น้องบีม ปิ่นจินดา ดิลกแพทย์
Text size:
By จอมยุทธ์
Bookmark and Share

Beam,ปิ่นจินดา ดิลกแพทย์ Beam,ปิ่นจินดา ดิลกแพทย์ Beam,ปิ่นจินดา ดิลกแพทย์
Beam,ปิ่นจินดา ดิลกแพทย์ Beam,ปิ่นจินดา ดิลกแพทย์ Beam,ปิ่นจินดา ดิลกแพทย์
Beam,ปิ่นจินดา ดิลกแพทย์ Beam,ปิ่นจินดา ดิลกแพทย์ Beam,ปิ่นจินดา ดิลกแพทย์

เรื่องราวของเยาวชนเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจ ที่เราซึ่งเป็นผู้ใหญ่ควรให้ความสำคัญและให้การส่งเสริม ให้เขาเหล่านั้นไปสู่ความเป็นเลิศ ควบคู่ไปกับการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี มีคุณธรรมในอนาคตวันข้างหน้า ด.ญ.ปิ่นจิดา ดิลกแพทย์ หรือน้องบีม คือเยาวชนคนเก่งคนหนึ่งของจังหวัดภูเก็ต ที่เราภูมิใจนำเสนอเรื่องราวของเธอ น้องบีมเคยเข้ารับ รางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ระดับประถมศึกษา) โรงเรียนขนาดใหญ่ เขตตรวจราชการที่ 10 ประจำปีการศึกษา 2548 ในปีพ.ศ.2548 ซึ่ง ณ ปีนั้น จังหวัดภูเก็ตว่างเว้นจากการได้รับรางวัลพระราชทานฯ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานนี้มานานกว่า 10 ปี และน้องบีม เป็นเยาวชนคนแรกของจังหวัดภูเก็ตในรอบสิบกว่าปีที่ผ่านมานี้ ที่สามารถผ่านเกณฑ์การคัดเลือก จนได้รับรางวัลพระราชทานฯ มาในที่สุด

เล่าให้ฟังถึงที่มาการได้รับรางวัลพระราชทานฯ สักนิด ?
“เริ่มแรกหนูเป็นตัวแทนของโรงเรียนเทศบาลบ้านบางเหนียว ไปแข่งขันกับตัวแทนของเทศบาลอีก 5 โรง จนได้เป็นตัวแทนของโรงเรียนเทศบาลไปแข่งขันในระดับจังหวัด จากนั้นจึงเป็นตัวแทนของระดับจังหวัดไปแข่งขันในระดับภาคใต้เขต 4 ซึ่งการแข่งขันก็จะดูจาก 6 หัวข้อหลักใหญ่ๆ จะมีคณะกรรมการตรวจสอบถึงมาตรฐานต่างๆ สุดท้ายก็จะเป็นการพูด Present ตัวเองให้คณะกรรมการฟังค่ะ”

มีเกณฑ์การตัดสินรางวัลอย่างไร ?
“กรรมการจะพิจารณาจากหัวข้อหลักใหญ่ๆ 2 ข้อ ข้อแรกพิจารณาจาก คุณลักษณะพื้นฐาน ประกอบไปด้วย การศึกษาเล่าเรียน, การมีทักษะในการจัดการและการทำงาน, สุขภาพอนามัย, ความประพฤติ คุณธรรม จริยธรรม, อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม และข้อที่สองพิจารณาในเรื่องของ กิจกรรม / ผลงานดีเด่น ค่ะ”

อะไรที่ทำให้น้องบีมสามารถชนะลิศ จนได้รับรางวัลพระราชทานฯ ?
“หลังจากคณะกรรมการตรวจสอบเอกสารต่างๆ เขาเห็นว่าหนูมีผลการเรียนดีจริง และทำกิจกรรมให้กับโรงเรียนมาตลอด ซึ่งหนูเป็นสภานักเรียนซึ่งทำหน้าที่ให้ข้อมูลกับเพื่อนๆ หน้าเสาธงตอนเช้า, เป็นรองประธานฝ่ายวิชาการ และหนูก็ยังเป็นนักกีฬาว่ายน้ำของโรงเรียนด้วย ในส่วนของสังคมหนูก็ร่วมทำโครงการธนาคารวัสดุรีไซเคิล และยังเป็นโค้ชกีฬาว่ายน้ำให้กับน้องๆวันที่ต้องพูดพรีเซนต์ตัวเอง คณะกรรมการถามว่าภูมิใจกับรางวัลไหนที่สุด หนูก็หยิบเหรียญทองแดงขึ้นมาเหรียญหนึ่ง และตอบว่าหนูภูมิใจกับรางวัลนี้ค่ะ เพราะเป็นรางวัลจากการว่ายน้ำของสระจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ที่หนูทำลายสถิติประเทศได้ หนูภูมิใจมาก (ยิ้ม) คงจะเป็นคุณสมบัติหลายๆ อย่างที่เล่ามา คณะกรรมการจึงตัดสินให้หนูได้รับรางวัลชนะเลิศค่ะ”

ความรู้สึกที่รู้ว่าได้รับรางวัลพระราชทานฯ เป็นอย่างไร ?
“ตอนแรกหนูก็ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ 50 – 50 เครียดเหมือนกัน เพราะช่วงนั้นหนูกำลังเตรียมตัวจะสอบเข้าม.1 ที่โรงเรียนสตรีภูเก็ตด้วย กลัวว่าจะทำได้ไม่ดี แต่ดีที่มีคุณแม่คอยให้กำลังใจตลอด หนูก็เลยคิดว่าทำให้ดีที่สุดแค่นั้นพอ แล้วผลออกมาปรากฏว่าได้ หนูภูมิใจมากค่ะ เพราะปีที่ผ่านมา (ปี 2549) เป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ 60 ปี หนูคิดว่ายังไงก็ต้องทำให้ได้ จะได้ได้รับรางวัลพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” (ยิ้ม)



การที่น้องบีมมีความสามารถที่หลากหลายจนเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาคณะกรรมการจนชนะเลิศนั้นสิ่งเหล่านี้ล้วนก่อเกิดจากแรงสนับสนุนที่มาจากครอบครัวทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนอนาคตให้แก่ลูก การอบรมสั่งสอนต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ คุณตู่ เฉลิมรัตน์ ดิลกแพทย์ คุณแม่ของน้องบีมได้เล่าให้เราฟังว่า“ด้วยความที่พี่เป็นนักธุรกิจ พี่ก็พยายามนำหลักธุรกิจเข้ามาประยุกต์ใช้สั่งสอนลูก อย่างเช่น เรื่องกำไร – ขาดทุน หากเราทำชีวิตตัวเองให้ดีก็เหมือนเรามีกำไร เมื่อเรามีกำไรเราก็พร้อมจะนำกำไรคืนสู่สังคม โดยการนำความสามารถที่เรามีอยู่ไปทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม โดยรวมพี่พยายามจะทำตัวให้เป็นแบบอย่างแก่เขาก่อน โดยคาดหวังให้เขาซึมซับสิ่งต่างๆ เหล่านี้ไปโดยไม่รู้ตัว อย่างเช่น ที่พี่ทำโครงการอยู่ คือการรับเด็กยากจนมาเรียนคอมพิวเตอร์ในโรงเรียนที่พี่ทำธุรกิจอยู่โดยไม่คิดมูลค่า หรือ การที่เขามีความสามารถในการว่ายน้ำก็ให้เขาไปเป็นอาสาสมัครเป็นโค้ชสอนว่ายน้ำให้แก่น้องๆ เป็นต้น ส่วนอนาคตของลูก พี่มองว่าการที่เรามีโอกาสที่ดีก็ควรที่จะหยิบยื่นสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกของเราเต็มที่ อย่างเช่นการให้เขาไปเรียนว่ายน้ำ เรียนเปียโน หรือแม้แต่เรียนพิเศษเพิ่มเติม ก็เพื่อตัวเขาเองทั้งสิ้น ทุกวันนี้โลกมีการแข่งขันมากขึ้น ถ้าเขาเป็นคนที่พร้อมทุกอย่าง เขาจะสามารถเอาตัวรอดภายในสังคมวันข้างหน้าได้”นับเป็นข้อคิดในการเลี้ยงลูกที่ดีที่คุณตู่ใช้เป็นหลักอบรม สั่งสอนน้องบีมให้กลายเป็นเยาวชนคนเก่งดังเช่นทุกวันนี้ก่อนที่จะจากกันน้องบีมได้ฝากให้กำลังใจเพื่อนๆ โดยขอให้ตั้งใจทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด พยายามให้เต็มที่ และอย่ายอมแพ้กับอะไรง่ายๆ “สู้ๆ ค่ะ!”

นี่คือบทสัมภาษณ์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2550 ที่ผ่านมา ปัจจุบัน นางสาวปิ่นจิดา ดิลกแพทย์ กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โครงการวิทย์-คณิต โรงเรียนสตรีภูเก็ต โดยมีผลการศึกษา 4.00 เกือบทุกเทอมที่ผ่านมา และกำลังเตรียมตัวจะสอบเข้ามัธยมศึกษาปีที่ 4 ในปีการศึกษาหน้านี้







 เรื่องอื่น ๆ




กล้า2/1
5 มกราคม 52 15:18
น่ารักมาก อยู่3/2สตรีภูเก็ต ชอบมากคับ
1

กล้า2/1
5 มกราคม 52 15:19
ชอบมาก
2

ฟางฟาง
29 มกราคม 52 20:14
น่ารักค่ะเก่งจิงจิงค่ะ
3

ต้าต้า
29 มกราคม 52 20:16
ชอบมากค่ะเก่ง
4

เจเจ
29 มกราคม 52 20:17
ชอบครับอยากเก่งเหมือนพี่บีม
5

ต้น
29 มกราคม 52 20:19
ชอบมากครับ
6

ผู้น่ารัก
12 มีนาคม 52 1:24:
ชอบค่ะ อยู่ห้องเดียวกัน นิสัยดี เรียนเก่ง แต่บางครั้งคนเราก็ต้องมีข้อไม่ดีอยู่บ้าง แต่ก้อเป็นส่วนน้อยของบีมค่ะ รักบีมตลอดน่ะค๊ะ
7

ตามดาว
14 พฤศจิกายน 52 8:09:
สุดยอด
8

win
13 ธันวาคม 52 9:02:
เมื่อวานเจอตัวจริง แข่งดนตรีชิงตัวแทนภาคใต้ชนะสะด้วย เอาใจช่วยไปคว้ารางวัลระดับประเทศมาฝากคนภูเก็ตด้วยนะ
9




Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
พฤศจิกายน 2560
  • 75 ถนนภูเก็ต : ปรัชญาปารามิตาสูตรหฤทัยสูตร (อธิบาย 3)
  • เรื่องจากปก : ชีวิตสร้างได้ ของ อลัน ยิป
  • Business : Bike Sharing…เปลี่ยนทั้งเมือง เปลี่ยนทั้งคน
  • Business : เมื่อกาแฟ...ไม่ใช่แค่เพียงเครื่องดื่ม
  • ห้องรับแขก : เพ็ชร ชั้นเจริญ กับภารกิจใหญ่ในสนามบินภูเก็ต

















Copyright© 2005 - 2017 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink