สวรรค์บนดินที่หาดพาราไดส์
Text size:
By กองบรรณาธิการเว็บไซต์
Bookmark and Share


สวรรค์บนดินที่หาดพาราไดส์
      

        เราขอนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวที่เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคุณและคนที่คุณรักให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น แน่นอนว่าไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงต่างจังหวัด เพราะที่แห่งนี้อยู่ในเกาะภูเก็ตของเรานี่เอง... รอช้าอยู่ใย? หยิบจับอุปกรณ์ แว่นกันแดด โลชั่นสำหรับสาว ๆ และหนุ่ม ๆ ที่ไม่อยากโดนแผดเผาจากรังสียูวี ผ้าขนหนู และที่ขาดไม่ได้ก็คือ... ชุดว่ายน้ำ แพ็คลงกระเป๋ากันเลยดีกว่า พร้อมแล้ว... ไปกันเล้ยยย...

        จุดหมายปลายทางของเราวันนี้คือ หาดพาราไดส์ หาดส่วนตัวเล็ก ๆ ที่ไม่ห่างไกลนักจากหน้าหาดป่าตอง ซึ่งหาดจะเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.30 น. เท่านั้น หลังจากเตรียมตัว และสัมภาระพร้อมแล้ว เราจะตั้งต้นเดินทางจากถนนบริเวณหน้าหาดป่าตองไปทางทิศใต้ เรื่อยไปจนสุดหาดจะเจอวงเวียน ขับตรงขึ้นไปบริเวณหน้าโรงแรมอมารี คอรัล บีช ภูเก็ต จากนั้นก็เลี้ยวขึ้นไปทางซ้ายก็จะเป็นถนนที่นำเราไปสู่หาดพาราไดส์ ซึ่งการเดินในทางทริปนี้เพื่อนเดินทางคู่ใจก็คือเจ้าทับทิม... ไม่ใช่น้องหมา น้องแมวอะไรหรอกค่ะ แต่เป็นมอเตอร์ไซค์ ฮ.นกฮูก สีแดงคู่ใจ ที่ฟิตเครื่องยนต์มาพร้อมเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เนื่องด้วยเส้นทางที่จะเป็นตัวช่วยกระชับความสัมพันธ์ของคุณ ๆ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพราะคุณจะได้สัมผัสอารมณ์ความรู้สึกในการมาเที่ยวทะเลครั้งนี้ในแบบที่ตื่นเต้นเร้าใจชนิดที่ว่า ‘ป่าตองเรียกพี่เลยทีเดียว’





        ตลอดเส้นทางถนนลาดยางอย่างดีที่มีความลาดชันและคดเคี้ยวเอาการ เราก็จะผ่านโรงแรมที่พักหลายแห่งที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินิยมเข้าพัก เนื่องจากมีความเงียบสงบ ห่างไกลผู้คน จากนั้นก็จะผ่าน หาดที่ตั้งอยู่ระหว่างหาดป่าตองและหาดพาราไดส์ นั่นก็คือ ‘หาดไตรตรัง’ เป็นชายหาดที่มีน้ำตื้นมาก เหมาะสำหรับการนั่งรับประทานอาหาร เดินเล่น นอนอาบแดด เสียมากกว่า จึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเท่าใดนัก

        เมื่อขับขึ้นไปจากหาดไตรตรังประมาณ 1.7 กิโลเมตร จะพบว่า เส้นทางที่เราจะมุ่งหน้าไปยังหาดพาราไดส์จะเป็นถนนเส้นเล็ก ๆ ค่อนข้างแคบ และมีความลาดชันมาก ซึ่งถนนก็จะเป็นถนนคอนกรีตที่มีความสึกหรอ ขรุขระเกือบตลอดทั้งสายทอดยาวขึ้นไปตามเนินเขา ที่มาความลาด แถมยังคดเคี้ยวน่ากลัวมาก (ในใจก็ได้แต่ภาวนาว่า “ทับทิมสู้ ๆ นะ ต้องขึ้นไหวนะ ไม่งั้นล้มไม่เป็นท่าแน่ ๆ ”) จุดนี้แหละค่ะที่ว่าตื่นเต้นเร้าใจและจะเสริมสร้างความรัก ความสัมพันธ์ของคุณทั้งหลายให้กระชับมากขึ้น เพราะแต่ละคู่ แต่ละคนที่ขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็นชาวไทย หรือต่างชาติต่างกอดกันกลมทั้งน้านนน... แต่ก็มีบางคู่ที่ต้องให้คนนึงเดิน ส่วนอีกคนก็ขับ ด้วยคงกลัวว่าจะขึ้นไม่ไหว เพราะทางมันชันมากจริง ๆ หัวใจเต้นรัว เป็นจังหวะแร็พเลยก็ว่าได้ แต่ความตื่นเต้นไม่ได้จบลงแต่เพียงเท่านี้นะคะ อย่างที่เค้าว่ากันว่าคนเราเมื่อมีขาขึ้นก็ต้องมีขาลงใช่มั้ยค่ะ?  นั่นแหละค่ะ ขึ้นเขาแล้วก็ต้องลงเขา เราขอเตือนเลยว่าเบรกรถคุณต้องดีจริง ไม่งั้น!! ลงไม่สวยแน่ค่ะ เพราะทางลงก็ชันมากเหมือนกัน มีความรู้สึกยังกับว่าจะตีลังกาม้วนหน้าลงไปพร้อมกับเจ้าทับทิมเลยทีเดียวค่ะ เสียวไส้สุด ๆ ตอนนี้ใจสั่นระรัวยิ่งกว่ารัวกลองชุดซะอีก โอ้แม่เจ้า!!... เส้นทางสายนี้สุดยอดจริง ๆ ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการขับรถพิชิตด่านนี้ไปให้ได้...



         ถนนสายนี้น่าจะเหมาะสำหรับผู้ที่ชำนาญเส้นทางมากกว่า แต่สำหรับผู้ที่ไม่มั่นใจกับความสามารถในการขับรถแล้วล่ะก็ เรามีทางเลือกให้คุณค่ะ นั้นก็คือ การโดยสารทางเรือ ซึ่งสามารถติดต่อเช่าเรือได้ที่หาดป่าตองได้เลย
ถึงแม้ว่าระหว่างการเดินทางที่ค่อนข้างยากลำบาก ส่งผลให้หัวใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เพราะมีความตื่นเต้น ท้าทายกับถนนหนทางที่คดเคี้ยว สูงชัน แต่เมื่อลงมาถึงจุดหมายปลายทาง ‘หาดพาราไดส์’ เราก็มองเห็นชายหาดและน้ำทะเลที่สวยงามเบื้องหน้านี้ คุ้มค่ากับการเดินทางเสียนี่กระไร หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยค่ะ สมชื่อ Paradise ดินแดนแห่งสวรรค์ จริง ๆ เราจึงจัดแจงให้น้องทับทิมได้พักเครื่องใต้ร่มไม้บริเวณลานจอดรถ แต่ก่อนที่จะเข้าหาดก็จะต้องชำระค่าบัตรผ่านประตูคนละ 100 บาท เพราะที่นี่เป็นที่ดินส่วนตัว ต้องนำเงินที่ได้จากการเก็บค่าผ่านประตูจากนักท่องเที่ยวไปบำรุงสถานที่ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในหาด ดังนั้นชำระ 100 บาทก็สามารถใช้บริการห้องน้ำ และเก้าอี้ชายหาดได้ตลอดวัน
หาดพาราไดส์แห่งนี้ มีลักษณะโค้งเป็นวงแหวนระยะของหาดไม่ยาวนัก มีเก้าอี้ชายหาดไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวให้เอนกายพักผ่อนหย่อนใจ ปลดปล่อยกายใจไปกับสายลม แสงแดด มีเสียงคลื่นกระทบฝั่งคอยขับกล่อม เมื่อสาดส่องสายตาไปรอบ ๆ ก็สัมผัสได้ถึงความสวยงามของทัศนียภาพรอบหาดที่รายล้อมไปด้วยโขดหิน และต้นไม้นานาชนิดคอยให้ร่มเงา น้ำทะเลใสสีฟ้าครามที่ไล่ระดับสีตามความลึก สามารถมองเห็นพื้นทรายและปะการัง โขดหินเบื้องล่างได้อย่างชัดเจน เป็นชายหาดส่วนตัวที่ไม่มีผู้คนพลุกพล่านเหมือนหาดอื่น ๆ ทำให้นักท่องเที่ยวนิยมมาดื่มด่ำและสัมผัสความบริสุทธิ์งดงาม ณ ที่แห่งนี้ ที่ ๆ ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้นมาให้เป็นสวรรค์บนดินขนาดย่อมบนเกาะภูเก็ตอีกแห่งหนึ่ง

        นั่นไง... ที่ร่มใต้ต้นไม้ใหญ่นามหูกวาง มีเก้าอี้ชายหาดว่างอยู่พอดิบพอดี จึงรีบเร่งฝีเท้าไปทันทีเพราะกลัวว่าจะมีใครที่ไวกว่ามาแย่งไป... ถึงแล้วก้อวางกระเป๋าสัมภาระลงบนเก้าอี้อีกตัวข้าง ๆ พร้อมกับเอนกายลงบนเบาะนุ่ม ๆ สายลมพัดเอื่อย กระทบใบหน้า บรรยากาศสดชื่นยิ่งนัก มองออกไปเห็นน้ำทะเลสีสดใส ภาพเด็กน้อยเล่นน้ำกับครอบครัว บ้างก็เล่นชิงช้าที่ทำจากทุ่นมาผูกติดกับกิ่งไม้ใหญ่ของต้นหูกวาง คู่รักจากหลากหลายเชื้อชาติกระหนุงกระหนิง วิ่งเล่นกัน ช่างเป็นภาพที่น่ารักจนทำให้เราเผลอยิ้มได้โดยไม่รู้ตัว ^^”

        ในส่วนของร้านอาหาร หาดพาราไดส์ก็มีร้านอาหารที่มีอาหารไทยไว้คอยบริการให้นักท่องเที่ยวได้เติมพลัง ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังลงเล่นน้ำ ในราคาสบายกระเป๋า รสชาติดีเยี่ยม อร่อยถูกปากไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือชาวต่างชาติ และยังมีร้านที่ให้เช่าอุปกรณ์ทางทะเลครบครัน สามารถเล่นนานเท่าไหร่ก็ได้ เรียกว่าคุ้มค่ามาก ๆ เพราะที่อื่นส่วนใหญ่จะคิดเป็นรายชั่วโมง มีห้องน้ำสะอาดไว้คอยบริการจำนวนมาก ไม่ต้องรอคิวนานแน่นอน มีบริการนวดสปา แพคเกจหลากหลายให้เลือกตามความชอบ ไม่ว่าจะเป็น นวดน้ำมัน นวดไทย ฯลฯ และจากบริเวณหน้าหาดก็มีเส้นทางที่เราสามารถเดินไปตามทางที่เจ้าของที่ดินได้ทำไว้ซึ่งจะพบหาดเล็ก ๆ ที่เป็นอีกส่วนหนึ่งของหาดด้วย ซึ่งหาดจะมีความสวยงาม ทรายขาวละเอียดกว่า นอกจากนี้ก็ยังสามารถเดินขึ้นเขาเพื่อชมพระอาทิตย์ตกได้อีกด้วย ซึ่งภาพจากบนเขาแห่งนี้เป็นอีกด้านหนึ่งของหาดพาราไดส์ มองลงไปจะเห็นคลื่นลูกใหญ่ที่โถมเข้าใส่โขดหินด้านล่างจนแตกกระเซ็นเป็นฟองสีขาวขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นจุดที่ไม่มีที่ไหนสามารถมองเห็นทะเลแบบนี้ได้ แต่วันนี้อากาศกลับไม่เป็นใจนัก จึงต้องบอกลาทริปนี้พร้อมกับสายฝนที่โปรยปรายลงมา และเดินทางกลับพร้อมน้องทับทิมในช่วงเย็น แต่ความภาพแห่งความประทับใจที่เกิดขึ้นครั้งแรกกับที่แห่งนี้ ไม่สามารถลืมเลือนได้เลย และเชื่อว่าหากคุณได้มาสัมผัสกับธรรมชาติและบรรยากาศเหล่านี้ที่หาดพาราไดส์ก็จะต้องรู้สึกเช่นเดียวกัน เรียกได้ว่าหลงเสน่ห์พาราไดส์เข้าอย่างจัง กับความสงบ สวยงามของที่แห่งนี้... แม้จะไม่ได้ชมบรรยากาศในยามพระอาทิตย์อัสดงก็เถอะนะ แต่คงมีสักครั้งที่เราจะกลับมาเพื่อชมและดื่มด่ำกับบรรยากาศในยามตะวันลับฟ้าอย่างแน่นอน...

 




 เรื่องอื่น ๆ







Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
มิถุนายน 2561
  • 75 ถนนภูเก็ต : ปลายฟ้าที่ฮุนซา… ตักกสิลา… แล้ว "เก็บฉาก"
  • เรื่องจากปก : ‘การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง’.... นิยามความสำเร็จ ของ บุญ ยงสกุล
  • Business : BCISโรงเรียนนานาชาติโฉมใหม่ของภูเก็ต
  • Business : Casa Signature...บ้านหรูบนชัยภูมิแบบผู้นำที่เก่งและเฮง
  • ห้องรับแขก : กว่าจะมาเป็น นางฟ้ากู่เจิง "แอนนี่ - อธิษฐ์รดา จันทร์ชูวณิชกุล"

















Copyright© 2005 - 2018 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink