ธนวัต อ่องเจริญ ผู้สืบสานตำนานร้านหนังสือเก่าแก่
Text size:
By กองบรรณาธิการภูเก็ตบูลเลทิน
Bookmark and Share

ธนวัต อ่องเจริญ ธนวัต อ่องเจริญ ธนวัต อ่องเจริญ ธนวัต อ่องเจริญ
ธนวัต อ่องเจริญ ธนวัต อ่องเจริญ ธนวัต อ่องเจริญ ธนวัต อ่องเจริญ
ธนวัต อ่องเจริญ ธนวัต อ่องเจริญ ธนวัต อ่องเจริญ ธนวัต อ่องเจริญ
ธนวัต อ่องเจริญ ธนวัต อ่องเจริญ ธนวัต อ่องเจริญ ธนวัต อ่องเจริญ

     การก้าวเข้ามาเป็นผู้นำในตลาดถือว่าเป็นเรื่องยาก แต่เมื่อได้เข้ามาและต้องเจอคู่แข่งที่กำลังตามมาอีกเพียบ การรักษาระดับให้ดำรงอยู่ในอันดับต้น ๆ จึงถือเป็นเรื่องยากยิ่งกว่า เหมือนอย่างที่ ‘เส้งโห’ ธุรกิจร้านจัดจำหน่ายหนังสือที่มีประวัติยาวนานถึง 85 ปี ได้ฝ่าฟันขวากหนามทางเศรษฐกิจมาอย่างโชกโชน และท้าทายอีกครั้งสำหรับผู้บริหารรุ่นใหม่อย่าง ‘คุณธนวัต อ่องเจริญ’ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เส้งโห ภูเก็ต จำกัด ทายาทรุ่นที่ 3 ผู้สืบสานตำนานร้านหนังสือเก่าแก่ในประเทศไทย

     ย้อนไปเมื่อต้นปี 2468 ร้านหนังสือเส้งโห อันหมายถึงชัยชนะแห่งความสามัคคี ได้ถือกำเนิดขึ้น ท่ามกลางความยากลำบากในการคมนาคม ที่คนทั่วไปในยุคนั้นแทบจะคิดไม่ออกว่าจะสามารถทำธุรกิจรับส่งหนังสือจากกรุงเทพมหานคร อันห่างไกลมาจัดจำหน่ายในเมืองภูเก็ตได้อย่างไร นาทีนั้น ‘คุณรอด บุญเปกข์ตระกูล (คุณตา)’ กลับมองว่าเป็นโอกาสที่จะสร้างสรรธุรกิจใหม่เข้ามาเสริมความอยากรู้อยากอ่านให้กับคนอื่น ๆ โดยการนั่งเรือไฟข้ามฟากจากภูเก็ตไปยังอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ซึ่งใช้เวลา 1 คืน หลังจากนั้นก็นั่งรถไฟจากสถานีกันตังไปยังกรุงเทพมหานครอีก 1 คืน ใช้เวลาเฉพาะการเดินทางไป-กลับแต่ละเที่ยวอย่างน้อย 2-3 วัน เป็นความอุตสาหะแห่งการเริ่มต้น สืบสานมาจนเปิดเป็นศูนย์หนังสือ ‘เส้งโห 29’ ในปี 2529 และขยายสาขาต่อยอดธุรกิจครอบคลุมอีกหลายจังหวัดในประเทศไทย

     “สิ่งที่เหมือนกันของผู้บริหารทุกรุ่น คือการรักหนังสือ และรักที่จะอ่านหนังสือ สิ่งนี้ถูกส่งต่อมาตั้งแต่สมัยคุณตาที่เป็นผู้ก่อตั้ง ซึ่งเราเองก็ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก ๆ ความรู้สึกที่มีต่อธุรกิจของเราจึงมากกว่าคำว่าภาระหน้าที่”

     ‘คุณธนวัต อ่องเจริญ’ หรือ ‘คุณกั๊ก’ เป็นบุตรชายคนโตของคุณปรีชา และคุณศรีวรรณ (บุญเปกข์ตระกูล) อ่องเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เส้งโห ภูเก็ต จำกัด ทั้งคู่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันธุรกิจจัดจำหน่ายหนังสือให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น โดยหลังจากสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโทด้าน Financial Engineering จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว คุณกั๊กยังคงเดินตามความฝันของตัวเองด้วยการอยู่สมัครงานต่ออีก 3 เดือน แต่เนื่องจากขณะนั้นธุรกิจร้านหนังสือเส้งโห กำลังเติบโตและขยายสาขาไปยังจังหวัดใกล้เคียงอย่างรวดเร็ว เขาจึงถูกชักชวนจากคุณพ่อคุณแม่ให้กลับมาช่วยงานและสานต่อธุรกิจของครอบครัวอีกแรง

     “ตอนนั้นปี 2547 เส้งโหจะมีร้านอยู่ทั้งหมด 3 สาขา โดยคุณพ่อท่านเริ่มขยายออกไปยังจังหวัดกระบี่ด้วย ซึ่งผมมองว่าช่องทางของธุรกิจยังสามารถขยายได้มากกว่านั้น อีกอย่างผมก็ผูกพันกับร้านหนังสือด้วย จึงตัดสินใจกลับมา”

     ด้วยประสบการณ์ด้านสายงานเศรษฐศาสตร์ การสานต่อธุรกิจแบบคุณกั๊กจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการดูแลกิจการที่มีให้ดำรงอยู่ต่อไป แต่มองไกลไปยังการขยายที่มากขึ้น กว้างขึ้น และไกลขึ้น เมื่อกลับมา คุณกั๊กจึงเริ่มวางแผนดำเนินงานการขยายสาขาร้านหนังสือเส้งโหไปยังจังหวัดอื่น ๆ โดยเริ่มจากการคิด ทำแผนธุรกิจ ลงพื้นที่สำรวจตลาด และนำเสนอบอร์ดบริหาร เมื่อโครงการได้รับการอนุมัติก็เริ่มดำเนินงานตามขั้นตอนด้านการก่อสร้างต่อไป ซึ่งหากสังเกตให้ดีจะพบว่า ร้านสาขาส่วนใหญ่ของ ‘เส้งโห’ จะดำเนินอยู่ควบคู่ไปกับห้างสรรพสินค้ารายใหญ่ในพื้นที่

     “ผมจะไม่มีสูตรสำเร็จในการขยายสาขานะครับ เพราะต้องขึ้นอยู่กับพื้นที่เป็นสำคัญ ซึ่งที่ผ่านมาจะมีตัวเลือกเป็นห้างสรรพสินค้าเข้ามาเยอะ ถ้ามองแล้วมีความเหมาะสมในทางธุรกิจก็สามารถขยายได้ แต่ก็โชคดีด้วยที่เส้งโหมีบอร์ดบริหารฯ มากประสบการณ์ ซึ่งจะช่วยกันดูสิ่งเหล่านี้ได้ค่อนข้างดี”

ธนวัต อ่องเจริญ ธนวัต อ่องเจริญ ธนวัต อ่องเจริญ ธนวัต อ่องเจริญ
ธนวัต อ่องเจริญ ธนวัต อ่องเจริญ ธนวัต อ่องเจริญ ธนวัต อ่องเจริญ

     จากการกลับมาตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน เพียง 6 ปี ‘เส้งโห’ กลายเป็นผู้ครองตลาดธุรกิจจัดจำหน่ายหนังสือรายใหญ่เจ้าหนึ่งของภาคใต้ที่มีสาขารวมมากมายถึง 15 สาขา ครอบคลุม 6 จังหวัด ทั้งกรุงเทพมหานคร ภูเก็ต กระบี่ นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา ซึ่งคุณกั๊กบอกว่าที่ผ่านมาสิ่งหนึ่งที่ทำให้ธุรกิจมีการขยายตัวมากขึ้นและไกลขึ้นนั้น มาจากทั้งแผนธุรกิจที่แม่นยำและการยึดมั่นในความซื่อสัตย์ต่อซัพพรายเออร์เสมอมา

     “สิ่งหนึ่งที่ถูกสอนมาตลอด คือธุรกิจหนังสือเป็นธุรกิจที่เขานำสินค้ามาฝากขาย เพราะฉะนั้นเงินที่ขายได้ส่วนหนึ่งมันเป็นเงินของเขา เราต้องมีวินัยทางการเงิน โดยเราจะมีสิทธิ์ใช้เฉพาะส่วนที่เป็นกำไรของเราเท่านั้น”

     เมื่อคนรุ่นใหม่มาช่วยดูแลงานบริหาร แนวทางการทำงานในทุกด้านจึงล้วนมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาสอดแทรกร่วมด้วย เช่นการนำระบบโซเชียลเน็ตเวิร์คมาใช้สร้างโอกาสในการทำตลาดกลุ่มคนออนไลน์ โดยขณะนี้ ‘เส้งโห’ มีแฟนเพจบนเฟซบุ๊กไว้เพื่อติดต่อสื่อสารกับลูกค้า และเป็นช่องทางการโปรโมตสินค้า พร้อมทั้งโปรโมชั่นใหม่ในแต่ละวันได้เป็นอย่างดี ซึ่งมีผู้คนสนใจเข้าร่วมเป็นสมาชิกแล้วทั้งสิ้นเกือบ 5 พันราย

     “แม้เราจะทำธุรกิจร้านหนังสือ แต่เราก็ไม่ทิ้งเรื่องของอินเตอร์เน็ต เพราะเทคโนโลยีนี้ช่วยให้คนสื่อสารกันง่ายขึ้น สะดวกขึ้น กลายเป็นจุดร่วมตัวของคนที่รักหนังสือและชอบอ่านหนังสือมาอัพเดตเรื่องราวต่าง ๆ ด้วยกัน”

     หากติดตามข่าวสารการสำรวจนิสัยรักการอ่านของคนไทยเมื่องานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติปี 2552 พบว่า คนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ยเพียง 5 เล่มต่อปี ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่าง สิงคโปร์และเวียดนาม มีอัตราการอ่านเฉลี่ย 40-60 เล่มต่อคนต่อปี อีกทั้งหนังสือที่คนไทยส่วนใหญ่อ่านคือ ตำราเรียน ซึ่งส่วนมากเกิดจากความจำเป็นอีกด้วย อัตราที่น้อยนิดนี้ยังมีแนวโน้มลดลงตามลำดับเมื่อคนไทยมีอายุสูงขึ้น ดังนั้นภายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติปี 2553 จึงมีการประกาศก้องจากผู้เกี่ยวข้องในหลายฝ่าย เพื่อร่วมผลักดันให้คนไทยอ่านหนังสือมากขึ้นเป็น 2 เท่าต่อปี ซึ่งในฐานะของผู้บริหารรุ่นใหม่ที่ทั้งรัก ทั้งผูกพันอยู่กับหนังสือและการจำหน่ายหนังสือมาตั้งแต่เยาว์วัยอย่างคุณกั๊ก จึงมองว่าแนวคิดนี้สามารถทำได้ แต่นั้นต้องเริ่มจากรากฐานการศึกษาที่สำคัญ

     “สิ่งที่เราจะมุ่งไปข้างหน้าคือ การก้าวไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งปัจจัยที่เขานำมาวัดนั้นนอกจากเรื่องรายได้เฉลี่ยต่อหัว มันยังต้องมีเรื่องของการศึกษา และเรื่องการอ่านหนังสือด้วย พอมองในด้านธุรกิจ หนังสือจึงยังมีช่องทางที่สามารถไปได้อีกไกล แต่ที่ผ่านมาประเทศไทยมีอัตราการอ่านที่เพิ่มขึ้นช้าไปหน่อย ซึ่งถ้าจะแก้มันต้องมาจากการปูรากฐานการศึกษาที่ดีในระดับภาครัฐเป็นสำคัญ”

     “นอกจากความรู้ และจินตนาการ สิ่งที่จะได้มากับการอ่านหนังสือก็คือ สมาธิ ยิ่งอ่านมาก ก็ยิ่งมีสมาธิมาก อันนี้มันเป็นสิ่งที่สังเกตได้จากตัวเองและคนทำงานรอบข้าง”

     ถึงวันนี้ ‘เส้งโห’ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการสร้างแบรนด์ร้านหนังสือระดับพรีเมียมของคนท้องถิ่นให้ก้าวขึ้นมาสู่การเป็นผู้นำทางการตลาดนั้นสามารถทำได้ ส่วนการรักษามาตรฐานระดับความเป็นผู้นำด้วยการเติมเต็มแนวคิดแบบผู้บริหารรุ่นใหม่จากผู้ชายที่ชื่อ ‘ธนวัต อ่องเจริญ’ ก็ยังคงดำเนินไป และดูวี่แววว่าการส่งต่อความรู้บวกจินตนาการแบบเล่มต่อเล่มนี้จะไม่มีทีท่าหยุดนิ่งแม้แต่นิดเดียว






 เรื่องอื่น ๆ




ณัชยา
27 สิงหาคม 54 11:03
ดูแลเอาใจใส่พนักงานให้มากกว่านี้
1

เนตรนภา อ่องเจริญ
5 กรกฎาคม 55 14:29
นามสกุลเดียวกัน กับหนูเลย^^
2

Julawan. Langwong
27 กันยายน 55 0:50:
อดีตที่เคยทำงาน
3




Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
มิถุนายน 2560
  • 75 ถนนภูเก็ต : ถ้อยคำแท้จริง ที่โคยะซัง
  • เรื่องจากปก : ไมเคิล ซี วู้ดฟอร์ด กับภารกิจช่วยชีวิตผู้คนบนท้องถนน
  • Business : เที่ยวแบบ Unique บนความเป็น Small luxury resort with e-co friendly concept ที่ Crest Resort & Pool V
  • Business : สมาคมโรงแรมภูเก็ต Phuket Hotel Association
  • ห้องรับแขก : นพ.วิวัฒน์ ศีตมโนชญ์ หัวเรือใหญ่ในการป้องกันแก้ไข อุบัติภัยบนท้องถนน

















Copyright© 2005 - 2017 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink