เรื่องเล่าของชายผู้คืนความงามให้ธรรมชาติ
Text size:
By กองบรรณาธิการภูเก็ตบูลเลทิน
Bookmark and Share


      ราวเดือน ก.พ. - มี.ค. ปี2553 ตามกรอบหนังสือพิมพ์หรือเว็บไซต์สำหรับชาวภูเก็ตแทบทุกสำนักต่างพร้อมใจกันถ่ายทอดเรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่งออกมาเป็นเนื้อหา 3-4 ย่อหน้า ด้วยใจความที่ไม่ต่างกันนัก สรุปสั้น ๆ ตามที่พาดหัวข่าวว่า

      ‘ชาวประมงภูเก็ตเลี้ยงกัลปังหา คืนความสวยงามให้ธรรมชาติ’

      เรื่องของคุณจรูญ กองทรัพย์อยู่ ชาวประมงวัย 45 ปี ผู้ยึดอาชีพเลี้ยงปลาในกระชังบริเวณหน้าหาดป่าหล่าย เขาลงมืออนุรักษ์กัลปังหาด้วยตัวคนเดียวมาเป็นเวลากว่า 15 ปี จนกลายเป็นผู้ปลุกกระแสอนุรักษ์ผ่านโครงการ ‘คืนกัลปังหาสู่ทะเล’ ที่จัดขึ้นร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อนำกัลปังหากลับไปประดับคืนโลกใต้น้ำ

      หลายคนมองเขาด้วยสายตาชื่นชม ขณะที่อีกหลายคนค่อนขอดว่าเขาบ้า ไม่ว่าจะถูกนิยามอย่างไร กัลปังหานับพันกอที่กลับสู่ท้องทะเลด้วยมือของเขาก็เป็นเรื่องจริง

      เรื่องเล่าของกัลปังหา เพื่ออรรถรสที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น คงจะดีกว่าถ้าคุณได้ทำความรู้จักกับ ‘กัลปังหา’ สักนิด ก่อนจะก้าวขึ้นสู่กระชังปลาของคุณจรูญ

      หากสำรวจด้วยตาเปล่า ด้วยรูปทรงและสีสันสวยงาม ไม่แปลกที่กัลปังหามักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นปะการัง บางคนก็เข้าใจว่าเป็นพืชใต้น้ำ ไม่แน่ใจนักว่าเจ้าตัวจะน้อยใจขนาดไหนที่ถูกจำผิดเสมอ

      กัลปังหาเป็นสัตว์ทะเลชนิดหนึ่งที่ไม่มีกระดูกสันหลัง บ้างเป็นลักษณะแผ่คล้ายพัด บ้างเป็นเส้นเดียวคล้ายแส้ ฯลฯ โครงสร้างของกัลปังหาประกอบด้วยกิ่งก้านซึ่งแกนกลางมีส่วนประกอบของโปรตีนกอร์โกนิน (Gorgonin-โปรตีนชนิดที่อยู่ในเขาสัตว์) รอบแกนหุ้มด้วยชั้นเนื้อเยื่อซึ่งเป็นที่ฝังตัวของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กเรียกว่าโพลิป (Polyp) มีลักษณะเป็นทรงกระบอก ส่วนปลายมีหนวด (Tentacle) สำหรับดักกรองสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กเป็นอาหาร และโพลิปนี่เองที่ใช้ในการจำแนกกัลปังหากับปะการังออกจากกัน เพราะในกัลปังหาโพลิปจะมี 8 หนวด ขณะที่ในปะการังมี 6 หนวดหรือจำนวนทวีคูณของ 6

      หรือหากจำแนกด้วยตาอย่างง่าย ๆ ปะการังทั่วไปจะมีการสร้างโครงสร้างหินปูนเคลือบภายนอกไว้ทั้งหมด ขณะที่กัลปังหาไม่เป็นเช่นนั้น ประเทศไทยมีการสำรวจพบกัลปังหาทั้งสิ้น 29 สกุล พบทางฝั่งอันดามัน 24 สกุล ฝั่งอ่าวไทย 22 สกุล แต่ปัจจุบันองค์ความรู้เกี่ยวกับกัลปังหาก็ยังมีอยู่น้อยด้วยความลำบากจากการเก็บข้อมูลในพื้นที่ใต้ทะเลลึก

      จากชาวประมงสู่นักอนุรักษ์ ห่างจากหาดป่าหล่ายราว 5 นาทีของการนั่งเรือ บริเวณนี้เปรียบเสมือนชุมชนของชาวประมงที่อาศัยกระชังปลาเป็นทั้งบ้านและออฟฟิศ หนึ่งในนั้นเป็นของคุณจรูญ

      ผู้ชายร่างสูง ผอม ผิวคล้ำตามแบบฉบับลูกทะเลพาเราขึ้นสู่ ‘บ้าน’ ของเขาและเดินดูกระชังที่มีกว่า 50 ห้อง ก่อนจะแวะบางจุดแล้วลงมือสาวเชือกที่ยึดกับพื้นทางเดินเพื่อดึงปลายด้านที่จมอยู่ในน้ำขึ้นมา สิ่งที่โผล่มาคือพุ่มกัลปังหาขนาดเท่าฝ่ามือสีสด บ้างแดง บ้างเหลือง นี่คือกัลปังหาสกุลเมลิเทีย (Melithaea) ซึ่งมีลักษณะแผ่คล้ายพัด พบได้ทั่วไปตั้งแต่ความลึก 3-5 ม.


      เราเดินดูกัลปังหาอีกหลายจุด ก่อนจะทราบว่าตอนนี้มีกัลปังหาในกระชังเขาถึง 30-40 กอ! นั่นทำให้เราอยากทราบถึงความตั้งใจของเขา

      “ผมเห็นความสมบูรณ์” คุณจรูญเริ่มต้นอย่างนั้น เขาเล่าว่าหลังจากทำกระชังได้ 4-5 ปี พบกัลปังหาเกาะตามผิวทุ่น เวลานั้นเขาปล่อยทิ้งไว้เฉย ๆ ทว่าความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้น เมื่อพบว่ากระชังของตัวเองเริ่มชุกชุมด้วยสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก “พวกปลา-กุ้งพอวางไข่แล้วจะไปติดตามกิ่งของกัลปังหา แถวนี้จึงมีลูกปลาลูกกุ้งเยอะมาก”

      กัลปังหานอกจากมอบความสวยงามให้แก่ท้องทะเลแล้ว ในแง่ของระบบนิเวศน์ยังเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในทะเล อย่างเช่น ดาวเปราะ ดาวขนนก หอยมุก ลูกกุ้ง-ปลาตัวเล็ก ๆ อีกด้วย

      ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือชาวประมงทั่วไปเลือกที่จะตัดกัลปังหาทิ้ง การทำเช่นนั้นไม่ต่างอะไรกับการทำลายทางอ้อม เพราะเมื่อกัลปังหาร่วงลงไปใต้น้ำ จมดินโคลนในสภาพที่กิ่งคว่ำไม่สามารถดักจับอาหารได้ กัลปังหากอนั้นก็จะตายในที่สุด

      “ผมเคยบอกหลายคนให้หันมาอนุรักษ์ แต่เขาหาว่าผมบ้า บอกว่า ‘ไม่รู้มันทำอะไรของมัน’ ทั้งที่ผมคิดว่าการที่เราอยู่ตรงนี้ นี่แหละคือสิ่งที่ควรทำ”

      ตลอดระยะเวลากว่า 15 ปี ที่เขาทุ่มเทอนุรักษ์ให้กัลปังหานับพันกอได้คืนสู่ธรรมชาติ นั่นหมายความว่าจริง ๆ แล้วเราสมควรเห็นกัลปังหาประดับประดาอยู่เต็มเขตเขาขาดที่เขาไปปลูก

      แต่เปล่า… ทุกวันนี้ยังไม่มีใครเคยเห็นภาพ ๆ นั้น แม้แต่ตัวคุณจรูญเอง เขาว่าธรรมชาติที่เปลี่ยนไปส่งผลให้กัลปังหาตายไปพอสมควร แต่ยิ่งตายมากเขาก็ยิ่งต้องปลูก รู้ว่าตายอีกก็ปลูกอีก นั่นคือความตั้งใจของเขา “แต่ปัญหาคือหลายครั้งมันไม่ได้ตาย… มันหายไป” หากพูดในแง่ของการลักลอบนำไปทำเครื่องประดับ เมลิเทียไม่ใช่สกุลที่มีความเหมาะสมในแง่นั้น คุณจรูญมองว่าอาจจะถูกเอาไปประดับตกแต่งบ้าน แต่นั่นก็เป็นเพียงการคาดเดา โดยมีฐานความจริงว่าพื้นที่ที่เขาไปปลูกนั้นยังไม่เคยเต็มไปด้วยกัลปังหา

      ทว่าทุกวันนี้คุณจรูญก็ยังคงอนุบาลกัลปังหาต่อไปด้วยความเชื่อเช่นเดิมว่าชีวิตเหล่านี้จะเพิ่มความสมบูรณ์ให้แก่ท้องทะเล ไม่ได้คิดว่ากำลังทำเรื่องยิ่งใหญ่เกินตัว แต่รู้สึกว่าเป็นเหมือนงานอดิเรก และเมื่อภาพกัลปังหาที่โผล่มาให้เขาเห็นเวลาน้ำลดยามไปส่งของเป็นแรงใจ แม้ว่าหลายครั้งเมื่อผ่านไปแล้วเห็นแต่เลนก็ทำให้เขาหมดแรงเช่นกัน

      บางทีระหว่างนั้นเขาคงกำลังคิดถึงคำถามนั้นไปด้วย…
      และวันหนึ่งเมื่อคำตอบเดินทางมาถึง เราคงได้เห็นท้องทะเลเต็มไปด้วยกัลปังหาในสักวัน






 เรื่องอื่น ๆ




่รุจาภา
9 สิงหาคม 54 19:31
SO GOOD !!!
1




Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
พฤศจิกายน 2560
  • 75 ถนนภูเก็ต : ปรัชญาปารามิตาสูตรหฤทัยสูตร (อธิบาย 3)
  • เรื่องจากปก : ชีวิตสร้างได้ ของ อลัน ยิป
  • Business : Bike Sharing…เปลี่ยนทั้งเมือง เปลี่ยนทั้งคน
  • Business : เมื่อกาแฟ...ไม่ใช่แค่เพียงเครื่องดื่ม
  • ห้องรับแขก : เพ็ชร ชั้นเจริญ กับภารกิจใหญ่ในสนามบินภูเก็ต

















Copyright© 2005 - 2017 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink