ครูศิลปะ...ครูศิลป์ อุดมทรัพย์
Text size:
By กองบรรณาธิการเว็บไซต์
Bookmark and Share

ครูศิลป์ อุดมทรัพย์ ครูศิลป์ อุดมทรัพย์ ครูศิลป์ อุดมทรัพย์
ครูศิลป์ อุดมทรัพย์ ครูศิลป์ อุดมทรัพย์ ครูศิลป์ อุดมทรัพย์
ครูศิลป์ อุดมทรัพย์ ครูศิลป์ อุดมทรัพย์ ครูศิลป์ อุดมทรัพย์

เพลโต ปราชญ์เมธีชาวกรีกโบราณ ผู้มีอิทธิผลต่อแนวคิดของโลกฝั่งตะวันตก เคยแสดงทัศนะว่า ศิลปะ คือ การเลียนแบบ ส่วนอาริสโตเติล นักปราชญ์ชาวกรีก ผู้เป็นศิษย์เอกของเพลโตก็ให้นิยามไว้สวยซึ้งว่า ศิลปะ คือ การเป็นตัวแทนของชีวิต ด้านซิกมันด์ ฟรอยด์ บิดาแห่งจิตวิยานั้น กล่าวว่า ศิลปะ คือ ความสมปรารถนา

ส่วนผู้ที่บอกว่า ศิลปะ คือ ความงามที่รายล้อมอยู่รอบตัว เพียงแค่รู้จักนำมาจัดวางและเลือกใช้ คือ บุคคลท่านหนึ่งที่ขึ้นทำเนียบเล็กแต่ยิ่งใหญ่คราวนี้" ครูศิลป์ อุดมทรัพย์ ใครจะเชื่อว่าทั้งชื่อและความมาดมุ่งทั้งชีวิตของครูคนนี้จะเป็นสิ่งเดียวกันโดยมิได้นัดหมาย

"ผมคิดว่าเมืองไทยเราไม่ก้าวหน้าทางศิลปะเท่าที่ควร เพราะเราไม่มีงบประมาณ สีแพง ดินสอแพง กระดาษแพง ถ้าปล่อยให้ละเลงกันเหมือนบ้านอื่นเมืองอื่นก็กลายเป็นว่าฟุ่มเฟือย ครั้นจะบังคับให้พ่อแม่ซื้อหาอุปกรณ์มาสนับสนุนลูกก็ไม่ไหว บ้านเราเขาให้ความสำคัญกับวิชาคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ เห็นว่าวิชาการเหล่านี้มีความจำเป็นในการดำเนินชีวิตมากกว่า"

ครูศิลป์ อดีตครูศิลปะและศึกษานิเทศน์ผู้ปลดระวางจากงานแสนรักในวัย 68 ปี ยังมีสีหน้าและแววตาที่แช่มชื่นเมื่อได้พูดถึงงานที่รัก และแสดงทัศนะอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับวิชาศิลปะ วิชาที่ถูกบรรจุไว้ในหลักสูตรการเรียนการสอนที่ถูกละเลย

ปูมหลังของครูศิลป์ เป็นเด็กชายชาวภูเก็ต แม่เป็นคนจีนปีนัง ส่วนพ่อเป็นคนภูเก็ตโดยแท้ ครูศิลป์เป็นลูกคนหัวปีในพี่น้องทั้งหมด 3 คน ครูศิลป์จับดินสอลากเส้นเป็นงานศิลป์มาตั้งแต่จำความได้ โดยมีผู้เป็นพ่อและแม่คอยส่งเสริมความสามารถพิเศษ และเฝ้ามองการเติบโตของลูกชายอย่างเต็มใจ

"ผมชอบวาดรูปมาตั้งแต่เด็กๆ วันทั้งวันเขียนแต่รูป รู้สึกว่าการได้จับดินสอลากเส้นบ้าง แรเงาบ้าง มันเป็นความสุข มันเป็นความแจ่มใสในจิตใจ พ่อแม่ก็ไม่เคยขัด เขาช่วยกันส่งเสริมเราทุกอย่าง"

พรสรรค์ที่สวยงามไม่ใช่แรงผลักดันที่จะทำให้ใครไปถึงฝั่งฝันได้อย่างที่มุ่งหวัง พรแสวงต่างหากที่เป็นแรงส่งให้ใครต่อใครเดินไปได้ไกล เดินไปอย่างสวยงาม ครูหลังจากเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาแล้ว ครูศิลป์ก็หอบกระดาษวาดเขียนและกำดินสอเดินทางไปเรียนโรงเรียนเพาะช่าง ในสายวิชาชีพครู ในสาขาศิลปะ แล้วกลับมาเป็นครูสอนวิชาศิลปะโรงเรียนประศาสน์วิทยาอยู่เป็นเวลา 4 ปี

"ในชั้นเรียนที่ผมเคยสอนเด็กที่มีแววศิลปะมีไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์เราก็พยายามสนับสนุนเต็มที่ เพราะคิดถึงความสุขในวัยเรียนที่เรามีพลังอยากทำในสิ่งที่รักและมีพ่อแม่ส่งเสริมมาตลอด เราอยากให้เด็กที่มีใจรัก เขาได้รับในสิ่งที่เขามุ่งหวังเหมือนกัน เพราะถ้าไม่ได้ทำอะไรในวันนั้นก็คงเสียดายพรสวรรค์ที่ติดตัวเด็กเหล่านั้นมา"

หลังจากทำหน้าที่เป็นแม่พิมพ์ของชาติอยู่ราว 4 ปี ครูศิลป์จึงกลับไปเพิ่มพูนวิชาความรู้ ในสาขาศิลกรรม ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร" แล้วจึงกลับมารับราชการเป็นศึกษานิเทศน์ สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดภูเก็ต

"หน้าที่โดยตรงของศึกษานิเทศน์ คือ กำหนดเป้าหมายการสอนและประเมินผลการสอนของครูอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมค่านิยมการเรียนรู้และการสอนที่ดี สรุปง่ายๆ คือ เราทำหน้าที่แนะแนวการสอนให้ครูผู้สอนอีกที"

"ผมรับผิดชอบในสาขาวิชาศิลปะ หน้าที่หลักๆ คือ เขียนตำราเกี่ยวกับศิลปะ จัดทำคู่มือการสอนของครู และออกไปสาธิตวิธีการสอนศิลปะตามโรงเรียนต่างๆ ผลงานที่เป็นรูปเล่มของผลจะเน้นงานฝีมือและงานหัตถกรรม เพราะผมคิดว่าตรงนี้จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก และการทำงานฝีมือช่วยให้นักเรียนเป็นคนใจเย็นมีสมาธิ"

นอกเหนือจากหน้าที่ของศึกษานิเทศน์คนหนึ่งแล้ว ครูศิลป์ยังทำหน้าที่เป็นกรรมการของโครงการการประกวดผลงานศิลปะต่าง ๆ ของนักเรียนที่หน่วยงานราชการในจังหวัดภูเก็ตจัดขึ้น เช่น โครงการประกวดภาพวาดนักเรียน โครงการประกวดเทียนพรรษาประจำปี

ครูศิลปะ ครูศิลป์ อุดมทรัพย์ ครูศิลปะ ครูศิลป์ อุดมทรัพย์ ครูศิลปะ ครูศิลป์ อุดมทรัพย์ ครูศิลปะ ครูศิลป์ อุดมทรัพย์


"ตรงนี้ถามว่าเป็นหน้าที่โดยตรงของเราไหม คงไม่ใช่ แต่ผมคิดว่าเป็นหน้าที่ของครูศิลปะคนหนึ่ง คนที่รักงานศิลปะคนหนึ่ง ที่จะทำให้ส่วนรวมได้บ้างเท่าที่เรายังมีแรงมีชีวิต ในชีวิตที่ผ่านมาผมอาจไม่เคยได้รับเกียรติประวัติหรือโล่รางวัลใด ๆ แต่การที่เราได้เข้ามาช่วยเหลืองานตรงส่วนนี้ก็เป็นความยินดีและเต็มใจของเราแล้ว"

"ผมไม่เคยมีบุคคลต้นแบบ เพราะคิดเพียงว่าไม่ว่าครูหรือศึกษานิเทศน์ หรือใครก็ตามที่มีหน้าที่การงาน จะต้องมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ มีจิตสำนึกที่ดีในการทำงาน จะทำงานเป็นทีมหรือทำงานเดี่ยวไม่สำคัญเท่ากับเรารู้หน้าที่ของตัวเอง"

"ผมว่าคนเป็นครูต้องอย่าปล่อยให้เวลามันผ่านไป ครูต้องขวนขวาย ต้องหาความรู้เพิ่มเติม นักเรียนจะเก่ง จะมีความรู้ความสามารถได้ก็อยู่ที่ครูนี่แหละ"

ชีวิตหลังวัยเกษียณของครูศิลป์ยังคงผูกพันอยู่กับงานศิลปะ" รวมไปถึงงานสะสมแสตมป์และโปสการ์ดต่าง ๆ ที่นอกจากจะสร้างความเพลิดเพลินแล้ว ยังมีคุณค่าทางจิตใจ

"ผมเริ่มสะสมแสตมป์มานานแล้ว ผมว่าของพวกนี้นานๆ ไปมันมีคุณค่า หาซื้อไม่ได้ คิดว่าถ้ามีโอกาสอยากจะเก็บไว้เยอะๆ แล้วให้ลูกหลาน ผมตายไปแล้วก็อยู่ที่เขาว่าจะเห็นคุณค่าเหมือนเราหรือเปล่า บางทีเขาอาจจะได้ทำเป็นพิพิธภัณฑ์หรือเก็บไว้ดูเล่นกันเฉยๆ ก็แล้วแต่เขา"

พูดกันถึงศิลปะ ศิลปิน และครูสอนศิลปะทั้งที เราจึงถือโอกาสเปิดตำราศิลปะออกมาเขียน อย่าถือว่าเป็นวิทยาทาน แต่คิดเสียว่าเป็นความรู้ ความเข้าใจที่แลกเปลี่ยนกันฉันท์นักเขียนและนักอ่านก็แล้วกัน

ครูศิลป์ บอกว่า มีการแบ่งหมวดหมูของศิลปะได้หลากหลายรูปแบบ หากแบ่งตามลักษณะของสื่อในการแสดงออก หรือเรียกอีกนัยหนึ่งว่า สื่อสุนทรียภาพ ซึ่งได้แก่ เส้น สี ปริมาตร เสียง ภาษา ฯลฯ ของงานศิลปะแต่ละสาขา ย่อมแตกต่างกันไปตามธรรมชาติของการแสดงออก

การจำแนกงานศิลปะในลักษณะดังกล่าวจึงมี" 5 สาขา คือ จิตรกรรม (Painting) เป็นศิลปะที่แสดงออกด้วยการใช้สี แสง เงา และแผ่นภาพที่แบนราบเป็น 3 มิติ ประติมากรรม (Sculpture) เป็นศิลปะที่แสดงออกด้วยการใช้วัสดุ และปริมาตรของรูปทรง สถาปัตยกรรม (Architecture) เป็นศิลปะที่แสดงออกด้วยการใช้วัสดุ โครงสร้าง และปริมาตรของที่ว่างกับรูปทรง วรรณกรรม (Literature) เป็นศิลปะที่แสดงออกด้วยการใช้ภาษา ดนตรีและนาฎกรรม (Music and Drama) เป็นศิลปะที่แสดงออกด้วยการใช้เสียงหรือภาษา และความเคลื่อนไหวของร่างกาย

ใครจะนิยามความหมายของศิลปะว่าอย่างไร และใครจะสร้างสรรค์ผลงานได้เลื่องชื่อลือชาเพียงใด ไม่สำคัญเท่ากับความสุขและความงามที่ผู้สร้างและผู้ยินยลจะได้รับร่วมกัน ก่อนจากครูศิลป์ฝากลามาในนามของครูสอนศิลปะและศิลปินคนหนึ่ง

"ผมอยากให้พ่อแม่ให้ความสำคัญกับวิชาศิลปะด้วย ลูกบางคนมีพรสรรค์มีความสามารถก็ควรส่งเสริมเขา อย่าไปบังคับว่าเขาต้องเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้ ครูเองก็ควรจะให้ความสนใจต่อรายละเอียดของเด็กแต่ละคน ครูต้องทุ่มเทให้เด็กด้วย

"ศิลปะในจังหวัดภูเก็ตผมว่ามีโอกาสเติบโตได้มากกว่านี้ ถ้าเราให้ความสำคัญกว่าที่เป็นอยู่ แต่นี่บ้านเราเน้นความเติบโตทางเศรษฐกิจ คิดถึงแต่ความอยู่รอดในเชิงพาณิชย์ น่าเสียดายจริงๆ"


 เรื่องอื่น ๆ




นก หนองจิก
27 มกราคม 55 18:38
ไม่ชอบเลย
1




Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
พฤศจิกายน 2560
  • 75 ถนนภูเก็ต : ปรัชญาปารามิตาสูตรหฤทัยสูตร (อธิบาย 3)
  • เรื่องจากปก : ชีวิตสร้างได้ ของ อลัน ยิป
  • Business : Bike Sharing…เปลี่ยนทั้งเมือง เปลี่ยนทั้งคน
  • Business : เมื่อกาแฟ...ไม่ใช่แค่เพียงเครื่องดื่ม
  • ห้องรับแขก : เพ็ชร ชั้นเจริญ กับภารกิจใหญ่ในสนามบินภูเก็ต

















Copyright© 2005 - 2017 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink