พิมพ์ชนก จิวะวิศิษฎ์นนท์
Text size:
By กองบรรณาธิการภูเก็ตบูลเลทิน
Bookmark and Share

พิมพ์ชนก จิวะวิศิษฎ์นนท์ พิมพ์ชนก จิวะวิศิษฎ์นนท์ พิมพ์ชนก จิวะวิศิษฎ์นนท์ พิมพ์ชนก จิวะวิศิษฎ์นนท์
พิมพ์ชนก จิวะวิศิษฎ์นนท์ พิมพ์ชนก จิวะวิศิษฎ์นนท์ พิมพ์ชนก จิวะวิศิษฎ์นนท์ พิมพ์ชนก จิวะวิศิษฎ์นนท์
พิมพ์ชนก จิวะวิศิษฎ์นนท์ พิมพ์ชนก จิวะวิศิษฎ์นนท์ พิมพ์ชนก จิวะวิศิษฎ์นนท์ พิมพ์ชนก จิวะวิศิษฎ์นนท์
พิมพ์ชนก จิวะวิศิษฎ์นนท์ พิมพ์ชนก จิวะวิศิษฎ์นนท์ พิมพ์ชนก จิวะวิศิษฎ์นนท์ พิมพ์ชนก จิวะวิศิษฎ์นนท์

     ในแวดวงการทำงานโรงแรม คงไม่มีใครปฏิเสธว่า ตำแหน่งHuman Resources Manager หรือ HR เป็นหนึ่งในตำแหน่งหิน ที่ไม่อาจใช้แค่ความรู้มาพัฒนาบุคลากรเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความเข้าใจ และอดทนควบคู่ไปกับการดูแลให้บุคลากรเหล่านั้นเพิ่มเติมศักยภาพในการทำงานไปด้วยในตัว และนี่คือตำแหน่งที่ผู้บริหารรุ่นใหม่อย่าง คุณเอ๋ หรือ คุณพิมพ์ชนก จิวะวิศิษฎ์นนท์ แห่งโรงแรมออล ซีซั่นส์ กำลังทำอยู่ ณ ปัจจุบัน


ก้าวแรกของการทำงาน
     งานแรกที่ทำหลังจากเรียนจบก็คือ ดูแลด้านงานขายและการตลาดของบริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่ง จากนั้นคุณลุง (คุณบรรลือ จิวะวิศิษฏ์นนท์) ก็ให้เข้ามาดูแลงานที่โรงแรมซาบานา รีสอร์ท ในตำแหน่ง Business Development Manager เมื่อปี 2547 และได้ปรับตำแหน่งเป็น Assistant Managing Director พอปี 2551 ก็ลาออกไปช่วยกิจการส่วนตัวของครอบครัว เพราะคุณพ่อเสีย หลังจากนั้น 1 ปีพอทุกอย่างที่บ้านลงตัว เรากลับเข้ามาทำงานอีกครั้งในตำแหน่ง Quality Assurance Manager ซึ่งตอนนั้นโรงแรมซาบานา รีสอร์ท ก็เปลี่ยนชื่อเป็นโรงแรมออล ซีซันส์ โดยใช้ Chain ของ Accor มาบริหาร และตอนนั้นเอง ทางโรงแรมขาด Human Resources Manager แล้วยังไม่มีใครที่จะลงมาช่วยในตำแหน่งนี้ และทาง GM เห็นว่าเราเข้าใจการทำงานของฝ่ายบริหาร และสามารถเข้าถึงพนักงานได้ดี ก็เลยตัดสินใจมาทำตำแหน่งนี้ดูค่ะ


พูดถึงตำแหน่ง Human Resources Manager
     Human Resources Manager เป็นตำแหน่งที่ต้องดูแลและพัฒนาทรัพยากรบุคลากรภายในโรงแรม ซึ่งคล้ายกับฝ่ายปกครองของโรงเรียนที่ดูแลทุกเรื่องตั้งแต่แรกเข้าจนเขาลาออกไป รวมทั้งมีการติดตามข่าวของพนักงานที่ออกไปเรื่อย ๆ เพราะวันหนึ่งพนักงานเหล่านั้น อาจจะกลับมาทำที่โรงแรมเราได้อีก ในขณะที่การดูแลพนักงาน เราต้องดูด้วยว่าเขาเข้ามาแล้วอยู่ยังไง เขาทำงานยังไง มีปัญหาในการทำงานอย่างไร จะสามารถพัฒนาศักยภาพ และปฏิบัติตามนโยบาย หรือปฏิบัติตามกฎของโรงแรมได้หรือไม่ เราก็ต้องเข้าไปดูแลทั้งหมด ซึ่งคนที่ทำงานในโรงแรมก็จะมีหลายระดับ หลายแผนก โดยลักษณะการทำงาน และบุคลิกของละคนก็แตกต่างกันไป


หลักในการทำงานที่ต้องประสานและดูแลคนจำนวนมาก

     อันดับแรกเราต้องมีทัศนคติที่ดี มีความเข้าใจในตัวพนักงาน และระดับการทำงานแต่ละชั้นแต่ละแผนกก่อน ว่าเขาเป็นอย่างไร รู้ว่าแผนกไหน พนักงานคนไหนควรใช้การสื่อสารแบบใด พูดแบบไหนเขาจึงจะเข้าใจ อย่างเวลาเรารับคำสั่ง หรือรับนโยบายการทำงานจากผู้บริหารโรงแรมมาครั้งหนึ่ง เราก็ต้องมานั่งคิดก่อนว่าเราจะคุยกับแผนกนั้นแผนกนี้ยังไง และในแต่ละวันก็จะมีปัญหาใหม่ ๆ เข้ามา เราก็ต้องรีบแก้ให้จบ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันไม่มีสอนในห้องเรียน แต่เราจะต้องมาเรียนรู้ในชีวิตการทำงานจริง ๆ


มีการเรียนรู้อะไรจากผู้บริหารรุ่นก่อน ๆ บ้าง
     ก็มีหลายเรื่องนะคะ หลัก ๆ จะมีอยู่ 3 เรื่อง เรื่องแรกคือ การเคารพความคิดของผู้สูงวัยกว่า ตอนแรกก็คิดว่าไม่สำคัญ เพราะเราเป็นเด็กรุ่นใหม่ซึ่งจะมาพร้อมความคิดใหม่ ๆ แต่ความจริงความคิด มุมมองของผู้สูงวัยกว่านั้นสำคัญมาก เพราะถึงแม้เขาจะตำแหน่งน้อยกว่าเรา บางปัญหาเราคิดว่าเขาคงไม่รู้หรอกว่าควรจะแก้ไขยังไง แต่เอาเข้าจริง ๆ กลายเป็นว่า เขาแก้ปัญหานั้นได้ง่าย และเร็วมาก เพราะจากประสบการณ์ที่เขาเคยเจอนั่นเอง เรื่องที่สองคือ การฟังให้เยอะกว่าพูด เพราะเราสามารถวิเคราะห์คนพูดว่าเขาต้องการที่จะสื่ออะไร และสามารถเรียนรู้คนด้วยคำพูดและโทนเสียงของคน ๆ นั้น ส่วนเรื่องสุดท้ายคือ ความนอบน้อมต่อทุกคน ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ ตำแหน่งเท่ากัน หรือน้อยกว่าเรา เพราะบุคคลเหล่านี้ จะสามารถช่วยเหลือเราได้ในอนาคต


ทำไมต้องอาศัยการสื่อสารที่ดี
     ความจริงการสื่อสารที่ดี มันเป็นเรื่องที่สำคัญของทุกการทำงานอยู่แล้ว แต่สำหรับองค์กรที่มีคนทำงานเยอะ ๆ ความสามารถในการรับรู้ข่าวสารหรือคำสั่งก็จะแตกต่างกัน ถ้าไม่สื่อสารให้ดี พนักงานอาจมีการตีความหมายผิด การทำงานก็จะออกมาผิด แล้วเวลาเขาเข้าใจผิด เขาไม่ได้เข้าใจผิดแค่คนเดียว เขาจะมีการไปพูดทั้งแผนก กลายเป็นความเข้าใจผิดกันหมด งานที่ออกมาก็จะเสียหายไปด้วย และในการสื่อสารที่ดี เราต้องใช้คำพูดที่ดีด้วย เพราะการใช้วาจาปะทะกัน มันย่อมทำให้งานเสียหาย และอาจจะทำให้ความสัมพันธ์กับเพื่อนพนักงานแย่ไปด้วย


ยกตัวอย่างปัญหาการทำงานที่เกิดจากการสื่อสารผิดพลาด
     จะมีการแจ้งคำสั่งแบบไม่เคลียร์ ซึ่งทำให้เกิดปัญหาที่หน้างานกับแขก ซึ่งต้องให้ฝ่ายที่รับผิดชอบออกมาเจรจา มาแก้ปัญหา ซึ่งปัญหาก็จบในส่วนหน้างาน แต่ด้านหลังก็ยังมีต่อ โดยมีการกระทบกันระหว่างแผนกที่เกี่ยวข้อง เพราะเขาอาจจะโดนลูกค้ากดดันมา แต่ด้วยอารมณ์ในขณะนั้น ทำให้น้ำเสียง และภาษาที่ใช้ค่อนข้างจะแรง ทำให้เกิดความเข้าใจผิดกันบ้าง ทะเลาะกันบ้าง ซึ่งถ้าเล็กน้อยก็จะคุยให้เข้าใจกัน แต่ถ้าทะเลาะกันจนทำให้เกิดความเสียหายกับงานอันนี้ก็จะมีการว่ากล่าวตักเตือน แล้วก็ว่ากันไปตามกฎของโรงแรม อันนี้ต้องเตือนให้พนักงานฟังอยู่เสมอว่าห้ามใช้อารมณ์ในการพูด


เครียดไหมกับการทำงานที่ต้องดูแลและควบคุมพนักงานจำนวนมาก
     แรก ๆ ก็เครียดนะ เพราะตอนที่เรียนมันก็จะต่างจากการทำงานจริง ซึ่งสำคัญเลยไม่ว่าจะทำตำแหน่งไหน จะตรงกับที่เรียนมาหรือไม่ เราต้องเปิดโอกาสตัวเองด้วยการเรียนรู้ อดทน ปรับวิธีการคิด และปรับการทำงานไปเรื่อย ๆ บางเรื่องจัดการได้ก็จัดการไป แต่เรื่องไหนที่ยังจัดการไม่ได้ก็อย่าไปเครียด ไม่ต้องเก็บเอาไปคิดต่อที่บ้าน เพราะทุกปัญหา มันย่อมมีทางแก้ได้เสมอ


วิธีบำบัดตัวเองจากความเครียด
     เมื่อก่อนเครียดมาก จนเป็นไมเกรนซึ่งยังเป็นถึงทุกวันนี้ แต่ก่อนก็ทำหมดทุกอย่างที่เขาแนะนำ ทั้งทั้งเล่นโยคะ และเข้าสปา แต่พอเข้าไปแล้วเราก็ยังคิดเรื่องงาน มาเช็คโทรศัพท์เรื่อย ๆ ผ่านไปชั่วโมง อ้าว! หมดแล้วเหรอ ไม่เห็นหายเครียดเลย แต่ตอนนี้หาทางออกใหม่ได้แล้ว คือ การปล่อยวาง ทำตัวให้สนุกสนาน แกล้งหยอกล้อพนักงานบ้าง และหลังเลิกงาน ก็จะชอบออกกำลังกายแบบหนัก ๆ อย่าง บอดี้ คอมแบท (การออกกำลังที่ผสมผสานศิลปะป้องกันตัว) หรือไม่ก็ไปนั่งคุยเรื่องไร้สาระกับเพื่อนและถ้ามีอาการปวดไมเกรน ก็จะไปฝังเข็มแบบจีน ซึ่งก็ช่วยได้เยอะเหมือนกัน


พูดถึงแนวโน้มบุคลากรทางโรงแรมในอนาคต
     ด้วยความที่โรงแรมบ้านเรามีการแข่งขันกันสูง มีโรงแรมเกิดขึ้นใหม่ปีหนึ่งหลายร้อยโรงแรม ทำให้มีอัตราเข้า-ออกของพนักงานสูงมากในช่วงไฮซีซั่น ซึ่งส่วนมากพนักงานที่เรารับในช่วงนั้น (จากมุมมองในโรงแรมระดับ 3 ดาว) ทั้งคุณภาพและอายุการทำงานของเขา อาจยังไม่ถึงตำแหน่งที่เขาทำ เพราะด้วยความรีบเร่งจะอัพตำแหน่ง หรืออัพเงินเดือนของตัวเองให้สูงขึ้น บางคนทำงานได้แค่ไม่กี่เดือน พออีกโรงแรมเปิดรับสมัครแต่ให้เงินเดือนเยอะกว่า เขาก็ไปโดยไม่สนใจว่าตัวเองจะมีประสบการณ์พอหรือยัง ซึ่งโรงแรมใหม่เขาก็ต้องรับเพราะเขาขาดคน ก็กลายเป็นคนทำงานไม่ได้มีการพัฒนาศักยภาพอย่างที่ควรจะเป็นสักเท่าไร


ในฐานะของHuman Resources Manager จะแก้ปัญหาอย่างไร
     ถ้าพนักงานจะลาออก จะเรียกพนักงานเข้ามาคุยกันก่อน ถ้าเขาพร้อมที่จะไป เราก็ยินดีที่จะให้เขาไป เพราะเราอยากให้พนักงานไปเรียนรู้กับสิ่งใหม่ ๆ ซึ่งเขาต้องเติบโตขึ้นทุกวัน ๆ แต่พนักงานที่เราคิดว่าคนนี้ยังไม่พร้อมนะ ก็จะบอกให้เขาฟังว่าถ้าไปแล้วเธอจะเจออย่างนี้ ๆ นะ เพราะเธอยังไม่แข็งพอ แต่ถ้าเขาจะไปเราก็รั้งเขาไม่ได้ อย่าไปยึดติด มันก็เป็นสิทธิ์ของเขา แต่ถ้าเขาอยู่ต่อ เราก็จะเพิ่มศักยภาพของพนักงานโดยการฝึกอบรมทั้งใน และนอกโรงแรม รวมทั้งเราให้โอกาสกับพนักงานที่ต้องการเลื่อนตำแหน่ง ซึ่งจะแนะนำแนวทางว่าต้องเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมบ้าง และอีกเรื่องหนึ่ง เราควรจะชมพนักงานให้มากขึ้น เพราะส่วนมากเราจะติกันมากกว่าชม การชมพนักงาน ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เมื่อพนักงานที่ได้ยิน เขาจะมีกำลังใจในการทำงานมากกว่า แต่ถ้าถามว่าพนักงานบ้านเรายังต้องปรับปรุงอะไรบ้าง หลัก ๆ ก็เป็นเรื่องภาษา เซอร์วิสมายด์ทั้งแขกฝรั่ง และแขกเอเซีย การอยากเรียนรู้ และความอดทนในการทำงาน ซึ่งถ้าเขามีสิ่งเหล่านี้ ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน จะทำงานที่ไหนก็ไม่ต้องกลัว มีคนต้องการเขาอยู่แล้ว

     มีคนเคยกล่าวว่าผู้หญิงมีทั้งความอ่อนโยนและความเข้มแข็งอยู่ในตัว เมื่อไรที่เธอยิ้ม โลกทั้งโลกจะดูสดใส แต่เมื่อไรที่เธอเงียบ แววตานิ่ง สงบ โลกทั้งโลกก็พร้อมที่จะหยุดรอการคิดและตัดสินใจของเธอ คำกล่าวนี้ไม่ไกลความจริงนักเมื่อได้รู้จักพิมพ์ชนก จิวะวิศิษฎ์นนท์ ผู้หญิงผู้ผสานความแข็งแกร่งและความอ่อนโยนไว้อย่างละเมียดละไม



 เรื่องอื่น ๆ







Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
ตุลาคม 2560
  • 75 ถนนภูเก็ต : ปรัชญาปารมิตตาสูตรหฤทัยสูตร (อธิบาย 2)
  • เรื่องจากปก : ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์
  • Business : Weserve ทางเลือกใหม่ของไลฟ์สไตล์คนภูเก็ต
  • Business : ภูเก็ต... จุดหมายวัยเกษียณ
  • ห้องรับแขก : ไตรกีฬา สร้างชีวิต... ริคกี้ - เอกรัช พันธ์ทิพย์

















Copyright© 2005 - 2017 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink