"แป๊ะฮก" ชายผู้เสียสละ ณ เขาโต๊ะแซะ
Text size:
By กองบรรณาธิการภูเก็ตบูลเลทิน
Bookmark and Share

แป๊ะฮก แป๊ะฮก แป๊ะฮก แป๊ะฮก
แป๊ะฮก แป๊ะฮก แป๊ะฮก แป๊ะฮก
แป๊ะฮก แป๊ะฮก แป๊ะฮก แป๊ะฮก
แป๊ะฮก แป๊ะฮก แป๊ะฮก แป๊ะฮก

    ท่ามกลางภูเขาสูงของเมืองภูเก็ต ที่ชื่อว่า “เขาโต๊ะแซะ” นอกจากจะเป็นที่ตั้งของสถานีวิทยุ และโทรทัศน์หลายสถานีแล้ว ที่นี่ยังอุดมสมบูรณ์ด้วยผืนป่าธรรมชาติ พร้อมด้วยหลายชีวิตของ “ลิง” ซึ่งถือว่าเจ้าลิงพวกนี้เกิดมามีบุญวาสนาอย่างยิ่ง ที่มีผู้ใจบุญวัย 63 ปี อย่าง สุกิจ องค์สถิรกุล หรือ “แป๊ะฮก” คอยเฝ้าเลี้ยงดู และให้อาหารตลอดมาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว

    คงเป็นภาพที่เห็นชินตาของผู้ผ่านไปผ่านมาในละแวกนี้ กับชายชรา ท่าทางอารมณ์ดี แต่งกายแบบสบายๆ ด้วยชุดลำลอง กับเสื้อยืดสีขาว กางเกงขาสั้น ที่มาพร้อมกับรถกระบะมาสด้าคู่ใจ สีกรมท่า (ในอดีต คือ รถนิสสันเอ็นวีคันสีเขียว) พร้อมด้วยเข่งที่บรรจุผลไม้ชนิดต่างๆ เช่น กล้วย เงาะ แตงโม มะม่วง แก้วมังกร และถังน้ำ ที่ขนมาเต็มคันรถ เพื่อนำมาให้เจ้าลิงน้อยที่เขาโต๊ะแซะแห่งนี้

    ถือเป็นโอกาสดีที่เราได้มาเยือนเขาโต๊ะแซะ และได้พบกับแป๊ะฮกในช่วงสายๆ ของวันนั้น… เห็นแกกำลังหยิบยื่นผลไม้ และยื่นท๊อฟฟี่ให้ลิงตัวน้อยทีละตัวๆ และพูดคุยหยอกเล่นกับลิงไปอย่างมีความสุข เราจึงแวะเข้าไปทักทายและร่วมพูดคุยกับแป๊ะฮก

    แกท้าวความเล่าถึงตัวเองให้ฟังว่า เป็นชาวภูเก็ตโดยกำเนิด ปัจจุบันพักอาศัยอยู่ที่สามกอง ทำธุรกิจเกี่ยวกับ หอพัก บ้านเช่า และมีบุตรทั้งหมดสามคน สำหรับความสัมพันธ์ของตนที่มีต่อลิงนั้นเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2539 เนื่องจากขณะนั้นแป๊ะฮกได้พาลูกคนที่สองซึ่งไม่สบายมาเดินออกกำลังกายที่เขาโต๊ะแซะ และได้มาพบกับฝูงลิงที่นี่ประมาณ 7-8 ตัว จึงได้ซื้อกล้วยมาให้ลิงกิน หลังจากนั้นแป๊ะฮกก็ให้อาหารลิงมาเรื่อยๆ “ระยะแรกก็ไปซื้อผลไม้มาจากตลาดดาวน์ทาวน์ แต่ระยะหลังผมไม่ก็ไม่ต้องซื้อแล้ว พ่อค้าแม่ค้าเขาก็เห็นว่าเราไปเอาผลไม้ทุกวัน เมื่อผลไม้เริ่มเสียนิดหน่อย เขาก็จะเก็บไว้ให้”

    ในช่วงสายๆ ของทุกวัน แป๊ะฮกจะขับรถออกจากบ้านที่สามกอง แล้วตรงไปยังตลาดดาวน์ทาวน์ เพื่อไปรับผลไม้ชนิดต่างๆ ขนขึ้นกระบะรถ แล้วขับรถมุ่งหน้ามาที่เขาโต๊ะแซะเป็นกิจวัตร


แป๊ะฮก แป๊ะฮก แป๊ะฮก แป๊ะฮก

    แป๊ะฮกเล่าอย่างอารมณ์ดีว่า “ปัจจุบันลิงที่เขาโต๊ะแซะมีอยู่สามฝูง ประมาณ 400 กว่าตัว มันก็ทะเลาะกันบ้างตามสัญชาตญาณ แต่เราทำอะไรไม่ได้ ก็ต้องปล่อยมันไป ลิงจำนวนมาก ถ้าต่างฝูงอยู่ใกล้ๆ กัน เราก็ต้องแยกอาหารให้กิน ฝูงไหนมาก่อนก็ได้เลือกกินก่อน แต่เราก็พยายามแยกอาหารเอาไว้เพื่อให้ลิงฝูงอื่นได้มากินบ้าง ซึ่งทุกวันนี้ผมก็จะนำอาหารไปให้ลิงที่เขาโต๊ะแซะเป็นประจำอยู่สามจุด แต่ถ้าหากวันไหนผลไม้ไม่เพียงพอ เราก็มีข้าวโพดแห้งเป็นอาหารเสริมให้มันกินด้วย”

    แล้วเจ้าลิงน้อยพวกนี้มันจะจำผู้มีพระคุณของมันได้ไหมหนอ? เราถามแป๊ะฮกด้วยความสงสัย

    “ผมคิดว่าจำได้นะ เพราะว่าทุกครั้งที่ผมขับรถขึ้นมา ลิงแต่ละตัวต่างก็วิ่งเข้ามาหา ซึ่งเราก็จำมันได้เป็นฝูงๆ ตัวไหนที่เป็นหัวหน้า ตัวไหนพิการ เราก็จำได้ เพราะเราอยู่กับมัน คลุกคลีกับมัน พอจะรู้ว่าตัวไหนอยู่ฝูงไหน ซึ่งลิงพวกนี้ก็เหมือนกับลูก เห็นมันวิ่งไปวิ่งมา มาเล่นกับเรา ดูแล้วเราก็สบายใจ”

    “ตัวนี้เป็นหัวหน้าคอยคุมตัวเล็กๆ ตัวนี้เป็นผู้ช่วย ตัวนี้เป็นหนุ่ม ตัวนี้หล่อ ตัวนี้อ้วน ตัวนี้ขี้อ้อนน่าเอ็นดู ตัวนี้ทะลึ่ง ดูซิๆ มันไปนอนบนรถเค้า รถเค้าจะสกปรกยังไง มันไม่สน” แป๊ะฮกสนทนาไปพร้อมหยอกเล่นกับลิงที่ซุกซนแต่ละตัว ขณะที่บางตัวกำลังขึ้นไปห้อยโหนบนต้นไม้ บางตัวขึ้นไปหยิบกินผลไม้บนคันรถ ไปนอนบนรถบ้าง ดึงหางกันบ้าง

    แป๊ะฮกจะใช้เวลาอยู่กับลิงที่เขาโต๊ะแซะประมาณวันละ 3-4 ชั่วโมง ในขณะเดียวกันก็มีผู้มาเดินออกกำลังกาย และผู้ที่ผ่านไปมา มาร่วมให้อาหารลิง และนำถังน้ำมาให้ลิงด้วย

    แป๊ะฮกเล่าว่า มีอยู่ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีที่ผ่านมา แกได้เดินทางไปรักษาตาที่กรุงเทพฯ เป็นเวลา 7 วัน ซึ่งครั้งนั้นก็เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่แป๊ะฮกต้องห่างกับลิงเป็นเวลานาน แต่ตลอดทั้ง 7 วันนั้น ลิงพวกนี้ก็ไม่ได้อดผลไม้จากตลาดดาวน์ทาวน์ เนื่องจากแป๊ะฮกได้จ้างคนมาให้อาหารลิงแทน แต่หลังจากนั้นแกก็ไม่เคยห่างจากลิงพวกนี้อีกเลย

    “เคยมีคนมาจับลิงไปเลี้ยง แต่สุดท้ายก็นำมากลับมาปล่อย อย่างบางกรณีที่สามีเอาลิงไป ภรรยาไม่ชอบก็ต้องนำกลับมาปล่อย แถมมาปล่อยพร้อมกับโซ่ซึ่งผูกไว้ที่คอ และอีกกรณีหนึ่ง คือ ลูกลิงที่พลัดพรากจากแม่ ซึ่งแม่ถูกนำออกไปจากป่า ลูกก็จะไปไหนไม่ทันฝูง หลังจากนั้นมันก็ไม่สบาย ผมก็ได้พาไปหาหมอ แต่ก็ยื้อชีวิตมันไว้ได้ไม่นาน มันก็จากไป” แป๊ะฮกเล่าให้ฟัง แล้วหยิบกระดาษซึ่งเขียนความคิดที่สื่อออกมาจากใจของแกว่า

    “แม่จ้า หนูเหงา

    ช่วยเอาแม่หนูมาคืนด้วย

    หนูรออยู่ที่เขาโต๊ะแซะ”

    ถ้อยคำสั้นๆ ที่สื่อออกมา อาจจะทำให้หลายคนได้ตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้มากขึ้น ซึ่งแป๊ะฮกได้บอกต่อว่า “เมื่อใจเรามีกุศลมาก ให้ทานมาก เมื่อทำงานอะไรก็แล้วแต่ อย่าให้เครียด ทำแล้วให้สบายใจอย่างเดียวก็ใช้ได้ บุญกุศลจะได้ขนาดไหนเราก็หารู้ไม่ แต่เราทำแล้ว ตัวเราสบายใจ นั่นเราได้แน่ๆ (ยิ้ม) ก็คิดว่าอยากจะดูแลลิงพวกนี้ไปจนกว่าผมจะทำไม่ไหว แต่ผมก็อยากให้มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ หรือมาสร้างเป็นกองทุนอะไรให้ก็ได้ เพราะผมก็มีอายุมากขึ้นเรื่อยๆ จึงอยากจะให้มีคนมาสานต่อเพื่ออนุรักษ์ไว้ สำหรับอาหารนั้นไม่ต้องเป็นห่วง พ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดดาวน์ทาวน์เขาให้ฟรีอยู่แล้ว เพียงแต่เราต้องขยันไปเอาทุกวันเท่านั้น”

    หลังจากให้อาหารลิงในแต่ละจุด แป๊ะฮกก็จะทำความสะอาดพื้นถนน และบางวันแกก็ต้องเร่งทำเวลาตรงนี้ เพื่อไปว่ายน้ำที่สระสะพานหิน ซึ่งแกบอกว่า ถ้าหากไม่ออกกำลังกาย ตอนนี้แกอาจจะเดินไม่ไหวแล้วก็ได้ และแป๊ะฮกก็ได้ฝากถึงคนที่ผ่านมาออกกำลังกายหรือ กรุ๊ปทัวร์ต่างๆ ที่ผ่านมาท่องเที่ยวที่เขาโต๊ะแซะว่า “ให้อาหารลิงได้ แต่ไม่ควรไปเล่นกับมัน เพราะมันอาจจะกัดเอาได้ หรือถ้าขับรถยนต์มา ก็ต้องปิดกระจกรถให้เรียบร้อยด้วย ถึงแม้ว่าลิงที่นี่ถึงมันจะคุ้นกับคน แต่มันก็ไม่ได้คิดอะไรนะ หากเห็นอะไรในรถ มันก็จะเข้าไปคุ้ยเขี่ยของในรถตามธรรมชาติของมันได้”

    “ปกติลิงพวกนี้จะอยู่ในป่า แต่บางทีมันจะมารอคนให้อาหารที่บริเวณข้างถนน เพราะว่าบางทีก็มีคนซื้อถั่วมาให้มันกินบ้าง ถ้าซื้อถั่วมาให้ ลิงพวกนี้มันจะชอบ เมื่อกินอิ่ม มันก็ให้เราถ่ายรูปได้ง่ายๆ”

    “อ้าว! โชว์ตัวหน่อยๆ อย่าขี้เกียจซิ…เดี๋ยวเสียชื่อหมด” แป๊ะฮกเรียกลูกลิงของแกมาให้เราเก็บภาพ และ จบบทสนทนาด้วยเสียงหัวเราะ ก่อนออกจากจุดให้อาหารลิงจุดแรกด้วยสายตาทั้งคู่ที่มองดูเจ้าลิงเหล่านี้ด้วยความเมตตาอย่างยิ่ง “เป็นบุญวาสนาของลิงพวกนี้นะ ที่ได้มาเกิดอยู่ภูเก็ต ดูแต่ละตัวซิ อุดมสมบูรณ์เอามากๆ นี่ถ้าไปเกิดที่จังหวัดอื่นก็คงไม่อ้วนท้วนแบบนี้นะ” แป๊ะฮกกล่าวด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข พร้อมกับทำความสะอาดพื้นถนน จากนั้นแกจึงขอตัวไปให้อาหารลิงอีกสองจุดที่อยู่ด้านบน เราก็ไม่รอช้า ได้ตามแกขึ้นไปยังจุดให้อาหารด้วย

    เห็นภาพของแป๊ะฮกที่เสียสละเวลาส่วนตัวเพื่อมาให้อาหารลูกลิง และพูดคุยกับลิงด้วยความรัก แสดงให้เห็นถึงความผูกพันเป็นอย่างยิ่ง และแม้ว่าแป๊ะฮกมิอาจรู้ว่าบุญกุศลที่แกได้รับนั้นมากน้อยเพียงใด แต่สำหรับสุขภาพจิตและสุขภาพกายที่ดีนั้น แกได้รับอย่างแน่นอน

    อย่างไรก็ตาม ก็ขอให้มีบุคคลผู้ใจบุญสุนทานมาคอยสืบสานกิจวัตรนี้แทนแป๊ะฮกด้วย เพื่ออนุรักษ์ลิงพวกนี้เอาไว้ในอนาคต ซึ่งเราคาดว่าจะต้องมีบุคคลผู้นั้นมาคอยสานต่ออย่างแน่นอน…






 เรื่องอื่น ๆ







Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
พฤศจิกายน 2560
  • 75 ถนนภูเก็ต : ปรัชญาปารามิตาสูตรหฤทัยสูตร (อธิบาย 3)
  • เรื่องจากปก : ชีวิตสร้างได้ ของ อลัน ยิป
  • Business : Bike Sharing…เปลี่ยนทั้งเมือง เปลี่ยนทั้งคน
  • Business : เมื่อกาแฟ...ไม่ใช่แค่เพียงเครื่องดื่ม
  • ห้องรับแขก : เพ็ชร ชั้นเจริญ กับภารกิจใหญ่ในสนามบินภูเก็ต

















Copyright© 2005 - 2017 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink