานสาดจูดเป็นงานที่เกือบจะพูดได้ว่า ทำเสร็จเรียบร้อยแล้วในคราวเดียว มีการตกแต่งต่อเติมน้อย คือ มีการเก็บริมหรือพับริม อย่างที่ชาวทะเลน้อยเรียกว่า ‘ เม้ม ’ และ ‘ การตัดหนวด ’ คือปลายตอกที่เหลือออกเท่านั้น การเก็บริมมี 2 แบบ คือ แบบพับกลับ คือ การพับปลายตอกเข้าหาผืนสาด สานตามลายสานเดิมประมาณ 3-4 นิ้ว แล้วตัดส่วนที่เหลือออก และแบบช่อริม คือ การพับปลายตอกที่เหลือให้คุมกันเองคล้ายกับการถักแล้วตัดส่วนที่เหลือออก  

    ส่วนสินค้าประเภทอื่น ๆ ก็จะมีขั้นตอนเพิ่มเติมขึ้นเล็กน้อย เช่น การเพ้นท์ลวดลาย การเย็บสายกระเป๋า การติดกระดุม ฯลฯ

    ในเรื่องของการจัดเก็บนั้น คุณปราณีการันตีความทนทาน แต่ขอแนะนำเพียงอย่างเดียว พยายามเก็บผลิตภัณฑ์กระจูดให้พ้นจากน้ำ และความชื้น เนื่องจากจะทำให้เกิดเชื้อราได้

    นี่แค่เพียงเรียนรู้ขั้นตอนการสาน ยังไม่ทันได้ลงมือสานเลย ฉันก็เริ่มหวั่นแล้ว เพราะงานอย่างนี้จำเป็นต้องมีทักษะและความชำนาญค่อนข้างมาก อีกทั้งต้องอดทนและใจเย็นมากด้วย งานจึงจะออกมาประณีตและสวยงาม สำหรับฉันแล้ว แค่เริ่มสานก็ผิดพลาดนับครั้งไม่ถ้วน เห็นทีคงต้องหยุดฝึกสาน แต่หันมาฝึกซื้อดีกว่าค่ะ ดูท่าจะเหมาะกับฉันมากกว่า ว่าไหมล่ะคะ


อ้างอิง :
http://www.m-culture.in.th
http://www.tungsong.com






 เรื่องอื่น ๆ







Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
กุมภาพันธ์ 2561
  • 75 ถนนภูเก็ต : ตรุษจีน - ไหว้เทดา และโคมแดง
  • เรื่องจากปก : ณปภัช – ทรรศชล ทรัพย์สุนทรกุล กับห้องรับแขกของประเทศ ‘The Coral Executive Lounge’
  • Business : Origami Cafe คัดสรรทุกเมนูเพื่อคุณ
  • Business : Surf Hotel Patongรองรับชีวิตที่ไม่หยุดนิ่ง
  • ห้องรับแขก : ธีระ เจี่ยสกุล กับความสมดุลของการใช้ชีวิต

















Copyright© 2005 - 2018 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink