เรียนรู้วิถีชีวิตเรียบง่าย ที่บ้านสามช่อง จังหวัดพังงา
Text size:
By กองบรรณาธิการเว็บไซต์
Bookmark and Share


    บ้านสามช่อง ตั้งอยู่ที่ตำบลกะไหล เขตอำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา ซึ่งหมู่บ้านนี้จะแบ่งออกเป็นสองหมู่บ้านเล็ก ๆ คือ หมู่บ้านสามช่องเหนือ ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของอาหารทะเลรสเลิศ และหมู่บ้านสามช่องใต้ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มช่างภาพ และนักเดินทาง เนื่องจากวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวบ้าน รวมไปถึงทัศนียภาพยามเช้าที่ตราตรึงใจหลาย ๆ คน
    ในวันเดินทาง ท้องฟ้ายังคงเป็นสีน้ำเงินเข้ม แต่รถยนต์คันเขื่องก็เร่งเครื่องออกเดินทางจากภูเก็ต มุ่งสู่หมู่บ้านประมงในจังหวัดพังงาอย่างไม่รอรี ‘บ้านสามช่องใต้’ คือเป้าหมายในการเก็บภาพแสงสีทองแรกของวันในการเดินทางของพวกเราครั้งนี้
    เราเดินทางออกจากภูเก็ต ไปทางจังหวัดพังงา บนถนนเพชรเกษม ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ผ่านตำบลกะไหล ก็จะถึงไฟแดงแยกบ้านสามช่อง จึงเลี้ยวขวาไปตามลูกศรที่ชี้อยู่บนป้ายบอกทาง ขับตรงไปเรื่อย ๆ จนเจอกำแพงสีส้มแดง ซึ่งเป็นกำแพงของสถานีวิจัยป่าชายเลนจังหวัดพังงาเพื่อไปเก็บภาพพระอาทิตย์ขึ้นที่ ‘บ้านสามช่องใต้’ กันก่อน
    บรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา อาจเป็นเพราะพายุเพิ่งสงบ แสงแรกของวันไม่ทำให้พวกเราผิดหวัง ถึงแม้จะมีกลุ่มเมฆเคลื่อนตัวลอยต่ำอยู่บ้าง ภาพทิวเขาสูงที่อยู่ด้านหลังของกระชังเลี้ยงปลา มีริ้วหมอกไหลเอื่อยละเลียดกับผิวน้ำสีทอง ฟ้าหลังฝนวันนี้จึงงดงามตามแบบที่มันควรจะเป็นจริง ๆ เดินลึกเข้าไปด้านในของหมู่บ้าน ก็พบกับร้านกาแฟกลางน้ำ เป็นร้านกาแฟที่สร้างขึ้นแบบง่าย ๆ ตามสไตล์ชาวประมง ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า ‘สภากาแฟโจร’ เมื่อเห็นพวกเราเดินผ่าน เจ้าบ้านจึงส่งเสียงทักทาย และเชื้อเชิญให้ร่วมวงสนทนาและดื่มกาแฟด้วยกัน ทำเอาพวกเราถึงกับอดใจไม่ไหว เก็บกล้องเข้ากระเป๋า และเดินเข้าไปสั่งกาแฟพร้อมร่วมวงสนทนากับเจ้าบ้านเป็นนานสองนาน กาแฟในเช้าวันนี้รสชาติจึงดีกว่าวันไหน ๆ



    เก็บภาพแสงเช้าจนพอใจแล้ว พวกเราจึงตัดสินใจบอกลาชาวบ้าน บ้านสามช่องใต้ เพื่อจะไปต่อกันที่บ้านสามช่องเหนือในตอนสายของวัน รถยนต์ขับย้อนกลับมาทางเดิม ก่อนจะเลี้ยวซ้ายตรงกำแพงสถานีวิจัยป่าชายเลนจังหวัดพังงา แล้วขับตรงดิ่งไปตามทางคอนกรีต จนสุดถนน ก็จะเจอท่าเรือบ้านสามช่องเหนือ ขึ้นเรือใช้เวลาข้ามฟากไม่ถึงห้านาที เราก็มาถึงหมู่บ้านสามช่องเหนือ ซึ่งผู้ใหญ่ สุรัช สุมาลี ก็ยืนรอพวกเราที่หน้าบ้านอยู่แล้ว
    “บ้านสามช่อง เป็นหมู่บ้านชาวประมง ที่มีประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม บ้านสามช่องเหนือ เดิมเรียกว่าทับเหนือ คำว่า ‘ทับ’ หมายความว่า ที่อยู่อาศัยชั่วคราวของชาวประมง ต่อมาเมื่อปี 2457 ก็ได้เปลี่ยนชื่อหมู่บ้านเป็น บ้านสามช่องเหนือ ตามที่มาของลำคลองสามสายที่ไหลผ่านเหนือหมู่บ้าน คือ คลองบางหลาม คลองเชียงใหม่ และคลองตาจอ และไหลมารวมกันเรียกว่า คลองสามช่อง ส่วนบ้านสามช่องใต้นั้น เป็นหมู่บ้านที่แยกตัวออกมาจากบ้านสามช่องเหนือ เนื่องจากขณะนั้นมีผู้คนโยกย้ายการทำมาหากินไปอยู่ที่ตอนใต้ของหมู่บ้านกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้พื้นที่ที่อยู่ตอนใต้มีจำนวนผู้คนมากขึ้น เพื่อสะดวกในการปกครอง ทางราชการจึงแยกหมู่บ้านอออกเป็นสองหมู่บ้านเรียกว่า บ้านสามช่องเหนือ และบ้านสามช่องใต้” ผู้ใหญ่ สุรัช เล่าถึงประวัติความเป็นมาของทั้งสองหมู่บ้านให้เราได้ฟัง
    “นักท่องเที่ยวที่มา ส่วนใหญ่จะมาเป็นกลุ่ม เป็นนักเรียนบ้าง เป็นครอบครัวบ้าง มาทีก็มากันหลายคืน เราก็จะกระจายให้พักกับชาวบ้าน เพื่อที่เขาจะได้เรียนรู้วิถีชีวิตแบบชาวบ้านจริง ๆ แล้วเราก็จะพาออกไปทำกิจกรรมร่วมกับชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็น ปลูกป่าชายเลน ทำกะปิ กรีดยาง หรือ ทำใบจาก ที่ใช้สูบกับยาเส้น” ผู้ใหญ่กล่าวด้วยรอยยิ้มเปื้อนหน้า
  ผู้ใหญ่ สุรัช พาพวกเราไปรู้จักกับครอบครัวของ ม๊ะมูน๊ะ ทอดทิ้ง หญิงชราวัย 70 ปี ที่มีอาชีพทำกะปิและใบจาก ซึ่งถือเป็นสินค้าขึ้นชื่อของที่นี่
    ม๊ะ มูน๊ะ บอกกับเราว่า ใบจากที่เธอทำนั้นมีคนมารับซื้อไม่ต่ำกว่า 200 มัดต่อวัน อีกทั้งกะปิก็สามารถขายได้วันละประมาณ 20 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัวของเธอไม่ใช่น้อย โดยเธอไม่จำเป็นต้องเอาไปขายเองที่ตลาด แต่จะมีคนมารับซื้อ หรือสั่งทำถึงบ้านกันเลยทีเดียว เธออธิบายให้พวกเราฟังเกี่ยวกับวิธีการทำกะปิ สินค้าขายดีอีกอย่างของบ้านสามช่อง “พอได้กุ้งเคยมาจากในเล (ทะเล) ก็เอามาตากแดดให้แห้ง แล้วก็เอาไปเท่ม (ตำ) ให้เนียน (ละเอียด) แล้วหมักไว้สัก เส ห้า วัน (สี่ถึงห้าวัน) ถึงนำไปตากอีกสองสามวัน ก็ใช้ได้แล้ว” ม๊ะ มูน๊ะ อธิบายเป็นสำเนียงใต้อย่างชัดถ้อยชัดคำ กะปิที่นี่จะมีกลิ่นหอม และมีรสกลมกล่อม ซึ่งลูกค้าบางคนเดินทางมาไกลจากหลายพื้นที่ เพียงเพื่อมาซื้อกะปิจากที่นี่เป็นของฝาก หรือประกอบอาหาร
    เมื่อเห็นว่าได้พาพวกเราชมทุกซอกซอยหมู่บ้านดีแล้ว ผู้ใหญ่ ก็ขอตัวไปทำละหมาด พวกเราจึงบอกลาผู้ใหญ่ และนั่งเรือมากลับมาทานอาหารทะเลสด ๆ จากกระชังของร้านอาหารริมน้ำที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับหมู่บ้าน นั่งทานข้าวไป ชมบรรยากาศของคลองสามช่องที่ไหลเอื่อย ๆ เหมือนจังหวะชีวิตของชาวบ้านสามช่องที่ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป ไม่รีบร้อนตามฉบับชาวประมง ที่ต้องอดทนกับการรอคอยเพื่อให้ได้ปลาอย่างที่ตั้งใจ
    หากวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ คุณผู้อ่านยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะไปเที่ยวไหน หรืออยากหลีกหนีจากความวุ่นวายในสังคมเมือง แต่ไม่อยากเดินทางไกล ๆ ลองขับรถเพลิน ๆ มาที่บ้านสามช่อง มาเรียนรู้และแลกเปลี่ยนแนวคิดกับชาวบ้านที่นี่ บางทีคุณอาจจะค้นพบว่า ความสุข หาง่ายกว่าที่คิด





 เรื่องอื่น ๆ







Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
มิถุนายน 2561
  • 75 ถนนภูเก็ต : ปลายฟ้าที่ฮุนซา… ตักกสิลา… แล้ว "เก็บฉาก"
  • เรื่องจากปก : ‘การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง’.... นิยามความสำเร็จ ของ บุญ ยงสกุล
  • Business : BCISโรงเรียนนานาชาติโฉมใหม่ของภูเก็ต
  • Business : Casa Signature...บ้านหรูบนชัยภูมิแบบผู้นำที่เก่งและเฮง
  • ห้องรับแขก : กว่าจะมาเป็น นางฟ้ากู่เจิง "แอนนี่ - อธิษฐ์รดา จันทร์ชูวณิชกุล"

















Copyright© 2005 - 2018 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink