สมาคมอสังหาริมทรัพย์ฯ กับภูเก็ตที่เปลี่ยนแปลงไป
Text size:
By กองบรรณาธิการภูเก็ตบูลเลทิน
Bookmark and Share


    เป็นที่ทราบกันดีว่าในบ้านเรา ธุรกิจการท่องเที่ยวมีผลเป็นอย่างมากต่อการเติบโตของธุรกิจอื่น ๆ ตามมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่ในวันนี้นับเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักที่ช่วยขับเคลื่อนภูเก็ตให้เจริญเติบโตมากยิ่งขึ้น และท่ามกลางการเจริญเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจอสังหาฯ ที่ผ่านมา จึงทำให้หลายฝ่ายเกิดความวิตกว่า อาจจะเป็นไปโดยไร้ทิศทาง คอลัมน์ “อสังหาริมทรัพย์” ฉบับต้อนรับปีแพะ 2558 นี้ จึงพาคุณผู้อ่านมาทำความรู้จักกับหน่วยงานที่มีบทบาทในการกำหนดทิศทางของธุรกิจอสังหาฯ บนเกาะภูเก็ตแห่งนี้ โดย คุณพัทธนันท์ พิสุทธิ์วิมล เลขานุการสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต ได้กรุณาให้ข้อมูลเกี่ยวกับสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตให้เราได้รับทราบกัน

    “สมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต เกิดมาจากการก่อตั้งชมรมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต เมื่อประมาณสิบปีที่แล้ว ซึ่งตอนนั้น มี ร้อยโทภูมิศักดิ์ หงษ์หยก (อดีตนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต) เป็นผู้ก่อตั้ง เพราะเล็งเห็นความสำคัญว่า ในจังหวัดภูเก็ต เริ่มมีผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาฯ มากขึ้น จึงน่าจะมีองค์กรที่เป็นตัวกลางรวมทุกอย่างเข้าไว้ด้วยกัน จะได้ไปในทิศทางเดียวกัน หลังจากนั้นชมรมฯ ก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนได้จดทะเบียนกลายมาเป็นสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต เมื่อประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2552) โดยมี คุณธนันท์ ตัณฑ์ไพบูลย์ เป็นนายกสมาคมฯ ท่านแรก และมีคุณธนูศักดิ์ พึ่งเดช เป็นนายกสมาคมคนปัจจุบัน ขณะนี้เรามีสมาชิกรวมแล้วมากกว่าหนึ่งร้อยราย ทั้งที่เป็นสมาชิกสามัญ ซึ่งหมายถึงสมาชิกที่เป็นผู้ประกอบการที่เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และสมาชิกวิสามัญ ซึ่งก็คือผู้ประกอบการที่มีธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์ เช่น ผู้รับเหมาสร้างอาคาร สถาปนิก กฎหมาย เฟอร์นิเจอร์ สื่อสิ่งพิมพ์ ฯลฯ”

    การรวมตัวกันของนักธุรกิจอสังหาฯ ในรูปแบบของสมาคมนั้น เริ่มมีบทบาทสำคัญมากยิ่งขึ้น ด้วยการขับเคลื่อนนโยบายซึ่งเป็นที่เห็นพ้องต้องกันว่า จะต้องยังประโยชน์ให้ทั้งกับสมาชิกและส่วนรวม จึงทำให้สมาคมฯ มีความแข็งแกร่งและสามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดนโยบายและทิศทางธุรกิจร่วมกับทางภาครัฐบาลในหลายต่อหลายด้าน


    “วัตถุประสงค์หลักของเราคือ เน้นเรื่องการให้ข้อมูลข่าวสารกับสมาชิก รวมถึงช่วยผลักดันในเรื่องกฎหมาย หรือเรื่องที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสมาชิก อีกทั้งยังเป็นตัวกลางที่ช่วยประสานงานระหว่างผู้ประกอบการกับหน่วยงานของรัฐ หรือ ผู้ประกอบการกับผู้ประกอบการอื่น ๆ  ซึ่งทางสมาคมฯ เองก็กำหนดบทบาทหน้าที่ไว้อย่างชัดเจนว่า เราเป็นองค์กรที่ไม่เน้นแสวงหาผลกำไร ฉะนั้นกิจกรรมต่าง ๆ ที่เราทำจะเน้นประโยชน์ของผู้ร่วมกิจกรรมเป็นหลัก เช่น การจัดสัมมนาวิชาการ ก็จะจัดแบบที่ผู้เข้าร่วมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ แม้แต่ผู้บริโภคทั่วไปก็ได้ประโยชน์ด้วย อย่างเช่น เวลาสมาคมจัดสัมมนาเรื่องต่าง ๆ ก็จะมีผู้บริโภคที่ไม่ได้เป็นผู้ประกอบการเข้ามาร่วมฟังด้วย ซึ่งเยอะกว่าผู้ประกอบการเสียอีก เพราะหลายเรื่องก็น่าสนใจและเป็นประโยชน์สำหรับเขา”

    คุณพัทธนันท์บอกว่า การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนและสามารถเปรียบเทียบได้เมื่อมีการก่อตั้งชมรมฯ และพัฒนาขึ้นมาเป็นสมาคมฯ นั้น คือ การมีหลักที่แน่นอนมากยิ่งขึ้น

    “แต่เดิมนั้น การทำธุรกิจอสังหาฯ ยังไม่มีกฎระเบียบที่ชัดเจนมาควบคุม ใครอยากจะสร้างอะไรก็สร้าง ตั้งราคาเท่าไหร่ก็ตั้งไป ดังนั้นเมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ เช่นเมื่อครั้งวิกฤตฟองสบู่ มันจึงกระทบหนัก ในช่วงนั้นโครงการบ้านต่าง ๆ ซบเซามากเพราะต้องปรับตัวแก้ไขปัญหา ต่างคนต่างดิ้นรนหาทางรอด ไม่มีใครช่วยเหลือใคร ทั้ง ๆ ที่คู่แข่งก็ไม่เยอะ แถมยังไม่มีกลุ่มทุนบริษัทใหญ่จากส่วนกลางเข้ามาด้วยซ้ำ จนกระทั่งเมื่อปี 2542 - 2543 จึงเริ่มมีกฎหมายจัดสรรที่ชัดเจนขึ้น ตอนนั้นชมรมฯ เริ่มก่อตั้งพอดี แต่ด้วยความที่ยังเป็นรูปแบบชมรมฯ จึงยังไม่ได้รับการไว้วางใจเท่าที่ควร แต่เราก็มีการจัดตั้งคณะกรรมการ มีกิจกรรมร่วมกัน มีการให้ความรู้แต่ยังมีบทบาทกับทางภาครัฐน้อย เพราะยังไม่ได้รับความน่าเชื่อถือพอ แต่อย่างน้อยก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะเราเน้นด้านเอกชน ให้ความรู้ให้ข้อมูลข่าวสาร ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันมากกว่า และก็โชคดีที่สมาชิกรุ่นแรก ๆ เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่ค่อนข้างเป็นที่นับถือในจังหวัดภูเก็ต พอชมรมฯ เริ่มเปิดได้สักระยะหนึ่ง เราก็พยายามรับคนรุ่นใหม่เข้ามา เพื่อเป็นเรี่ยวแรงในการผลักดันการทำงาน จนเปลี่ยนมาเป็นสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตในปัจจุบัน”

    แผนงานหลักในหนึ่งปีของทางสมาคมฯ จะกำหนดไว้ 3 อย่าง คือ มีการประชุมวิชาการ มีการจัดอบรมเกี่ยวความรู้ให้กับผู้ประกอบการ และมีการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโดฯ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งในปีนี้ งานมหกรรมบ้านและคอนโดฯ จะจัดขึ้นในกลางเดือนกุมภาพันธ์ มีผู้ประกอบการอสังหาฯ และผู้ประกอบการธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

     คุณพัทธนันท์กล่าวว่า ถึงแม้ผลงานต่าง ๆ ของทางสมาคมฯ จะมีเป็นรูปธรรมชัดเจนขึ้น แต่อุปสรรคและปัญหาบางอย่างที่ทางสมาคมฯ ยังประสบอยู่ก็ยังมีบ้าง โดยเฉพาะในเรื่องของจำนวนสมาชิก ซึ่งตามหลักแล้ว ควรจะมีจำนวนมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้

    “สิ่งที่จะทำให้เราเข้มแข็งขึ้นได้คือเราต้องมีสมาชิกเยอะ ๆ เพราจะทำให้เกิดกำลังต่อรองกับภาครัฐได้มากขึ้น แต่ปัญหาคือบางครั้ง ผู้พัฒนาโครงการหลายโครงการเปิดบริษัทเพื่อทำโครงการเล็ก ๆ เพียงโครงการเดียวแล้วก็ปิดก็ยังมีอยู่มาก ซึ่งเราก็ไม่สามารถดึงเขาเข้ามาเป็นสมาชิกได้ อีกอย่าง โครงการที่ร่วมทุนกับต่างประเทศก็ยังไม่เข้ามาเพราะเรายังมีปัญหาด้านการสื่อสารอยู่ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เราต้องแก้ไขในอนาคต ดังนั้นเราจึงเน้นคนในท้องถิ่นก่อนเพื่อให้เข้มแข็ง เมื่อเข้มแข็งแล้วก็จะมีคนอยากเข้ามาเป็นสมาชิกมากขึ้น ปัญหาอีกอย่างคือ คณะกรรมการของเราเป็นนักธุรกิจ ต่างคนต่างก็มีงานที่ล้นมือ เลยทำให้การขับเคลื่อนสมาคมฯ เป็นไปค่อนข้างช้า ส่วนอุปสรรคที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานภาครัฐก็มีบ้างอย่างเช่น ตอนนี้จะมีการขอให้เราช่วยจัดผู้ชำนาญการ พนักงานจัดสรร พนักงานสิ่งแวดล้อม ซึ่งทางสมาคมก็อยากเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเพราะเกี่ยวข้องโดยตรง แต่คุณสมบัติคนที่จะมาเป็นกรรมการตรงนี้คือ จะต้องเป็นบุคคลที่ไม่ได้เป็นเจ้าของกิจการ มันก็เลยขัดแย้งกัน อีกอย่างที่เราเสนอไปคือ ในกรณีมีข้อพิพาทเกิดขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะมีการร้องเรียนไปที่ศูนย์ดำรงธรรม ทางท่านผู้ว่าฯ ก็ถามว่า สมาคมฯ ช่วยอะไรได้บ้าง จริง ๆ แล้วเราก็สามารถช่วยได้ในเบื้องต้นในกรณีที่สามารถไกล่เกลี่ยได้ ซึ่งผู้ประกอบการท้องถิ่นต้องให้ความร่วมมือกับเราด้วย คือต้องมาสมัครเป็นสมาชิกกับทางสมาคมฯ เพื่อรวมกลุ่มแล้วเดินหน้าไปด้วยกัน”

    และในฐานะที่สมาชิกในสมาคมฯ เป็นกลุ่มผู้ที่คร่ำหวอดที่สุดในการเป็นนักธุรกิจอสังหาฯ เจ้าถิ่น เมื่อถามถึงการเจริญเติบโตของธุรกิจอสังหาฯ ภูเก็ตระยะ 10 ปีที่ผ่านมา รวมไปถึงแนวโน้มในอนาคต กับปัจจัยที่มีผลกระทบกับการเจริญเติบโตและชะลอตัวของธุรกิจอสังหาฯ คุณพัทธนันท์ ได้ให้ความเห็นในฐานะตัวแทนของสมาคมฯ ว่า

    “ลักษณะของอุปทานในภูเก็ตเปลี่ยนไปตามราคาที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างเมื่อ10 ปีที่ผ่านมา ผู้พัฒนาโครงการจะเน้นบ้านเดี่ยวเยอะ ทาวน์เฮ้าส์ก็พอมีบ้างแต่ไม่เยอะ บ้านแฝดไม่ค่อยมีเพราะราคาไม่ต่างกันมากนัก จนกระทั่งราคาที่ดินเริ่มปรับเพิ่มขึ้น จึงเริ่มมีบ้านแฝดขึ้นเมื่อประมาณ 5-6 ปีที่ผ่านมา อัตราความต้องการบ้านเดี่ยวจึงลดลงเพราะราคาสูงขึ้น จากนั้นก็เริ่มมีคอนโดเข้ามาเพราะราคาถูกกว่าบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ และบ้านแฝด สองสามปีที่ผ่านมาจะเห็นว่าคอนโดผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด เปิดโครงการออกมาก็ขายหมดตั้งแต่สร้างยังไม่เสร็จ ผู้ประกอบการหลายคนเลยรู้สึกว่ามันดีเลยเปิดบ้าง โดยไม่ได้ศึกษาให้ละเอียดก่อน เพราะมันมีค่าใช้จ่ายสูงในการทำคอนโด และมีค่ารับผิดชอบต่อเนื่อง ซึ่งผู้บริโภคบางคนก็เริ่มซื้อเพื่อเก็งกำไร แต่ ปัญหาก็คือ โครงการใหม่ ๆ เริ่มเกิดขึ้นมาอีกจนมันเยอะจนเกินไป เกิดการแข่งขันสูงมาก จนเป็นโอกาสทองของผู้ซื้อ จะได้เลือกสรรที่อยู่อาศัยประเภทนี้

     ธุรกิจและบ้านเมืองจะเติบโตขึ้นมาได้ก็ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน หากภาคเอกชนเข้มแข็ง ก็จะทำให้รัฐบาลมองเห็นความสำคัญมากยิ่งขึ้น ละหากท่านเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาฯ หรือมีธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องและยังมิได้เข้าเป็นสมาชิกกับทางสมาคมฯ อย่ามัวรอช้า ข่าวสารและข้อมูลวงใน ของฟรีและดี ยังมีอยู่บนโลก




 เรื่องอื่น ๆ







Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
กุมภาพันธ์ 2560
  • 75 ถนนภูเก็ต : เสน่ห์... โคเปนเฮาเกน
  • เรื่องจากปก : มัณฑนา หลีสกุล ผู้เติมสีสันคืนวันศุกร์ให้โบ๊ทอเวนิท
  • Business : คิทเช่นแมน ครบครันเรื่องครัว
  • Business : ดร.โชคชัย เดชอมรธัญ กับบทบาทสำคัญในฐานะพ่อเมืองภูเก็ต
  • ห้องรับแขก : "เพราะรักบันดาลทุกสิ่ง" สุน พาพาน และ จุ๊ฟฟี่ จุ๊บ คู่รักศิลปิน

















Copyright© 2005 - 2017 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink