เรือกอจ๊าน วิถีประมงพื้นบ้านชาวภูเก็ต
Text size:
By กองบรรณาธิการภูเก็ตบูลเลทิน
Bookmark and Share


    บ่อยครั้งที่ฉันได้สัญจรไปมาบนถนนรัตนโกสินทร์ 200 ปี เส้นเลียบคลองบางใหญ่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่ราชการหลายแห่ง อาทิ สำนักงานขนส่งประจำจังหวัด โรงงานปรับปรุงคุณภาพน้ำ รวมไปถึงเตาเผาขยะ ทุกครั้งที่โดยสารผ่านถนนเส้นนี้ ฉันจะอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเสาไฟฟ้าริมถนน ที่มีลวดลายงดงามกว่าเสาไฟฟ้าทั่ว ๆ ไป ยิ่งเมื่อต้องหยุดรถเพื่อรอสัญญาณไฟจราจรบนถนนเส้นนั้น สายตาก็จะมองไล่ไปจนถึงปลายยอดของเสาไฟ ซึ่งถูกตกแต่งไว้ด้วยปูนปั้นเป็นเรือชนิดหนึ่ง ที่ดูเหมือนกำลังแล่นอยู่บนผิวน้ำ ครั้งแรกที่ฉันได้เห็นเรือรูปร่างกะทัดรัดนี้ ก็เกิดความสงสัยขึ้นมาทันทีว่าเป็นเรืออะไรกัน มีความสำคัญต่อชาวภูเก็ตอย่างไร ทางจังหวัดจึงได้นำมาประดับบนยอดเสาไฟฟ้า ให้คนที่ผ่านไปมาได้ชมความงาม สืบถามจนได้ความว่า นี่คือเรือท้ายเป็ด หรือเรือกอจ๊าน ซึ่งเป็นเรือประมงพื้นบ้าน ของชาวภูเก็ตยุคแรก ๆ จึงถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ต

    ‘กอจ๊าน’ หมายถึง อวนจับปลา มีต้นกำเนิดมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ โดยจะใช้อวนกอจ๊านกับเรือที่สร้างมาโดยเฉพาะ เรียกว่า ‘กอจ๊าน’ และสันนิษฐานว่าน่าจะนำมาใช้ในภูเก็ตพร้อมกับชาวจีนที่เข้ามาดูลู่ทางทำมาหากินในอดีต คำว่ากอจ๊าน จึงเป็นชื่อเรียกติดปากของชาวบ้านที่ได้นำมาใช้เป็นชื่อเรือกอจ๊าน วิธีการจับปลาแบบกอจ๊าน และท่าเรือกอจ๊าน ซึ่งปัจจุบันหาดูได้ยาก

    ตัวเรือของเรือกอจ๊าน จะประกอบด้วยไม้ทั้งลำและใช้ชัน (ยางไม้ชนิดหนึ่ง) ในการยารอยต่อระหว่างพื้นไม้ ลำเรือจะมีขนาดเล็ก และมีส่วนท้ายที่เชิดขึ้น ลักษณะคล้ายหางเป็ด เรือกอจ๊านจึงมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า ‘เรือท้ายเป็ด’ สามารถรับน้ำหนักผู้โดยสารได้มากสุด 8 คน ขับเคลื่อนโดยใช้ผ้าใบและไม้พายยาว จึงทำให้เรือกอจ๊านกลายเป็นเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่นภูเก็ตที่หาดูได้ยากขึ้นทุกวัน

    ฉันมีโอกาสได้พูดคุยกับ ‘โกเจี้ยว’ คุณสมคิด แซ่ฉั่ว ประธานกลุ่มกอจ๊าน ผู้ซึ่งยังคงนำเรือกอจ๊านออกทะเลไปจับปลาอยู่เป็นนิจ โกเจี้ยวได้เล่าว่า คนภูเก็ตในสมัยก่อนนั้น โดยมากจะใช้เรือกอจ๊านในการออกวางอวนจับปลา ในน่านน้ำทะเลต่าง ๆ ทุก ๆ วัน ในคลองบางใหญ่นั้น จะเต็มไปด้วยเรือกอจ๊านของชาวบ้านที่นำมาจอดรอเวลาทำมาหากิน ซึ่งจำนวนของเรือกอจ๊านนั้น นับได้ว่ามากกว่าเรือชนิดอื่น ๆ แต่เนื่องจากเรือชนิดนี้ใช้งานยาก หากไม่ชำนาญจริง ๆ จะไม่สามารถควบคุมทิศทางเรือได้ ชาวภูเก็ตรุ่นหลัง ๆ จึงได้หันมาใช้เรือชนิดอื่นที่บังคับได้ง่ายกว่า “เรือนี้ มันทำยาก ถ้าคนไม่ชอบจริง ไม่รักจริง ก็พายไม่ได้ มันจะวนอยู่อย่างนั้นแหละ ไม่เหมือนพวกเรือหาง ที่บังคับง่ายกว่า แล้วเวลาวางอวนลงไปข้างท้าย มันจะพายไปยาก เมื่อก่อนใช้ไม้พาย ก็ต้องใช้คนพาย 2 คน สลับกัน กว่าจะออกไปถึงทะเล แต่เดี๋ยวนี้ก็ดีหน่อย ที่ติดเครื่องยนต์ เราก็ไปคนเดียวได้”

    โกเจี้ยวยังได้เล่าต่อไปถึงประวัติ และความเป็นมาของเรือกอจ๊าน ว่าเรือชนิดนี้ได้ถือกำเนิดมาประมาณ 100 กว่าปีแล้ว ซึ่งจะมีมากที่คลองกอจ๊าน ส่วนที่บ้านสะปำก็มีเช่นกัน แต่น้อยกว่าที่คลองบางใหญ่ ชาวประมงภูเก็ตในสมัยก่อน จะใช้เรือกอจ๊านในการทำประมงเป็นส่วนมาก แต่เนื่องจากที่ภูเก็ตไม่มีช่างทำเรือกอจ๊าน จึงต้องสั่งซื้อเรือมาจากปีนัง ทางปีนังก็จะบรรทุกมาส่งให้ที่หน้าเกาะตะเภา ซึ่งค่อนข้างลำบากในการขนส่ง ดังนั้น ประมาณ พ.ศ. 2480 จึงได้ว่าจ้างช่างต่อเรือชาวปีนัง 2 คน ให้มาต่อเรือกอจ๊านที่ภูเก็ต


    หลังจากนั้นราว ๆ 10 กว่าปี ช่างต่อเรือคนหนึ่งก็เสียชีวิต อีกคนหนึ่งก็ยังคงรับต่อเรือ มาจนถึง พ.ศ. 2504 จึงได้หยุดทำ เพราะอายุมากแล้ว ช่างคนนั้นจึงได้สอนให้นายเทียนหลาย แซ่ตัน ซึ่งเป็นช่างต่อเรือชาวภูเก็ตในสมัยนั้น ได้เรียนรู้วิธีการต่อเรือกอจ๊าน เพื่อเป็นการสืบสานวิชาความรู้เอาไว้ เพราะช่างต่อเรือเกรงว่า หากไม่สอนไว้ ต่อไปชาวภูเก็ต จะไม่มีเรือไว้ใช้ นายเทียนหลาย แซ่ตัน ก็เริ่มต่อเรือกอจ๊านมาตั้งแต่ตอนนั้น และได้หยุดไป เนื่องจากเงื่อนไขของวัย เรือกอจ๊านในคลองบางใหญ่ จึงค่อย ๆ ลดจำนวนลงไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งตอนนี้ เหลือเพียง 4 ลำ ที่ยังคงสัญจรไปมา

    ‘เรือนี้ นอกจากใช้ยากแล้ว หาคนมาต่อก็ยาก ในคลองบางใหญ่ เหลือแค่ 4 ลำ ซึ่ง 2 ใน 4 ก็เป็นของผม ส่วนเรือกอจ๊านที่ฉลอง จะเป็นของคนรุ่นใหม่ที่นำแบบจากที่นี่ เมื่อก่อนภูเก็ตไม่ได้เจริญขนาดนี้ ชาวประมงก็หาปลากันไปเรื่อย ๆ คนก็ยังใช้เรือกอจ๊านวางอวน ถึงจะบรรทุกได้ไม่มากก็ตาม แต่พอเทคโนโลยีเข้ามามาก คนเลยหันไปใช้เรืออื่นกันหมด ส่วนคนที่ยังรักในการแล่นเรือกอจ๊าน ก็อายุมากกันหมดแล้ว ออกทะเลกันไม่ไหวแล้ว เลยต้องหยุดไป’ โกเจี้ยวอธิบาย

    สำหรับเรือทั้ง 4 ลำที่ยังคงโลดแล่นอยู่ในคลองบางใหญ่นั้น โกเจี้ยวบอกว่ามีอายุค่อนข้างมาก แต่เพราะได้รับการดูแลค่อนข้างดี เรือทั้ง 4 ลำจึงยังมีสภาพที่แข็งแรง โดยจะต้องทำการทาน้ำมันยาง เพื่อซ่อมแซม ปะ อุด รอยต่อ รอยรั่ว ทุก ๆ 2 เดือน

    โกเจี้ยวยังเล่าต่อไปอีกว่า ถึงแม้คนอื่น ๆ จะหันไปใช้เรือหางยาว หรือเรือหัวโทงในการหาปลา วางอวน เพราะจะทำให้ได้ปลามากกว่า แต่โกเจี้ยวก็ยังคงรักที่จะออกไปวางอวนตามที่ต่าง ๆ ด้วยเรือกอจ๊าน “ผมคิดว่า รุ่นผมคงเป็นรุ่นสุดท้ายแล้วที่ยังใช้เรือกอจ๊าน ผมก็ยังใช้เรือกอจ๊านออกไปวางอวนทุกวัน ไปเกาะยาวบ้าง เกาะตะเภาบ้าง เกาะเฮบ้าง แต่ละที่ก็ใช้เวลาต่างกัน เพราะความรัก ความชอบนี่แหละ ผมก็เลยยังใช้เรือนี้อยู่ ก็คงใช้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะออกเรือไม่ไหวนั่นแหละ”

    ถึงแม้ว่าปัจจุบันนี้ ทางจังหวัดภูเก็ตจะยังไม่มีแนวทางในการอนุรักษ์เรือกอจ๊านอย่างเป็นรูปธรรม แต่ทางเทศบาลนครภูเก็ตก็ได้เล็งเห็นความสำคัญ จึงได้ให้โอกาสชาวประมงพื้นบ้านกลุ่มกอจ๊าน นำเรือกอจ๊านโบราณไปแสดงที่งานย้อนอดีตเมืองภูเก็ต เพื่อให้เด็กรุ่นใหม่ได้รับรู้ถึงประวัติความเป็นมาของเรือชนิดนี้ และรู้ถึงเรื่องราวในอดีต

    นอกจากนี้ยังได้ทำการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยการจัดล่องเรือกอจ๊าน ให้เป็นกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่น่าสนใจ โดยเรือของชมรมกลุ่มกอจ้าน จะนำนักท่องเที่ยวท่องธรรมชาติทางทะเล ชมป่าชายเลน แวะดูฝูงลิงแสมที่อาศัยอยู่ในป่าโกงกาง เส้นทางท่องเที่ยวจะล่องน้ำไปตามคลองบางปิ้ง คลองเกาะผี และฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ณ เกาะผี

    จบการสนทนากับโกเจี้ยว ฉันเหม่อมองคลองบางใหญ่ ริมถนน และมองเห็นภาพคลองบางใหญ่ในอดีตที่เคยคึกคักไปด้วยเรือประมงน้อยใหญ่มากมาย โดยเฉพาะเรือกอจ๊านที่เบียดเสียดกันอยู่ในลำคลอง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นภาพเรือกอจ๊านที่ค่อย ๆ อันตรธานไปทีละลำ ๆ ในขณะที่เรือชนิดอื่นเข้ามาแทนที่ เป็นเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ พลันฉันจึงต้องหยุดคิด เพราะเกรงว่าหากจินตนาการต่อไป ภาพเรือกอจ๊านนั้นจะหายไปจนหมด แล้วคลองบางใหญ่ก็คงเต็มไปด้วยเรือชนิดอื่น ๆ หรืออาจจะว่างเปล่า ไร้วี่แววเรือแม้แต่ลำเดียว หากภาพความคิดของฉันเป็นจริงชึ้นมาล่ะ???

อ้างอิง : http://www.phuketcity.go.th






 เรื่องอื่น ๆ







Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
กันยายน 2560
  • 75 ถนนภูเก็ต : ปรัชญาปารมิตตาสูตร (อธิบาย 1)
  • เรื่องจากปก : กนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ท่องเที่ยวภูเก็ตมุมมองใหม่
  • Business : เริ่มต้นพัฒนาการสมองที่ดีของลูกน้อยที่... เบบี้ส์ จีเนียส
  • Business : Phuket Food forest... สวนป่ากินได้
  • ห้องรับแขก : สองพี่น้องจิตอาสาอิกอร์ และ อเล็กซี่ โปรตัสโซฟ

















Copyright© 2005 - 2017 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink