ชีวิตที่ทุ่มเท เพื่อศิลปะ
Text size:
By กองบรรณาธิการเว็บไซต์
Bookmark and Share

ชีวิตที่ทุ่มเท เพื่อศิลปะ ชีวิตที่ทุ่มเท เพื่อศิลปะ ชีวิตที่ทุ่มเท เพื่อศิลปะ
ชีวิตที่ทุ่มเท เพื่อศิลปะ ชีวิตที่ทุ่มเท เพื่อศิลปะ ชีวิตที่ทุ่มเท เพื่อศิลปะ
ชีวิตที่ทุ่มเท เพื่อศิลปะ ชีวิตที่ทุ่มเท เพื่อศิลปะ ชีวิตที่ทุ่มเท เพื่อศิลปะ

ศิลปินสาวผู้มาดมั่นที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่มศิลปินภูเก็ต แต่ความสามารถและมุมมองความคิดของเธอไม่ได้น้อยเลย ซึ่งเธอยืนยันหนักแน่นว่าจะเลือกเส้นทางอาชีพทางศิลปะแล้วอย่างแท้จริง

เธอมีชื่อว่า สุภาณี" ทามาศ หรือ "อ้อน" สาวมาดติสท์ร่างเล็ก ซึ่งเป็นชาวภูเก็ตโดยกำเนิด และเป็นน้องนุชสุดท้องในบรรดาพี่น้องกลุ่มศิลปินภูเก็ต อีกทั้งเป็นสาวน้อยคนเดียวในจำนวนศิลปินที่ร่วมกันเปิดแกลลอรี่เขียนภาพย่านถนนพังงา

สุภาณี เล่าว่า เธอคลุกคลีกับวงการศิลปะมาประมาณ 6-7 ปีแล้ว หลังจากจบการศึกษา ปวส.ด้านคอมพิวเตอร์ จากโรงเรียนภูเก็ตเทคโนโลยี เธอก็ได้ติดตามกลุ่มศิลปินภูเก็ตมาโดยตลอด หลังจากนั้นเมื่อได้รู้จักกับพี่ๆ กลุ่มนี้มากขึ้น ก็ได้เริ่มฝึกเขียนภาพขึ้นอย่างเป็นจริงเป็นจัง"

"สำหรับแรงบันดาลใจนั้นเกิดจากความชอบด้านศิลปะที่มีมาตั้งแต่เด็กๆ และเราก็แอบดูพวกพี่ๆ ที่เป็นศิลปินในภูเก็ตมานาน ใช้วิธีครูพักลักจำมาเรื่อยๆ จึงมีความคิดว่าน่าจะลองดู แล้วให้พี่เขาช่วยสอนเทคนิคให้ว่าเขียนยังไง ลงสียังไง แล้วก็เขียนตามจินตนาการของเรา"

"แรกเริ่มก็ฝึกวิชามาจากพี่สัมฤทธิ์" เพชรคง และพี่อารีย์" คงพล เมื่อเขาไปแสดงงานศิลปะที่ไหนเราก็จะติดสอยห้อยตามไปทุกที่ เมื่อเขาเห็นว่าเราทำได้ เขาก็สนับสนุน และเมื่อเรามีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองแล้ว เขาก็จะให้เราคิดเอง เพื่อสร้างเอกลักษณ์บนภาพเขียนของเราให้เป็นที่จดจำกันได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งศิลปินแต่ละคนต่างก็ต้องมีแนวทางและมีเทคนิคเป็นของตัวเอง ตรงนี้ลูกค้าเขาก็จะรู้ว่างานชิ้นนั้นชิ้นนี้เป็นฝีมือของศิลปินคนไหน ก็เปรียบเสมือนกับนักร้องที่มีเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์" สุภาณีเล่าให้ฟังพร้อมรอยยิ้มและเล่าถึงช่วงหนึ่งในชีวิตของตัวเธอเอง

"ช่วงอายุ 20 ตอนนั้นมีปัญหาส่วนตัวกับทางบ้าน จึงได้ออกมาอยู่นอกบ้านเป็นเวลา 1 ปี โดยที่ไม่ได้ติดต่อกับทางบ้านเลย เราก็ทำงานเขียนภาพไปเรื่อยๆ" และสามารถขายภาพที่เขียนได้จำนวน 6 รูป เมื่อเรามีเงินก้อนที่พอจะลงทุนเปิดร้านได้ เราก็นำเงินส่วนนี้มาลงทุนเปิดแกลลอรี่เป็นของตัวเองที่ถนนรัษฎา เมื่อทางบ้านทราบข่าวว่าเราเปิดร้านอยู่ที่นั่น เขาก็ติดต่อมาและโทรชวนไปทานข้าว หลังจากเข้าใจกันแล้วก็กลับไปอยู่ที่บ้าน" สุภาณีเล่าให้ฟังด้วยความภาคภูมิใจที่เธอสามารถเปิดแกลลอรี่แห่งแรกด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองได้ พร้อมทั้งบอกว่า เธอไม่ได้เป็นเด็กเกเร แต่ที่ออกจากบ้าน ณ ช่วงเวลานั้นเพราะปัญหาส่วนตัวบางอย่างที่เข้าใจไม่ตรงกัน แต่ ณ เวลานี้เธอก็ต้องขอขอบคุณทางบ้าน เพราะถ้าไม่ออกจากบ้านตอนนั้น เธอก็ยังไม่มีความคิดที่เป็นผู้ใหญ่เหมือนเช่นทุกวันนี้

"เวลาว่างๆ ก็จะสเก็ตงานไว้ เมื่อมีอารมณ์ก็ค่อยลงมือเขียนภาพลงบนเฟรม ซึ่งภาพบางภาพก็ไม่ได้ขายได้ง่ายๆ ขึ้นอยู่กับลูกค้าที่ชื่นชอบภาพเขียนของเราจริงๆ ด้วย เขาถึงจะซื้อกลับไป บางภาพก็ตั้งไว้ประมาณ 2-3 เดือน จึงจะขายได้ งานนี้เป็นงานที่ไม่แน่นอน เราก็ไม่ได้มีเงินเดือนประจำ ถ้าขายไม่ได้ก็ไม่มีเงิน แต่จะเป็นการหยิบยืมกันมากกว่า อยู่ที่นี่ อยู่กับกลุ่มพี่ๆ ศิลปินที่มีอายุมากกว่า 10-20 ปี แต่เราก็อยู่กันได้ ก็อยู่กันเหมือนพี่เหมือนน้อง คอยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ใครมีก็จ่าย ไม่มีก็ไม่ต้อง สลับกันไป เราก็อยู่กันแบบสบายๆ ไม่ต้องดิ้นรนมาก มีก็กิน ไม่มีก็อด"

ชีวิตที่ทุ่มเท เพื่อศิลปะ ชีวิตที่ทุ่มเท เพื่อศิลปะ ชีวิตที่ทุ่มเท เพื่อศิลปะ ชีวิตที่ทุ่มเท เพื่อศิลปะ

"ระยะนี้ขายภาพได้เรื่อยๆ ตามสภาพเศรษฐกิจของภูเก็ต ซึ่งเราก็ไม่ได้ตั้งราคาสูง ราคาไม่ได้ตายตัว และสามารถลดหย่อนกันได้ ถ้าหากเราตั้งราคาสูงเกินไป งานก็อยู่กับเรา ลูกค้าก็เอาไปไม่ได้สักที เราจึงขายในราคายุติธรรมให้ลูกค้าได้รู้จักงานของเราดีกว่า และเราก็จะมีต้นทุนสำหรับงานเขียนชิ้นใหม่ต่อไป ซึ่งตอนนี้ก็กำลังจะขยายเป็นธุรกิจมากขึ้น จะเน้นด้านการตลาดเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น และจะเปิดเป็นมุมกาแฟเล็กๆ ภายในแกลลอรี่เพื่อให้ลูกค้าที่มาชมภาพได้นั่งดื่มกาแฟไปได้ด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการจัดการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง" เธอเล่าให้ฟังถึงโครงการขยายร้านในอนาคต พร้อมกวาดสายตามองไปยังภาพต่างๆ ภายในแกลลอรี่ และบอกว่า ภาพที่เธอชอบเขียนมากที่สุด คือภาพนู้ด และภาพการ์ตูนซึ่งเป็นแนวของตัวเอง และเมื่อมีการประกวดภาพเขียนที่ไหน ก็จะส่งภาพเข้าประกวดอยู่เป็นประจำ

ณ วันนี้ ชื่อของ สุภาณี" ทามาศ เป็นที่รู้จักไปอย่างกว้างกวางแล้วในแวดวงศิลปินภูเก็ต เนื่องจากผลงานและความสามารถของเธอที่ไปเข้าตากรรมการจากหลายเวที ทั้งเวทีการประกวดโครงการเอกลักษณ์อันดามันเมื่อปลายปี 2549 ซึ่งครั้งนั้นมีงานที่ส่งเข้าประกวดกว่า 300 ชิ้น แล้วมีการคัดเลือกออกมาเพียง 30 ชิ้น เพื่อเข้าร่วมแสดงงานศิลปะที่ห้างสรรพสินค้า ภูเก็ต เซ็นทรัล เฟสติวัล ซึ่งผลงานของเธอก็ติดหนึ่งในอันดับนั้นด้ว

และปีเดียวกัน มีการเชิญศิลปิน 60 คน จากทั่วประเทศ มาเขียนภาพเพื่อคุณพุ่ม เจนเซ่น ที่ป่าตอง แล้วนำภาพไปแสดงที่บ้านน้ำเค็ม หลังจากนั้นก็มีการคัดเลือกเหลือเพียง 20 ภาพ เพื่อนำไปประมูลต่อหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม และนำรายได้ส่วนนี้เข้ามูลนิธิของคุณพุ่ม ซึ่งครั้งนั้นสุภาณีก็เป็นศิลปินผู้หญิงที่อายุน้อยที่สุดที่ได้เป็นหนึ่งในจำนวนนั้นอีก
เมื่อมีการจัดกิจกรรมศิลปะที่ไหน เธอก็ได้รับเชิญจากสถานที่ต่างๆ ไปร่วมงานอยู่บ่อยครั้ง ทั้งที่ห้องสมุดสะพานหิน จังหวัดภูเก็ต ปัตตานี หาดใหญ่ หรือในงานฮาลาลฟู้ด ฮิลาล ทาวน์ เมื่อปี 2549 เธอก็ได้ใช้ฝีมือตกแต่งผ้าบาติกบนสุ่มไก่จำนวน 90 หลัง ที่ใช้แสดงในงาน หากใครได้เห็นผลงานของเธอครั้งนั้นแล้วสามารถพูดเต็มปากเป็น

เสียงเดียวกันได้เลยว่า เป็นศิลปะที่งดงามมากจริงๆ นอกจากนั้นแล้วในงานใหญ่ๆ ระดับชาติ ซึ่งจัดขึ้นที่หอประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เธอก็เคยไปร่วมงานมาแล้ว
อย่างไรก็ตาม หลายคนก็อาจจะมองงานนี้ว่าเป็นงานเรื่อยเปื่อย แต่ในมุมมองของเธอนั้นกลับมองว่าเป็นงานอิสระ ที่ไม่ต้องขวนขวาย และไม่ต้องไปเป็นลูกน้องใคร พร้อมกับให้ทัศนคติว่า สาเหตุที่ไม่ค่อยเห็นผู้หญิงมาทำงานแบบนี้ เนื่องจากส่วนใหญ่แล้วเมื่อแต่งงานมีครอบครัว ก็ต้องมีภาระมากขึ้น และมีเวลาน้อยลง จะมาทำอะไรแบบนี้ก็คงไม่ได้

"เราอยู่ตรงนี้ได้ก็เพราะใจรัก คิดว่าจะทำงานนี้ต่อไปเรื่อยๆ และจะอยู่ในสายงานนี้ตลอดไป คงไม่เปลี่ยนความคิดไปทำอย่างอื่นแน่นอน และถ้าหากจะมีครอบครัวในอนาคต คนที่จะมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเราก็ต้องรับกับตรงนี้ได้ด้วย"

ณ เวลานี้สุภาณีพึงพอใจและมีความสุขกับชีวิตทุกวันแล้ว และไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย นอกจากความใฝ่ฝันในชีวิตที่อยากก้าวไปเป็นศิลปินแห่งชาติ ซึ่งเธอบอกว่า "อยากเป็นศิลปินแห่งชาติ เพราะกว่าจะเป็นได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ซึ่งเราต้องใช้ความอดทน สั่งสมประสบการณ์ และขยันส่งภาพเข้าประกวดบ่อยๆ บางครั้งเราอาจจะได้เหรียญทอง 3 ครั้ง หรือได้เหรียญเงิน 3 ครั้ง เราก็มีสิทธิ์ได้เป็นศิลปินยอดเยี่ยมแล้ว แต่กว่าจะไปถึงจุดๆ นั้นได้ก็เป็นเรื่องที่ยากมากๆ แต่ถึงอย่างไรเราก็ต้องมีฝันของเรา" สุภาณีกล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น เพียงเท่านี้ก็เป็นเครื่องการันตีได้แล้วว่า ศิลปินสาวผู้มาดมั่นคนนี้มีมุมมองความคิดที่แตกต่างจากคนวันเดียวกันทั่วไป และเธอได้เลือกที่จะเดินตามเส้นทางสายศิลปะแล้วอย่างแท้จริง ดังนั้นความฝันที่จะเป็นศิลปินดีเด่นหรือศิลปินแห่งชาติ สำหรับเธอ"คงไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว





 เรื่องอื่น ๆ







Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
พฤศจิกายน 2560
  • 75 ถนนภูเก็ต : ปรัชญาปารามิตาสูตรหฤทัยสูตร (อธิบาย 3)
  • เรื่องจากปก : ชีวิตสร้างได้ ของ อลัน ยิป
  • Business : Bike Sharing…เปลี่ยนทั้งเมือง เปลี่ยนทั้งคน
  • Business : เมื่อกาแฟ...ไม่ใช่แค่เพียงเครื่องดื่ม
  • ห้องรับแขก : เพ็ชร ชั้นเจริญ กับภารกิจใหญ่ในสนามบินภูเก็ต

















Copyright© 2005 - 2017 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink