"เรียนสากา" ทุเรียนดีของพังงา
Text size:
By กองบรรณาธิการเว็บไซต์
Bookmark and Share


    ‘สากา’ เป็นชื่อของทุเรียนที่ว่านี้ เป็นพันธุ์พื้นเมืองของอำเภอกะปง จังหวัดพังงา ชาวบ้านแถบนั้นเรียกเป็นภาษาท้องถิ่นว่า “เรียนสากา” สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ซึ่งภายหลังมีการเรียกชื่อว่า ‘ทุเรียนสาลิกา’ ให้ไพเราะยิ่งขึ้น เป็นที่น่าดีใจที่ต้นทุเรียนพันธุ์สาลิกาดั้งเดิมนั้นก็ยังคงอยู่และมีอายุเกือบ 200 ปีแล้ว ลำต้นใหญ่ประมาณ 3 คนโอบ สูงกว่า 10 เมตร แต่ยังสามารถให้ผลผลิตได้เป็นประจำทุกปี เป็นของดีขึ้นชื่อ นิยมซื้อเป็นของฝาก อาจจะเรียกได้ว่า ‘ทุเรียนสาลิกา’ เป็นของฝากประจำจังหวัดพังงาเลยก็ว่าได้
       คุณกฤษดา ณ นคร (อาจี๊ด) เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนพันธุ์สาลิกาที่ ต.กระโสม อ.ตะกั่วทุ่งบอกว่า “ทุเรียนพันธุ์สาลิกา มีเอกลักษณ์ที่รสชาติและลักษณะรูปทรงกลมมน หนามเล็กแหลม สาลิกาชอบอากาศแบบร้อนชื้น จึงเหมาะกับสภาพภูมิอากาศในเขตจังหวัดพังงาเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังทนทานต่อโรคใบติด ต้านทานต่อโรครากเน่า-โคนเน่าอีกด้วย เริ่มให้ผลผลิตเมื่อมีอายุ 4-5 ปีขึ้นไป และจะมีผลผลิตต่อต้นสูงขึ้นเมื่ออายุ 10 ปีขึ้นไป ผลผลิตไม่ต่ำกว่า 100 ผลต่อต้น
    “การขยายพันธุ์ทุเรียนสาลิกามีหลายวิธี เช่น การเพาะเมล็ด การตอน การติดตา ทาบกิ่งและการเสียบยอด แต่สำหรับการปลูกทุเรียนพันธุ์สาลิกาจะปลูกร่วมกับมังคุด หรือไม้ผลชนิดอื่น ๆ และนิยมปลูกโดยการเสียบยอดและเสียบข้าง เนื่องจากการปลูกด้วยเมล็ดจะเกิดการกลายพันธุ์ ทั้งสองวิธีนี้มีข้อดีคือ ได้ต้นทุเรียนที่มียอดพันธุ์ตามความต้องการ ให้ผลผลิตเร็ว มีรากแก่ช่วยค้ำยันลำต้น สามารถเพิ่มปริมาณต้นพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ทำได้ง่ายและมีต้นทุนต่ำ”
    ข้อควรระวังของทุเรียน ‘พันธุ์สาลิกา’ คือ ถ้าหากปล่อยให้สุกจนหล่นเองจากต้น เนื้อทุเรียนจะเละไม่น่ารับประทาน รสชาติไม่อร่อย และไม่สามารถเก็บไว้ได้นานอีกด้วย
    เนื้อทุเรียนรสชาติหวานมันเข้มข้น หอม กลมกล่อม เนื้อแน่นหนานุ่มละเอียด สีเหลืองทอง กลิ่นไม่ฉุนมาก ละมุนลิ้น เป็นรสชาติที่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่แพ้ใคร เมล็ดภายในส่วนใหญ่เป็นเมล็ดลีบ ขนาดเล็กเกือบทั้งหมด มีเมล็ดดีไม่เกิน 1-2 เมล็ดต่อผล แต่ละพูมีความยาวประมาณ 6-7 เซนติเมตร ไม่เป็นไส้ซึม (แกนผลฉ่ำน้ำ) ขนาดผลประมาณผลละ 1-2 กิโลกรัม ต่างจากทุเรียนพันธุ์ก้านยาว ตรงที่เนื้อของก้านยาวจะมีความหนาปานกลาง รสชาติหวานมัน แต่จะมีเมล็ดค่อนข้างใหญ่และจำนวนมากกว่า ยิ่งถ้าเป็นพันธุ์กระดุมเนื้อจะค่อนข้างบาง รสชาติหวานไม่ค่อยมัน เละง่ายเมื่อสุกจัด เมล็ดก็จะมีขนาดใหญ่

  



 เรื่องอื่น ๆ







Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
กรกฎาคม 2560
  • 75 ถนนภูเก็ต : "อุทยานนครภูเก็ต" ในป่ายางนา
  • เรื่องจากปก : ครูแก้ว กมลา กุละปาลานนท์ กับชีวิตที่มากกว่าครูสอนบัลเล่ต์
  • Business : Phuket Marine Poshtel ที่พักแนวใหม่ เอาใจวัยฮิปส์
  • Business : ปรับภูมิทัศน์ย่านการค้าเมืองเก่า... เอาสายเคเบิลลงดิน
  • ห้องรับแขก : สมชาย สุขพัฒนศรีกุล ศิลปินผู้ใช้ธรรมนำทาง

















Copyright© 2005 - 2017 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink