อิ่มบุญ อิ่มใจ ไหว้เทพเจ้า 9 ศาลเจ้า
Text size:
By กองบรรณาธิการเว็บไซต์
Bookmark and Share



ในจังหวัดภูเก็ตมีศาลเจ้ามากมายเกือบทั่วทั้งเมือง ทั้งเล็กและใหญ่นั้น รวม ๆ แล้วน่าจะมากกว่า 40 แห่ง เมือถึงช่วงเวลาของเทศกาลถือศีลกินผัก ชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดภูเก็ตและทั่วประเทศไทยจะไปร่วมทำบุญ ไหว้เทพเจ้าต่าง ๆ และไปสัมผัสกับความงามและความศักดิ์สิทธิ์ของแต่ละศาลเจ้า หรือ ‘อ๊าม’ ใกล้บ้าน เป็นการเสริมสิริมงคลให้ตนเองและครอบครัว ดังนั้นเราจึงเลือกศาลเจ้ามาแนะนำท่านผู้อ่านถึง 9 ศาลเจ้าด้วยกัน ที่บางครั้งเราอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน เริ่มกันเลย...
    ศาลเจ้าที่ 1 ถือเป็นศาลเจ้าแรกที่ได้เริ่มพิธีเจียะฉ่ายขึ้น ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสำนักงานเทศบาลกะทู้มากนัก นั่นคือ ศาลเจ้ากะทู้ หรือ คนภูเก็ตโบราณ เขาจะเรียกกันว่า ‘ฉ้ายตึ๋ง’ ซึ่งเป็นศาลเจ้าแห่งแรกที่เริ่มประเพณีถือศีลกินผักของภูเก็ต เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ และศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่เคารพนับถือของพี่น้องชาวภูเก็ต
    ศาลเจ้าที่ 2 คือ ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง ตั้งอยู่ที่ซอยภูธร ถนนระนอง เดิมศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้งนั้น ตั้งอยู่ที่ซอยอ่างอ่าหล่าย (ซอยรมณีย์) ซึ่งครั้งสมัยหนึ่งประมาณการผ่านไปเจ็ดสิบกว่าปีแล้วมีงิ้วคณะหนึ่งได้นำคณะล่องใต้ไปแสดงตามสถานที่ต่าง ๆ คณะงิ้วจะต้องอัญเชิญ ‘กิ้วอ๋อง’ ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขานับถือ สักการบูชาอย่างสูงให้ท่านติดตามไปคุ้มครองปกปักรักษาให้พวกเขาอยู่เย็นเป็นสุขตลอดมา
    ศาลเจ้าที่ 3 คือศาลเจ้าที่เก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดภูเก็ต คือ ศาลเจ้าบางเหนียว หรือ ศาลเจ้าเต้าโบ้เก้ง ตั้งอยู่บนถนนภูเก็ต ใกล้กับสี่แยกบางเหนียว สำหรับชาวไทยเสื้อสายจีนนั้นเชื่อว่า หากได้มาสักการะองค์เตี๋ยนหู้หง่วนโส่ย และองค์พระไต่ส่องส่ามตองอ๋องที่ศาลเจ้าบางเหนียวแล้วนั้น จะทำให้เกิดความเป็นสิริมงคลและส่งเสริมโชคลาภ ก่อให้เกิดความเจริญก้าวหน้าในอาชีพ มีฐานะการงานที่มั่นคง และค้าขายร่ำรวย
     ศาลเจ้าที่ 4 คือ ศาลเจ้าท่าเรือ มี องค์พระโป้เส่ง ไต่เต่ (หงอ จินหยิน) เป็นพระประธาน ท่านเป็นเทพเจ้าที่มีความสามารถในวิชาแพทย์แผนโบราณ เลื่องลือในการ รักษาโรคภัยไข้เจ็บ ท่านหง่อจิ้นหยิน หรือ โปเซ้งไต่เต่ ท่านเป็นองค์เทพที่ได้รับการนับถืออย่างแพร่หลาย ท่านเกิดในครอบครัวตระกูลหงอที่ได้รับการสืบทอดด้านการแพทย์จีน ด้วยความที่เป็นเด็กมีความเฉลียวฉลาดได้รับการถ่ายทอดวิชาจากบิดา ต่อมาจึงได้ให้การรักษาแบบไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ และได้เดินทางทำการรักษาไปจนทั่ว จนได้รับการยอมรับว่าเป็น ‘หมอเทวดา’
    ศาลเจ้าที่ 5 คือ ศาลเจ้าปุดจ้อ ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองภูเก็ต ติดกับศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง ตรงหัวมุมซอยภูธร จากหลักฐานอ้างอิง ในสมัยอดีต เดิมที่ตั้งศาลเจ้าปุดจ้อเป็นศาลเจ้าเต้กุน (กวนอู) ซึ่งสร้างเป็นอาคารไม้หลังคามุงจาก สถานที่แห่งนี้ เรียกกันว่า หมู่บ้านจุ้ยตุ่ย ต่อมามี พ่อค้าชาวเรือได้เดินทางมาจากปีนัง (มาเลเซีย) มายังเมืองทุ่งคา (ภูเก็ต) เพื่อทำธุรกิจ ได้ล่องเรือมาถึงหน้าศาลเจ้า ซึ่งสมัยก่อนเป็นท่าเรือ ในเรือลำนี้ มีองค์รูปสลักไม้ (กิมซิ้น) ของพระแม่กวนอิมปุดจ้อ ซึ่งปกติแล้ว เจ้าของเรือจะมีไว้ในเรือ เพื่อสักการบูชาเป็นประจำ และเพื่อปกป้องคุ้มครองจากภัยอันตรายทั้งปวง ด้วยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลใจให้พ่อค้าเจ้าของเรือมอบองค์รูปแกะสลักของพระแม่กวนอิมปุดจ้อ ให้ประดิษฐานไว้ ณ ศาลเจ้าเต้กุน เพื่อให้ผู้คนได้สักการบูชา
     ศาลเจ้าที่ 6 คือ ศาลเจ้าแสงธรรม หรือ ในภาษาจีนฮกเกี้ยนเรียกว่าศาลเจ้าเต่งก้องต๋อง หรือศาลเจ้าซิงเจียกอ เป็นศาลเจ้าเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของภูเก็ต ซึ่งมีอายุนับร้อยปี ตั้งอยู่ในซอยเล็ก ๆ บนถนนพังงา ก่อนถึงโรงแรมออนออน ตามประวัตินั้น ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2434 โดยหลวงอำนาจนรารักษ์ (ตันค้วด) เพื่อเป็นที่ประดิษฐานเทพเจ้าจีนที่ตระกูลนับถือมาแต่เดิม โดยใช้เป็นสถานที่เคารพสักการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งเพื่อใช้เป็นศูนย์รวมพบปะระหว่างญาติมิตร
     ศาลเจ้าที่ 7 คือ ศาลเจ้าสะปำ หรือ ศาลเจ้ากวนเต้กุน ตั้งอยู่บนถนนเทพกระษัตรี หากมาจากสนามบินจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ ซึ่งจะต้องเข้าซอยไปอีกเล็กน้อย ห่างจากวัดสะปำเพียงไม่กี่ร้อยเมตร ความเป็นมาของศาลเจ้านี้ได้ถูกถ่ายทอดกันมาว่า เมื่อ 200 ปีที่ผ่านมา ชาวจีนอพยพ มาจากมณฑลฮกเกี้ยน ส่วนหนึ่งของเข้ามาอยู่อาศัยบริเวณบ้านสะปำและบ้านบางคู ชาวจีนจะนับถือเทพกวนอู เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการทำงาน จึงได้ตั้งรูปเหมือนของท่าน ไว้ใจกลางหมู่บ้าน เพื่อให้ทุกคนได้เคารพบูชา ปัจจุบันรูปสลักดังกล่าว ได้ผุพังไปตามกาลเวลา และมีการสร้างรูปแกะสลักขึ้นมาใหม่
    ศาลเจ้าที่ 8 คือ ศาลเจ้าสามกอง หรือ ศาลเจ้าหลิมฮู้ไท้ซู่ เป็นอีกหนึ่งศาลเจ้าใหญ่ของจังหวัดภูเก็ต ตั้งอยู่บริเวณบ้านสามกอง หากมาจากสามกองบนถนนเยาวราช มุ่งหน้าไปห้างเทสโก้โลตัส ศาลเจ้าจะตั้งอยู่ทางขวามือ ก่อนถึงสามแยกเทสโก้โลตัส ศาลเจ้าสามกองนอกเป็นชื่อที่คนท้องถิ่นเรียกกันติดปากเพราะ ใกล้เข้าไปในซอยก็จะมีอีกศาลเจ้าหนึ่ง เดิมทีบริเวณนี้ถือเป็นนอกเมืองภูเก็ต ศาลเจ้าก็เลยไม่ได้ใหญ่โตมาก ต่อมาภายหลังเมืองได้มีการขยายออกมาเป็นวงกว้าง จากชุมชนเล็ก ๆ ก็ขยายเป็นย่านที่อยู่อาศัยที่หนาแน่นของภูเก็ต ศาลเจ้าจึงได้รับการพัฒนาจากผู้มีจิตศรัทธาตาม
     ศาลเจ้าที่ 9 คือ ศาลเจ้ากิ้วเที้ยนเก้ง (สะพานหิน) ตั้งอยู่ไม่ไกลจากปลายแหลมสะพานหิน ศาลเจ้านี้ได้ก่อตั้งเมื่อ วันที่ 16 เมษายน 2538 โดยได้รับการอนุญาตการก่อสร้างจากผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ในสมัยท่านเฉลิม พรหมเลิศ และ คุณสมบูรณ์ คู่พงศกร เป็นประธานศาลเจ้า ดำเนินการให้มีการก่อสร้างศาลเจ้าแห่งนี้จนสำเร็จ จากนั้นได้อัญเชิญองค์เทพกิ้วเที้ยนเลี่ยนลื้อ มาประดิษฐานในศาลเจ้า



 เรื่องอื่น ๆ







Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
เมษายน 2561
  • 75 ถนนภูเก็ต : การเสด็จมาของ "พระมหาโพธิสัตต์" บนเกาะภูเก็ต
  • เรื่องจากปก : หุ่นสายภูเก็จ กับความภูมิใจสู่เวทีหุ่นโลก
  • Business : About BEฟินดี๊ดี ทั้งซีฟู้ดและของหวาน
  • Business : เติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุข… ที่ Dolphins Bay Phuket
  • ห้องรับแขก : ปลูกวัคซีนให้ชีวิต กับ พระอาจารย์อานนท์ อัมมโร

















Copyright© 2005 - 2018 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink