4 สาว 4 สไตล์ กับ หลากหลายมุมมอง
Text size:
By Bird of Paradise
Bookmark and Share

จากคราวที่แล้ว ภูเก็ตบูลเลทินออนไลน์ ได้นำเสนอโลกของ 5 หนุ่ม กับหลากความคิด และประสบการณ์ที่แตกต่าง ที่มีสไตล์การใช้ชีวิตและมีแง่มุมที่แตกต่างกันไปแล้ว คิดว่าท่านผู้อ่านคงได้สัมผัสเรื่องราวของพวกเขากันมาพอหอมปากหอมคอ

มาคราวนี้…พบกับตัวแทน 4 สาวรุ่นใหม่ ในภูเก็ตกันบ้าง ซึ่งเธอแต่ละคนล้วนมีสไตล์ที่แตกต่างกัน ทั้งบุคลิก การใช้ชีวิต และการทำงาน ถึงแม้อายุยังน้อย แต่ประสบการณ์และหน้าที่การงานของพวกเธอเหล่านั้น เรียกได้ว่า เกินอายุจริงๆ ถ้าไม่เชื่อ …ลองมาฟังเรื่องราวของพวกเธอ และหลากมุมมองของแต่ละคนว่า ตัวตนที่แท้จริงของพวกเธอนั้นเป็นอย่างไร




รงรอง ธนาวราวิทย์ - มินท์
จากสาวกรุงเทพฯ ที่มีบุคลิกมาดมั่น และมีใจรักในการทำธุรกิจ ทำให้วันนี้ของสาววัย 26 ปี รงรอง ธนาวราวิทย์ หรือ มินท์ ได้มายืนอยู่ในตำแหน่งผู้บริหารตัวจริง กับธุรกิจแนวใหม่สำหรับผู้ใส่ใจสุขภาพอย่าง Bliss Hot Yoga และเป็น GM แห่ง Unisense The Slimming Institute อยู่ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต ควบคู่ไปด้วยพร้อมๆ กัน

แต่ก่อนจะก้าวมาทำธุรกิจที่ภูเก็ตนั้น มินท์เล่าว่า “หลังจากจบชั้นมัธยมปลายที่โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ ก็ต่อปริญญาตรี ด้านมาร์เก็ตติ้ง สาขาอินเตอร์ ที่มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อจบปริญญาตรีก็ได้ทำงานกับคุณพ่ออยู่ที่กรุงเทพฯ โดยทำเกี่ยวกับจิวเวอรี่ หลังจากนั้นก็เดินทางไปศึกษาต่อปริญญาโท ที่ University of Warwick ประเทศอังกฤษ ในสาขา Supply Chain & Logistic เมื่อกลับมากรุงเทพฯ ได้สักพัก ก็มาเริ่มทำธุรกิจที่ภูเก็ตเป็นแห่งแรก”

“ธุรกิจแรกที่มาทำที่ภูเก็ตก็คือ Unisense The Slimming Institute เป็นธุรกิจครอบครัวเกี่ยวกับสถาบันลดน้ำหนักและสัดส่วน ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากประเทศมาเลเซีย โดยแรกเริ่มที่ทำธุรกิจนี้ ก็ทราบมาว่ามาสเตอร์เฟรนไชส์ซึ่งเป็นเหมือนคนสนิทของครอบครัว เขาทำ Unisense อยู่ที่กรุงเทพ เราก็สนใจที่จะทำตรงนี้ จึงได้ไปซื้อเฟรนส์ไชส์มาเปิดที่ภูเก็ต โดยมีพี่ชายเป็นผู้บริหาร ส่วนมินท์ก็จะเป็น GM”

ตอนนี้ธุรกิจ Unisense ก็เปิดบริการมาเกือบครบ 1 ปีแล้ว “ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีจากคนท้องถิ่น ซึ่งขณะนี้ก็เริ่มจะมีชาวต่างชาติเข้ามาใช้บริการบ้างแล้ว ลูกค้าของเราก็เริ่มมีจำนวนเยอะขึ้นเรื่อยๆ ก็ถือว่าเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง”

รงรอง ธนาวราวิทย์ - มินท์ หลังจากเปิดตัวทำ Unisense มาได้ประมาณ 6-7 เดือน มินท์ก็มีโอกาสได้เปิดตัวธุรกิจที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง คือ Bliss Hot Yoga ที่บริเวณเซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต ชั้น 3 ซึ่งปัจจุบัน Bliss Hot Yoga มีอยู่ 2 สาขา คือ ที่ระยอง และภูเก็ต สำหรับที่ภูเก็ตนั้นก็ถือว่าได้การตอบรับเป็นอย่างดีเลยทีเดียว

“ถ้าหากไม่ติดธุระอะไร มินท์ก็จะเข้าออฟฟิศทุกวัน ห้างเปิด 11 โมงเช้า เราก็เข้ามาช่วงเที่ยงๆ บางวันก็อยู่จนถึง 4-5 โมงเย็น บางวันก็อยู่จนถึง 1 ทุ่ม 2 ทุ่ม ส่วนงานอดิเรกก็ดูหนังฟังเพลงตามปกติ แต่จริงๆ แล้วงานอดิเรกที่ชอบมากที่สุด ก็คือ ดำน้ำ แต่มินท์มาอยู่ภูเก็ต 1 ปีแล้วยังไม่มีโอกาสได้ไปดำน้ำเลย”

เธอบอกว่า “ภูเก็ตเป็นเมืองน่าอยู่ อากาศสบาย รถไม่ติด ไม่แออัดเหมือนที่กรุงเทพ คนภูเก็ตก็น่ารัก ตรงไปตรงมา” ถามว่าคิดจะอยู่ภูเก็ตไปตลอดหรือไม่ เธอบอกว่า “ก็คงต้องไปๆ มาๆ ระหว่างกรุงเทพ ภูเก็ต อยู่เรื่อยๆ ซึ่งปัจจุบันก็ไปๆ มาๆ ประมาณเดือนละครั้ง แต่ที่ภูเก็ตก็มีธุรกิจอีกหลายตัวที่น่าสนใจ ซึ่งตอนนี้ก็กำลังมองๆ อยู่ ก็คงต้องทำงานตรงนี้ไปก่อน เพราะว่า Unisense ก็เพิ่งเปิดมาได้เกือบๆ ปี ส่วนโยคะก็เปิดได้มาเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น”

ด้วยนิสัยส่วนตัวที่เป็นคนง่ายๆ สบายๆ และค่อนข้างตรงไปตรงมา มินท์จึงบอกว่า “สิ่งที่ได้รับจากการทำงานก็คือ มีความคิดที่โตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากเด็กที่เคยอยู่แต่ในอ้อมอกของพ่อแม่มาตั้งแต่เล็กจนโต ทำงานครั้งแรกก็ทำกับพ่อแม่ แต่เมื่อได้ออกมาทำธุรกิจเอง ความคิดของเราก็โตขึ้น”

ทุกวันนี้มินท์ก็ได้สวมวิญญาณเป็นนักบริหารอย่างแท้จริง แถมยังเป็นนักธุรกิจสาวที่ใส่ใจต่อสุขภาพอีกด้วย ซึ่งมินท์บอกกับเราว่า “สำหรับโยคะนั้น มินท์เล่นที่บ้านมาตั้งแต่เด็กแล้ว ก็ทราบว่าการเล่นโยคะมีผลดีต่อสุขภาพจริงๆ มินท์จึงอยากให้คนภูเก็ตได้ลองออกกำลังกายแบบนี้กันบ้าง เพราะว่าไม่ค่อยเห็นสถานที่ออกกำลังกายในภูเก็ตสักเท่าไหร่ ก็ถือว่าเป็นโอกาสดีที่เป็นทางเลือกให้กับคนภูเก็ตได้อีกทางหนึ่ง” ใส่ใจในสุขภาพของตัวเองแล้ว ยังเปิดโอกาสให้คนภูเก็ตได้รักษาสุขภาพกันอีกด้วย ซึ่งเธอก็ยังมีคติประจำใจในการทำงานเป็นการส่วนตัวอีกอย่างหนึ่งด้วยว่า “ต้องจริงใจ และตรงเวลา” จึงจะทำให้ก้าวสู่ความเป็นนักธุรกิจที่ดีได้



ดร.ศิริภัทรา คูสุวรรณ - กิ๊ฟ ภายใต้บุคลิกที่น่ารักสดใส ในแบบฉบับสาวรุ่นใหม่ พ่วงด้วยดีกรีด๊อกเตอร์วัยเพียง 27 ปี กับ ดร.ศิริภัทรา คูสุวรรณ หรือ กิ๊ฟ ทายาทของคุณวิภาพรรณ และคุณสมศักดิ์ คูสุวรรณ แห่งกลุ่มบริษัท เพิร์ล จำกัด ในบทบาทของที่ปรึกษาทางธุรกิจ บริษัท แมคคินซี่ แอนด์ คอมพานี, อิงค์ ไทยแลนด์ ที่กรุงเทพฯ ซึ่งเธอเป็นนักเดินทาง ที่ต้องบิดลัดฟ้าไปสัมผัสยังต่างประเทศบ่อยครั้ง

โดยนิสัยส่วนตัวของกิ๊ฟที่ชอบการเดินทางและรักการเรียนรู้มาตั้งแต่เด็ก ตลอดเวลา 13 ปี ในวัยเรียนที่อยู่ประเทศอังกฤษ จึงทำให้กิ๊ฟได้เรียนรู้โลกกว้างเร็วกว่าเด็กวัยเดียวกันทั่วไป ซึ่งกิ๊ฟเล่าว่า “หลังจากจบชั้น ม.2 ที่โรงเรียนสตรีภูเก็ต ก็ได้เดินทางไปศึกษาต่อที่ Headington School ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำผู้หญิงล้วน ในเมืองออกซ์ฟอร์ด แล้วต่อปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอก ที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด โดยปริญญาตรี และปริญญาโท ได้เลือกเรียนในสาขาชีวเคมี(Biochemistry) เนื่องจากสนใจวิทยาศาสตร์มาตั้งแต่เด็ก เพราะเป็นอะไรที่ใกล้ตัวและเป็นประโยชน์แก่ตัวเอง ส่วนปริญญาเอก ก็เรียนเกี่ยวกับสาขา Clinical Medicine และเลือกทำวิจัยด้าน HIV Immunology เพราะคิดว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจ และเป็นปัญหาใหญ่ที่น่าเรียนรู้” โดยเธอมีความคิดว่าอยากจะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการวิจัยเรื่องโรคเอดส์ แต่จะเน้นไปที่เรื่องระบบโครงสร้างของไวรัส ที่เข้าไปในร่างกายมนุษย์ว่ามีการขยายพันธุ์ และมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหรือไม่อย่างไร

นอกจากกิ๊ฟจะมุ่งมั่นร่ำเรียนจนได้รับเกียรตินิยมอันดับสองในระดับปริญญาโทแล้ว เธอก็ยังเป็นนักกิจกรรมตัวยงอีกด้วย ทั้งเป็นกัปตันทีมนักแบดมินตันของมหาวิทยาลัยที่ต้องไปร่วมแข่งขันกับมหาวิทยาลัยอื่นๆ และเป็นประธานนักศึกษาไทย ของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ซึ่งเธอบอกว่ากิจกรรมยามว่างที่ชอบมากที่สุดก็คือ เล่นแบดมินตัน นอกจากนั้นก็ชอบร้องเพลง พบเจอเพื่อนๆ และชอบไปท่องเที่ยวที่ประเทศต่างๆ

ถึงแม้ว่าวันนี้กิ๊ฟจะไม่ได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาโดยตรงในการทำงาน แต่เธอบอกว่า “จะนำความรู้ที่เรียนมาประยุกต์ใช้กับการเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจ ซึ่งบริษัทที่กิ๊ฟทำงาน เป็นบริษัทของอเมริกัน อยู่ที่กรุงเทพฯ โดยบริษัทนี้จะมีหลายสาขาทั่วโลก ซึ่งกิ๊ฟจะต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ” ถามว่าเหนื่อยไหม กิ๊ฟบอกว่า “ขณะนี้กิ๊ฟยังสนุกกับการเดินทาง ถึงแม้ว่างานที่ปรึกษาจะเป็นงานที่ค่อนข้างหนัก และต้องมีเวลาให้กับงานเต็มที่ แต่เมื่อเรามีเวลาว่างในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ กิ๊ฟก็จะกลับมาพักผ่อนที่ภูเก็ต โดยปกติก็จะกลับมาประมาณ 2-3 สัปดาห์ต่อครั้ง”

ดร.ศิริภัทรา คูสุวรรณ - กิ๊ฟ แม้ว่าจะต้องเดินทางบ่อยๆ แต่ด้วยใจรักและผูกพันในถิ่นกำเนิด กิ๊ฟจึงมีมุมมองเกี่ยวกับภูเก็ตว่า “เนื่องจากที่บ้านทำธุรกิจเกี่ยวกับโรงแรม จึงรู้สึกชอบให้มีการส่งเสริมเรื่องการท่องเที่ยว และอยากให้ทุกคนช่วยหันมาดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้นด้วย ซึ่งโดยส่วนตัวกิ๊ฟก็ชอบเดินตามชายหาดที่สงบ และไม่ค่อยมีผู้คนพลุกพล่าน”

“ตอนนี้โปรเจ็คซึ่งกิ๊ฟเป็นที่ปรึกษาอยู่ ลูกค้าเขาก็อยากให้เน้นเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วย ก็คิดว่าเรื่องสิ่งแวดล้อมนั้นมีความสำคัญกับทุกๆ แห่งในประเทศ ซึ่งต่างประเทศเขาก็รณรงค์กันเยอะ คิดว่าประเทศไทยก็น่าจะรณรงค์เรื่องนี้ให้มากขึ้นด้วย”

ไม่ว่าตัวเธอจะอยู่ที่ไหน แต่หัวใจของเธอนั้นอยู่ที่ภูเก็ตแน่นอน ซึ่งกิ๊ฟบอกกับเราว่า “อยากให้คนภูเก็ตร่วมกันอนุรักษ์วัฒนธรรมต่างๆ เอาไว้ ทั้งการแต่งกายแบบบาบ๋า อาหาร หรือขนมพื้นเมือง ไม่ควรจะให้หายไป ในอนาคต ถ้าหากมีโอกาสกลับมาอยู่ภูเก็ต กิ๊ฟก็อยากจะช่วยฟื้นฟูเรื่องนี้ด้วย” ด๊อกเตอร์สาวกล่าวทิ้งท้าย

แม้ว่าเธอจะรักการเรียนรู้และชอบการเดินทางขนาดไหน แต่สิ่งสำคัญที่เธอไม่เปลี่ยนแปลงเลยก็คือ ความเป็นลูกหลานชาวภูเก็ต ที่ยังรักและใส่ใจวัฒนธรรมของภูเก็ตอยู่เสมอ และนี่ก็ถือเป็นความอบอุ่นที่น่าภาคภูมิใจสำหรับชาวภูเก็ตไม่น้อย



ปริยานุช เสงี่ยมกุล - ปังปอนด์

ปริยานุช เสงี่ยมกุล หรือ ปังปอนด์ สาวน้อยอารมณ์ดี ผู้มีบุคลิกร่าเริงสดใส สมกับวัย ด้วยวัยเพียง 25 ปี แต่ ณ วันนี้หน้าที่ความรับผิดชอบของเธอนั้นไม่น้อยเลยทีเดียว ด้วยธุรกิจโรงแรมของครอบครัวที่เธอทำหน้าที่บริหารอยู่ เธอจึงถูกจับตามองว่าเป็นสาวรุ่นใหม่ที่มากด้วยความสามารถ และก้าวขึ้นมาอยู่แถวหน้าของจังหวัดภูเก็ตได้ไม่แพ้ใคร

ปังปอนด์เป็นบุตรสาวของคุณสุวัฒน์ และคุณกฤติยา เสงี่ยมกุล นักธุรกิจชาวภูเก็ต ที่มีกิจการอยู่มากมาย ไม่ว่าจะกงสีของตระกูลคือ กี่หิ้น สวัสดีลากูน รวมถึงโรงแรมบ้านรายา รีสอร์ต ซึ่งตัวเธอเองเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบอยู่โดยตรง

ปังปอนด์ย้อนเล่าชีวิตส่วนตัวในวัยเด็กให้เราฟังว่า คุณพ่อคุณแม่ของเธอเลี้ยงดูเธอมา แบบให้รู้จักช่วยเหลือตัวเอง และให้กล้าตัดสินใจ ส่งผลให้เธอมีนิสัยลุยๆ และไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ “เขาไม่เคยเลี้ยงดูเราแบบคุณหนู ใครที่คิดว่าชีวิตเราปูด้วยพรมแดงน่ะ ไม่ใช่เลย ตั้งแต่เด็กเวลาคุณพ่อคุณแม่ไปดูกิจการโรงแรมบ้านรายา ก็จะพาเราไปด้วย ต้องนอนกลางดินกินกลางทรายมาตั้งแต่เด็ก เราเลยเป็นคนไม่ยึดติดกับความสบาย”

แม้จะเป็นชาวภูเก็ตโดยกำเนิด แต่ด้วยเรื่องการศึกษาจึงทำให้เธอต้องไปใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่อายุเพียง 12 ปี “พอจบม.1 จากโรงเรียนสตรีภูเก็ต ปอนด์ก็ไปเรียนต่อที่โรงเรียนสาระวิทยา บางเขน กรุงเทพฯ จนจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 และเข้าเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยที่อัสสัมชัญ ด้านการบริหารการโรงแรม ซึ่งก็ตรงกับกิจการของครอบครัว คิดว่าเมื่อจบออกมาจะนำความรู้ที่เรียนมาใช้ได้บ้าง”

นอกจากการเรียนที่เธอให้สำคัญมาเป็นอันดับต้นๆ แต่เธอก็ยังสนใจกิจกรรมระหว่างเรียนอีกด้วย โดยได้รับคัดเลือกให้เป็นรองประธานคณะ และเป็นฝ่ายประสานงานในเวทีโต้วาทีระดับอาเซียนมาแล้ว

เมื่อจบออกมา เธอยังไม่ได้เริ่มงานในทันที แต่ได้มีโอกาสไปศึกษาภาษาจีนเพิ่มเติมที่เซียงไฮ้ ประเทศจีน เพื่อนำทักษะทางด้านภาษามาใช้กับงานโรงแรมที่รอเธออยู่ จนเมื่อจบกลับมาเธอจึงได้เริ่มงานแรกในชีวิตของเธอ ที่เธอบอกว่าทั้งท้าทาย และต้องใช้ความรับผิดชอบอย่างสูง “ด้วยตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการโรงแรมบ้านรายา รีสอร์ต อาจจะดูว่าเป็นผู้บริหาร แต่จริงๆ แล้ว ต้องทำเกือบทุกอย่าง ตั้งแต่เป็นรีเซฟชั่น ต้อนรับแขก ทำพีอาร์ประชาสัมพันธ์ และต้องคอยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น พอได้มาบริหารงานจริงๆ จึงได้รู้ว่าทฤษฎีที่เรียนมา สามารถนำมาใช้ในการทำงานจริงได้น้อยมาก ต้องอาศัยประสบการณ์อย่างเดียวเลยค่ะ”

ทุกงานที่ทำย่อมต้องมีอุปสรรค เช่นเดียวกับสาวน้อยคนนี้ แต่เธอก็ไม่เคยถอดใจ เพราะมีกำลังใจดีๆ จากครอบครัวและเพื่อนฝูงที่คอยให้คำปรึกษาอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้เธอมีแรงสู้ต่อไป และยึดหลักในการทำงานที่ว่า ทำทุกๆ วันให้ดีที่สุด

ปริยานุช เสงี่ยมกุล - ปังปอนด์ แม้หน้าที่การงานจะมากมาย แต่ยามว่างของเธอ ก็มีกิจกรรมผ่อนคลายเหมือนกับสาวๆ ทั่วไป นั่นคือ การได้ไปช้อปปิ้ง และออกกำลังกาย ปังปอนด์เล่าให้ฟังว่า “ชอบไปช้อปปิ้งค่ะ ไปทุกที่ แต่ที่ชอบมากที่สุดคือตลาดท้ายรถ ชอบเพราะมีของพวกแฮนด์เมดขาย ไปดูไอเดียของเขา ว่างๆ ก็ซื้อพวกอุปกรณ์ต่างๆ มานั่งประดิษฐ์ประดอยเองบ้าง ซึ่งก็เพลินดีไปอีกแบบ และตอนนี้ปอนด์กำลังไปหัดเรียนร้องเพลงอยู่ที่สยามกลการ เพราะที่ผ่านมาร้องเพลงไม่ได้เรื่องเลย (หัวเราะ) ”

เมื่อเราถามเธอว่าคิดอย่างไรที่ถูกมองว่า เป็นสาวโสดรุ่นใหม่ที่น่าจับตามอง เธอยิ้มแย้มก่อนตอบว่า “กลุ้มใจค่ะ (หัวเราะ) กลุ้มใจที่ยังเป็นโสดนี่แหละ ก็รู้สึกดีใจค่ะ ถ้าสิ่งที่เราทำหรือไลฟ์สไตล์ของเราอาจจะเป็นแบบอย่างที่ใครบางคนชื่นชอบได้บ้าง แต่จริงๆ แล้วปอนด์ก็เป็นผู้หญิงธรรมดาๆ ที่ออกจะลุยๆ ห้าวๆ ด้วยซ้ำ”

เรายังถามเธอต่อว่าผู้ชายที่มีเสน่ห์ในความคิดของเธอเป็นอย่างไร เธอคิดสักครู่ก่อนตอบว่า “คิดว่าความจริงใจมั๊งค่ะ ส่วนรูปร่างภายนอก ปอนด์ไม่ได้ฟิกซ์อยู่แล้วว่าต้องแบบนั้นแบบนี้ แต่ขออย่าให้ดูตัวเล็กกว่าเราก็พอ (หัวเราะ) ที่ผ่านมาก็มีคนมาจีบบ้าง แต่ไม่ค่อยชอบลักษณะนี้ ถ้าเริ่มจากเพื่อนก็โอเค เพราะอย่างน้อยเขาจะได้รู้จักเราในมุมที่เราเป็นเราอย่างแท้จริง ไม่ชอบผู้ชายที่ไม่ให้เกียรติผู้หญิง และปากหวานมากๆ อย่างนี้ก็ไม่ชอบ”

สุดท้าย เมื่อถามถึงมุมมองของเธอที่มีต่อจังหวัดภูเก็ต ปังปอนด์กล่าวว่า “มาถึงวันนี้ ปอนด์ถือว่าชีวิตครึ่งหนึ่งอยู่กรุงเทพฯ และอีกครึ่งหนึ่งอยู่ที่ภูเก็ต พอเรียนจบกลับมาก็ได้มาอยู่ภูเก็ตอีกครั้ง คิดว่าที่นี่ดีและเหมาะที่สุดสำหรับเราแล้ว จะไปไหนมาไหนก็สะดวก รถราไม่ติด และถ้าพูดถึงไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่นี่ เดี๋ยวนี้ก็มีกิจกรรมเยอะขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการไปออกกำลังกาย ช้อปปิ้ง เล่นกีฬา หรือแม้แต่ไปสังสรรค์ตอนกลางคืน อย่างเที่ยวกลางคืนปอนด์เองก็มีบ้างค่ะ เพราะมีเพื่อนเยอะ หลายกลุ่ม” ตบท้ายเธอก็ยังคงมีรอยยิ้มอยู่เช่นเคย

และนี่ก็เป็นเรื่องราวทั้งหมดที่เธอได้ถ่ายทอดให้เรารับรู้ ซึ่งคงจะทำให้เราได้รู้จักเธอคนนี้มากขึ้น




วราภรณ์ อึ่งตระกูล -  ตาล
ยุคนี้เป็นยุคสมัยที่ผู้หญิง “เก่ง” และ “แกร่ง” มีโอกาสก้าวขึ้นมายืนเทียบเท่า “ผู้ชาย” ได้มากขึ้นทุกวัน และวันนี้หากจะพูดถึงผู้หญิงที่มีหน้าที่การงานเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ทุกคนก็คงไม่คุ้นหูนัก แต่ในจังหวัดภูเก็ตบ้านเราวงการนี้ก็มีโอกาสได้ต้อนรับคลื่นลูกใหม่อย่าง “วราภรณ์ อึ่งตระกูล” หรือ “ตาล” ลูกสาวคนเก่งของคุณวีรชัย และคุณขวัญ อึ่งตระกูล ซึ่งเธอเป็นผู้หญิงเก่งอีกคนที่ก้าวเข้ามาอยู่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ได้ ด้วยวัยเพียง 24 ปี

ตาล เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นจากรร.สตรีภูเก็ต และได้ย้ายมาเรียนชั้นมัธยมปลายในกรุงเทพที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เรียนต่อระดับอุดมศึกษา ในคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาโยธา จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นเธอบินลัดฟ้าไปศึกษาต่อ สาขาวิชา PROJECT & ENTERPRISE MANAGEMENT ที่ UCL ประเทศอังกฤษจนจบปริญญาโท

ตาลเล่าชีวิตในวัยเด็กให้ฟังว่า “ตั้งแต่เด็กๆ ตาลก็เห็นที่บ้านทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาตลอด จึงเกิดการซึมซับจนชอบและสนใจเรื่องนี้ ทำให้ตัดสินใจเลือกเรียนคณะวิศวะ โยธา และต่อปริญญาโทสาขาบริหารโครงการมา ซึ่งเป็นสิ่งที่ตาลใฝ่ฝันมาตลอดว่าอยากจะทำงานด้านนี้ อย่างตอนที่เรียนในชั้นมัธยมต้น อาจารย์เคยถามตาลว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร เราตอบไปเลยว่าเราอยากเป็นวิศวกร อาจารย์ก็ถามว่าแน่ใจแล้วเหรอ เราเป็นผู้หญิงนะ แล้วพอโตขึ้นตาลก็มุ่งมั่นที่จะเรียนด้านนี้และได้ทำงานตรงสายที่เรียนมาจริง ๆ”

หลังจากจบปริญญาโทเมื่อปลายปี 2549 ที่ผ่านมา ตาลได้กลับมาเมืองไทยเพื่อทำงานสานต่อธุรกิจของครอบครัว ที่ปัจจุบันมีโครงการอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ต คือ โครงการหมู่บ้านธารทองวิลล่าและมีธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้นอีกแห่ง คือ โรงแรม Sunset Beach Resort ซึ่งตาลรับตำแหน่ง Assistant Managing Director ในโรงแรมและ ตำแหน่ง Project Director ของโครงการหมู่บ้านธารทองวิลล่า ในการดูแลกิจการของครอบครัว

จากความตั้งใจจริงตั้งแต่เด็ก ๆและความมุ่งมั่นในความใฝ่ฝันนั้น ทำให้เธอยอมเสียสละความสนุกในวัยเด็กของชีวิต เพียงเพราะใจ “รัก” ที่จะทำ “งาน”

“ตาลเอาเวลามาเรียนรู้งานกับครอบครัวในทุกปิดเทอมตั้งแต่ตอนเรียนชั้นมัธยม ในช่วงปิดเทอมก็เลยไม่ค่อยได้ใช้เวลานั้นไปเที่ยวไหนเหมือนเด็กคนอื่นๆ ในวัยเดียวกัน ช่วงที่ได้เรียนรู้งานตาลได้ทำงานตั้งแต่พนักงานบัญชีไปจนถึง รีเซฟชั่นเลย คือพ่อกับแม่จะฝึกให้เราเรียนรู้งานตลอด จนช่วงที่ตาลเรียนวิศวะที่จุฬาฯ ที่บ้านก็กำลังสร้างโรงแรม ช่วงนั้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ตาลได้เข้ามาเรียนรู้งานด้านนี้อย่างจริงจัง”

ตาลเล่าว่า “ ทุกวันนี้ตาลมีคนสำคัญที่เป็นทั้งตัวอย่างในการทำงานและการดำเนินชีวิต คือ คุณพ่อ ซึ่งตาลใช้ชีวิตอยู่กับคุณพ่อเยอะทำให้ท่านสอนเราในหลายๆอย่าง คุณพ่อจะสอนให้ตาลเป็นคนขยัน ไม่ฟุ้งเฟ้อ ใช้ชีวิตให้เรียบง่ายและต้องไม่ประมาทในทุกเรื่อง เพราะว่างานตรงนี้มันมีความเสี่ยงสูง เราต้องไม่ประมาทกับมัน ที่สำคัญคือทำงานอย่างนี้ต้องขยันและอดทน และในการทำงานเราก็ต้องซื่อสัตย์ จริงใจ ให้ความรักและการทำงานกับเพื่อนร่วมงานให้เหมือนพี่เหมือนน้อง ไม่ดูถูกกัน ส่วนของลูกค้าเราก็ต้องมีความจริงใจ ไม่ไปโกงหรือหวังผลประโยชน์จากเขา เราจึงทำงานได้อย่างสบายใจ”

วราภรณ์ อึ่งตระกูล -  ตาล ถึงแม้ว่างานที่ทำจะหนักแค่ไหน แต่คุณตาลก็ยังรู้จักการผ่อนคลายเพื่อไม่ให้เกิดความเครียด ดังนั้นเมื่อมีเวลาว่างที่แม้จะไม่มากนัก เธอก็มีเวลาในการหาความสุขให้กับตัวเอง “ปกติแล้วการหาความสุขของตาล คงเป็นการตระเวนหาของกินไปกับเพื่อน ๆแล้วก็ดูหนังฟังเพลง เล่นดนตรีอย่างขิมและเปียโน นอกจากนั้นก็มีออกกำลังกายบ้าง ก็มีวิ่ง เต้นแอโรบิคและเข้าสปา แต่ช่วงนี้งานยุ่งมากก็ไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่ เพราะว่าทำงานกว่าจะเลิกก็เย็นๆ แต่ก็จะพยายามจัดสรรให้มีเวลา รีแลกซ์ ให้มากขึ้น”

เราอาจมองว่าในตอนนี้ตาลเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จกับการงานด้วยวัยเพียงน้อยนิด แต่สำหรับตาล เธอบอกกับเราว่า “ทุกวันนี้ตาลยังพูดไม่ได้ว่าตาลประสบความสำเร็จแล้ว เพราะตาลยังไม่ได้ทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริง ตาลเรียนมาด้านนี้ก็ฝันอยากจะทำโครงการดีๆ สวยๆ สักโครงการที่เป็นของตัวเอง เพราะคิดว่าถ้ามีอะไรสักอย่างที่เราสร้างขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นบ้านสักหลังหรือร้านเล็กๆ ก็จะรู้สึกภูมิใจมากที่งานนั้นเป็นฝีมือของเรา ตอนนี้ก็เลยพยายามเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปเรื่อยๆ จากการทำงานตรงจุดนี้”

และในความเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของคนภูเก็ตโดยแท้ ที่ได้กลับมาทำงานในบ้านเกิดเมืองนอน เธอได้กล่าวถึงมุมมองต่อจังหวัดภูเก็ตเอาไว้น่าสนใจ “ตาลโชคดีที่ได้เกิดมาในจังหวัดภูเก็ตซึ่งเป็นเมืองที่ผู้คนใช้ชีวิตเรียบง่ายแต่ก็มีน้ำใจ ไม่เหมือนกับชีวิตคนเมืองกรุงหรือเมืองอื่นๆ ที่เคยอยู่มา เรื่องอาหารการกินของจังหวัดภูเก็ตก็เป็นเอกลักษณ์มาก มีของอร่อยเยอะ เวลาไปที่ไหนก็จะคิดถึงอาหารภูเก็ตอยู่เสมอ และอยากให้ชาวภูเก็ตรักและหวงแหนความเป็นภูเก็ตเอาไว้ทุก ๆเรื่อง”

ก่อนจบบทสนทนา คุณตาลฝากข้อคิดกับหนุ่มสาวยุคใหม่ ไว้ว่า “ความพยายามเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ถ้าเราพยายาม ในตอนนี้เรามีพลังที่จะทำในสิ่งที่รักก็ควรทำให้เต็มที่ หากได้ค้นพบสิ่งที่ตนรักและได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว ชีวิตต้องไปได้ดีแน่นอน” ...ความเป็นคนเรียบง่าย อารมณ์ดี ลุยนิดๆ ตามสไตล์ของสาววิศวะคนนี้ ประทับใจผู้อ่านกันบ้างไหมคะ...





 เรื่องอื่น ๆ




บ๊องแบ้ว
24 สิงหาคม 50 17:17
ถ้าต้นตระกูลไม่รวยมาก่อน จะประสบความสำเร็จได้เองมั้ย
1

แอ๊บแบ๊ว
28 สิงหาคม 50 13:53
อืม น่าคิดค่ะคุณคห. 1
2

ไม่แบ๊ว แต่บ้า
28 สิงหาคม 50 16:26
เรื่องตระกูลรวยไม่ใช่ประเด็น ที่ทำให้สำเร็จเพราะ อยู่ที่ความสามารถของพวกเค้าที่ยังทำให้ตระกูลมีชื่อเสียงและประสบความ สำเร็จอยู่ได้ทุกวันนี้ต่างหาก
3

ยายมัส
28 สิงหาคม 50 16:58
ที่บอกว่าต้องนอนกลางดินกินกลางทรายตั้งแต่เด็กนั้น...... ไม่จิงมั่ง... ถ้าบอกว่า นอนกลางทรายกินกลางทะเล จะถูกต้องนะค่ะ
4

โป๊ะเปี๊ยะ
28 สิงหาคม 50 17:06
พ่อแม่เป็นฐานรากที่ดีของลูกๆหลานๆ ต้นตระกูลดี ย่อมดีตามตระกูลถ้าไม่ออกนอกลู่นอกทางเสียก่อน ก็คิดว่าไปได้ดี ......เห็นด้วยกับข้อความคิดเห็นที่ผ่านมาจากส่วนหน้า
5

อุ๊บอิ๊บ
29 สิงหาคม 50 18:40
น่าจะหาคนที่ประสบความสำเร็จด้วยตัวเองนะ แบบว่าพยายามมาด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเป็นคนภูเก็ต แต่มาใหญ่ที่ภูเก็ตได้มั้ยค่ะ
6

น้าบิ่ม
20 กันยายน 50 16:08
ว่าแต่ เอาไงก็เอาเถอะ ดร.กิ๊ฟ น่ารักจังเลย เย้ๆๆ
7

ตี่
29 กันยายน 50 8:04:
เด็กภูเก็ตเก่งจริงๆ
8

A'Tik
29 กันยายน 50 13:34
N'Gift is v cute!!
9

มาใหม่
30 กันยายน 50 0:09:
ชอบคุณมินท์จังน่ารักดี
10

พี่โอ
22 กันยายน 50 15:29
น้องตาล ตัวจริงน่ารักมากๆเลย
11

realphuket
3 พฤศจิกายน 50 11:10
น้องกิฟท์ น่ารักจัง
12

คนภูเก็ตตัวจริง
22 พฤศจิกายน 50 12:41
เห็นดร.กิฟท์ตัวจริงแล้วคับ ไม่เห็นสวยเหมือนในรูปเลย แทบไม่เชื่อสายตา เตี้ยและบึ๊ก ไปนิดรึเปล่าคับ รูปเว่อกว่าตัวจริงมากเลย
13

สาวใต้
24 พฤศจิกายน 50 8:00:
สัมภาษณ์แต่ไฮโซ แบบมีแต่จบนอก บินลัดฟ้า ไปเรียนพอจบมาก็มีงานครอบครัวรองรับ ไรประมาณนี้เท่านั้นเหรอ ไม่ไ คติ กับสาวไฮโซนะ แต่อยากถามว่า ไม่มีสัมภาษณ์ คนที่เริ่มจากเล็กๆ ครอบครัวปกติชั้นกลาง แล้วเติบโต ไต่เต้าจนสำเร็จได้บ้างเหรอ เพราะเชื่อว่าคนอ่านกว่า 70% คือชนชั้นกลาง จะได้ยึดเป็นแนวทางได้บ้าง ประเภท นางเองจบนอกกลับมาดูแลธุรกิจครอบครัว คล้ายละครทีวีเกินไปอะ ใจคอ กอง บก.จะไม่อิงเปอร์เซ็นต์ พื้นฐาน คนอื่นกลุ่มใหญ่เลยเหรอ???
14

สุดหล่อ
12 ธันวาคม 50 16:09
ชื่นชอบความสามารถของน้องปังปอนด์จังเลย อยากไปรู้จักจัง
15

โกปี๊รสเข้ม
5 เมษายน 51 14:50
ลบกวนช่วยเอาคนจนที่เก่งๆ และมีความสามารถ นำมาให้ความรู้สูชาวภูเก็ตด้วยเถิดครับ ณ ขณะนี้ เรือเอียงไปข้างความรวยจนปริ่มน้ำแล้วครับ โลกทัศน์ บ.ก.ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ด้วยความเคารพนะครับ "ควรปรับปรุง"
16

นานาจิตตัง
5 เมษายน 51 15:00
นิตยสารท้องถิ่น.........ถ้า บ.ก เปิดใจให้กว้าง...อย่าอคติกับความเห็น ผมว่า ตามทันพี่คุ่นแน่นอน
17

ึขนิษฐา
6 เมษายน 51 23:44
ทีมงานของภูเก็ตบูลทินคงมีความตั้งใจดีที่จะนำเสนอข่าวท้องถิ่นที่เป็น ประโยชน์น่ะค่ะ ก็นึกชื่นชมในผลการทำงานที่เสมอต้นเสมอปลาย แต่ก็มีข้อติงเรื่องแนวทาง และหัวข้อการนำเสนอส่วนมากมักจะจำกัดไปยังกลุ่มคนเพียงกลุ่มเดียว หรือมองในแง่ลบกลายเป็นการยกย่องหรือเลือกเชิดชูเฉพาะลูกหลานผู้มั่งคั่งของ คนภูเก็ตดั่งเดิม อยากให้เป็นการนำเสนอแง่ดีๆ ของภูเก็ต สำภูเก็ตที่ไม่คิดจะเอาใครอื่นมาลงเลยค่ะ
18

เด็กใต้เหมือนกัน
29 เมษายน 51 14:24
ส่วนตัวแล้วเห็นด้วยกับ ความคิดเห็น ที่ 18 อย่างแรงกล้า กรุณาเหอะ ช่วยๆ สัมภาษณ์คนที่ เริ่มจากศูนย์ได้ไหม๋ แล้วเราก็จะมาชื่นชม และให้กำลังใจเค้า ไ ย่างเต็มปากเต็มคำ ไม่ช่าย จะ อคติน้า
19

โก บูด
25 มิถุนายน 51 20:14
น้องตาลครับ ผมชอบคุณครับ ลุยๆ แก่นเซี้ยวได้ใจ อยากรู้จัก แต่ผมมันจนจน เฮ้อ!! เรื่องมันเส้า
20

เด็กใต้
14 กรกฎาคม 51 16:08
ได้ข่าวว่าคุณน้องปอนด์เป็นแฟนกับลูกเจ้าของ กี่สิ้นไม่ช่ายเหรอ มีแพลนเร็ว ๆนี้ไม่ช่ายเหรอ ไม่เก่งเท่าไรหรอกเพียงแต่เค้ารวยและมีโอกาสเลือกเรียนหรือทำมากกว่าคนอื่น แค่นั้น
21

kalim hut
18 ตุลาคม 51 11:17
555+เมือก่อนแม่ชอบถามไมเพือนแกมีแต่คนรวยๆๆ เราก็บอกไม่ถูกตอนครบมันไม่ได้สืบต้นตะกูลแค่รู้ว่ามันดีวิสัยกว้างไกล ดี........เดี๋ยวนี้แม่ถามไมแกไม่ไปสังสรรคเพื่อนบ้างแกดีขึ้นมาเพราะเพื่อน คอยปรึกษานะ(แถมไห้ยืมตังคมาลงทุน)555+ขอบใจพวกแกวะพวกแกช่วยส่งเสริมมาจน เรามีจนวันนี้ยังจำได้ดี..."จงคิดแ บบนายหัว"พ่อใครพูดจำได้ปะ.............(ตาล ปังปอน กิ๊ฟ ยังน่า่รักไม่เปลี่ยนเลย)
22

tatar
18 ตุลาคม 51 11:31
หนังสือดีก็ดีนะแต่ว่าเนื้อหาไม่โดนอะอยากได้แบบคนค้นคน หรือออะไรก็ได้ที่แหวกแนวไปเจาะลึกๆๆคนที่เรามองข้าม หรือเราอยากรู้ว่าเขาเปงใครเขาอาจไม่ไฮ อะแต่เอาแบบอ่านแล้วอยากอ่านอีกอะ
23

phuket Guru
30 ตุลาคม 51 18:13
ผมว่าทางหนังสือค่อนข้างจะเลือกบุคคลที่มาลงเด็กเกินไป ที่จะเรียกว่าประสบความสำเร็จครับ บางคนเพิ่งเริ่มทำงานได้สองปี คงไม่เรียกว่าสำเร็จครับ คนแรก Studio Yoga ก็ปิดไปแล้ว ผมเรียกว่าล้มเหลวมากกว่า หวังว่าครั้งต่อไป น่าจะเลือกคนได้ดีกว่านี้ครับ
24

khun comment
15 ธันวาคม 51 11:43
อยากให้ทาง webmaster สัมภาษณ์เด็กรุ่นใหม่ที่มีความก้าวหน้าด้วยตัวเอง มากกว่าเด็กรุ่นใหม่ที่มาจากครอบครัวที่มีชื่อเสียงวงศ์ตระกูล เพื่อให้เด็กรุ่นใหม่ที่มาจากครอบครัวสามัญชนได้มีกำลังใจและแนวทางในการ สร้างชีวิตที่ดี ปล.ตรงนีมิได้มีอคติแต่อย่างใดกับผู้ใดทั้งสิ้น
25

wut
24 กุมภาพันธ์ 52 19:55
พี่ผมเก่งๆๆ
26

N
20 ธันวาคม 52 14:09
คุณ มิ้น กับคุณ ตาล น่ารักครับผม
27

พี่รอง
9 มิถุนายน 53 16:40
เคยร่วมงานกับน้องปอนด์ น่ารักมาก เป็นกันเองดี ไม่ถือตัวเลย อนาคตไกลแน่นอนครับขอเป็นกำลังใจให้นะครับ ฝากความคิถึงน้องปั๋ม, jb กับ โกเหม่งด้วยครับ
28




Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
พฤศจิกายน 2560
  • 75 ถนนภูเก็ต : ปรัชญาปารามิตาสูตรหฤทัยสูตร (อธิบาย 3)
  • เรื่องจากปก : ชีวิตสร้างได้ ของ อลัน ยิป
  • Business : Bike Sharing…เปลี่ยนทั้งเมือง เปลี่ยนทั้งคน
  • Business : เมื่อกาแฟ...ไม่ใช่แค่เพียงเครื่องดื่ม
  • ห้องรับแขก : เพ็ชร ชั้นเจริญ กับภารกิจใหญ่ในสนามบินภูเก็ต

















Copyright© 2005 - 2017 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink