กล้ามเนื้ออ่อนแรง กับแนวทางรักษาแบบแผนทางเลือก
Text size:
By กองบรรณาธิการภูเก็ตบูลเลทิน
Bookmark and Share


    เมื่อประมาณช่วงกลางปีผ่านมา หากใครติดตามโซเชียลมีเดียอย่างเฟสบุ้ค ก็คงจะได้เห็นแคมเปญการท้าราดน้ำผสมน้ำแข็งใส่ตัวหรือที่เรียกว่า ไอซ์บัคเก็ตชาเลนจ์ (Ice Bucket Challenge) ที่มีการส่งคำท้าทายกันสนั่นเมือง โดยหลังจากที่คนที่ถูกท้าคนนั้น ราดน้ำแข็งจากถังรดตัวให้เปียกปอนหนาวสั่นแล้ว ก็จะมีการประกาศบริจาคเงินเข้าองค์กรการกุศลต่าง ๆ ตามที่ตัวเองอยากจะบริจาคอีกด้วย

    เรื่องราวเบื้องหลังการทำแคมเปญ ไอซ์บัคเก็ตชาเลนจ์ นี้ มีที่มาจากการที่ พีท เฟรตีส อดีตกัปตันของทีมเบสบอลมหาวิทยาลัยบอสตัน วัย 29 ปี ซึ่งได้ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง แบบ ALS เป็นผู้จุดประกายการท้าทายนี้ เพื่อรณรงค์หาทุนและให้ประชาชนได้ตระหนักถึงโรคนี้ ซึ่งไม่มีทางรักษาหายได้ และเพื่อนของเขาซึ่งก็คือนายคอรีย์ กรีฟฟิน อดีตผู้จัดการของบริษัทการลงทุน เบน แคปิตอล จำกัด ก็ได้ช่วยเปลี่ยนให้กิจกรรม Ice Bucket Challenge เป็นการระดมทุนช่วยเหลือผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงและนำเงินบริจาคให้กับสมาคมเอแอลเอส (ALS Association) ในสหรัฐอเมริกาเพื่อใช้ในการทำการวิจัยและบริการคนไข้โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงนั่นเอง (ข้อมูลจาก http://mcot-web.mcot.net) แต่เมื่อกระแสนี้มาถึงเมืองไทย การท้าทายไอซ์บัคเก็ตชาเลนจ์ก็ได้มีการแตกยอดการบริจาคไปยังองค์กรการกุศลอื่น ๆ อีกอย่างไม่จำกัด เรียกว่า วิธีการนี้เป็นการบอกบุญแบบไฮเทคที่มีประสิทธิภาพดีเยี่ยมกันเลยทีเดียว

    โรคเอแอลเอส (ALS) หรือ Amyotrophic Lateral Sclerosis ที่มีการกล่าวถึงนี้ เป็นโรคที่เกิดจากการเสื่อมสลายของเซลล์ประสาทที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ มีที่มาจากความผิดปกติที่บริเวณแกนสมองและไขสันหลัง ทำให้ผู้ป่วยมีกล้ามเนื้อแขนขาและลำตัวอ่อนแรง กลืนลำบากและพูดไม่ชัด และเนื่องจาก ALS เป็นโรคเรื้อรังที่ทำให้ผู้ป่วยต้องทนทุกข์ทรมาน จึงเป็นโรคที่น่ากลัวมาก และก็เป็นโรคที่ท้าทายแพทย์ในเรื่องการดูแลรักษามากด้วยเช่นกัน

    Wellness Talk ฉบับนี้ เราไม่ได้เจาะลึกลงในรายละเอียดของโรค ALS แต่เราจะมาพูดคุยถึงการรักษาโรคนี้และโรคในกลุ่มเดียวกัน โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนทางเลือกจากโรงพยาบาลสิริโรจน์ พจ. คิงสตัน ซี ฮาว อุย (Dr. Kingston C.H. Ooi, TCM) หรือ คุณหมออุย มาให้ความรู้เกี่ยวกับแนวทางการรักษาในแบบแผนทางเลือกกัน

    คุณหมออุยบอกว่า โรค ALS หรือโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงนี้ เป็นอีกหนึ่งโรคที่อยู่ในกลุ่มของโรคภูมิต้านตนเอง (Autoimmune Disease) ซึ่งในกลุ่มโรคนี้จะมีโรคต่าง ๆ ได้แก่  โรคมัลติเพิล สเคลอโรสิส (multiple sclerosis) หรือ MS, โรคมายอาสทีเนียกราวิส (Myasthenia Gravis) หรือ MG, โรค SLE หรือ Systemic Lupus Erythematosus หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ โรคพุ่มพวงนั่นเอง

    “โรคพวกนี้หาสาเหตุค่อนข้างยาก คืออยู่ดี ๆ คนไข้ก็จะมีการแพ้ภูมิตัวเอง แต่โชคดีอยู่อย่างที่เมืองไทยยังพบผู้ป่วยโรค ALS น้อยอยู่ แต่ MS นี่จะค่อนข้างเจอบ่อย อาการของโรคนี้คือ เมื่อมีการแพ้ภูมิตัวเอง ภูมิต้านทานของเราจะไปทำร้ายส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ซึ่งมันสามารถลงที่ไต สมอง ปอด หรือเส้นประสาทก็ได้ อย่าง ALS ก็จะไปลงที่เส้นประสาทอย่างเดียว ดังนั้นถ้าหมอไม่มีความละเอียดอ่อนในการตรวจ บางครั้งมันมีโอกาสผิดพลาดได้ อย่างอาจจะคิดว่าเป็นโรคปวดหลัง ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่ เพราะภูมิของร่างกายมันไปโจมตีส่วนใดส่วนหนึ่งของกระดูกสันหลังทำให้มีอาการอักเสบ อาจจะบวม หรือปวดหลัง ปวดขา คืออาจจะมีอาการคล้ายกระดูกทับเส้น ซึ่งหากหมอไม่เข้าใจแล้วนำไปผ่าตัด ก็อาจจะทำให้คนไข้พิการไปเลย เพราะการผ่าตัดจะทำให้มีการอักเสบขึ้นมากกว่าเดิม”
คุณหมออุยบอกว่า โรคเหล่านี้ ถึงแม้ตอนนี้จะยังไม่สามารถระบุสาเหตุได้อย่างชัดเจนว่ามาจากอะไรและยังมีการทำวิจัยกันอยู่ แต่จากการศึกษาด้านการแพทย์แผนจีน ก็พบว่ามีการพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับอาการแพ้ภูมิตัวเองซึ่งเกิดจากการทำงานบกพร่องของระบบน้ำเหลือง การสะสมสารพิษต่าง ๆ ในร่างกายอยู่เช่นเดียวกัน

    “สาเหตุหลักของโรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันตามหลักการของแพทย์จีน เกิดจากการที่ธาตุ ‘หยินหยาง’ ไม่สมดุล ส่วนใหญ่พบว่า เกิดจากการที่คนไข้ดำเนินชีวิตประจำวันแบบผิดปกติหรือใช้ยาผิดประเภท การดำเนินชีวิตประจำวันที่ผิดปกติก็อย่างเช่น คนที่นอนดึก ทำงานกะ ทำงานหนัก พักผ่อนน้อยหรือพักผ่อนไม่เป็นเวลา โรคแบบนี้เกิดแน่นอน เพราะปกติเวลาที่นอนหลับต่อมไทมัสของเราก็สร้างตัวภูมิคุ้มกันขึ้นมา แต่พอนอนผิดเวลามันก็จะทำให้หยินหยางของเขาทำงานผิดปกติสลับกัน หรือการกินอาหารประเภทที่มีการตัดแต่งพันธุกรรม (GMO) ก็มีส่วน ดังนั้น จะเห็นว่าคนสมัยนี้เป็นโรค SLE มากขึ้น นี่เป็นประสบการณ์ที่ผมเก็บข้อมูลมาจากคนไข้ที่พบ ซึ่งพอซักประวัติก็จะพบว่ามีการดำเนินชีวิตที่ผิดปกติ เช่น นอนดึก กินดึก อวัยวะในร่างกายไม่มีเวลาพักผ่อน”


    คุณหมออุยอธิบายว่า โดยหลักการแล้ว การป้องกันไม่ให้เกิดอาการของโรคแบบนี้โดยการใช้ชีวิตให้ถูกต้อง รับประทานอาหารให้ถูกหลักและออกกำลังกายนับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่สุด แต่หากเกิดอาการป่วยขึ้นแล้ว การให้การรักษาแก่คนไข้ก็ต้องใช้หลักการปรับสมดุลให้กับร่างกายเขาใหม่อีกครั้ง

    “โรคแบบนี้ทางแพทย์แผนจีนจะเรียกว่า อาการพลังงาน ‘ชี่’ พร่องหรือผิดปกติ คือ พลังงานชี่นี้จะเป็นตัวควบคุมระบบภูมิต้านทานในร่างกาย และนอกจากนี้ คนไข้ก็จะมีธาตุ ‘หยิน’ พร่อง ซึ่งธาตุหยินก็คือระบบน้ำเหลืองในร่างกายของเรานั่นเอง เมื่อ ชี่ และ หยิน พร่อง ดังนั้นหลักของการรักษาก็คือเข้าไปปรับให้มันสมดุล แต่ทั้งนี้เราก็ต้องมาปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตของคนไข้ด้วย ซึ่งปกติเวลาให้การรักษาผมก็จะแนะนำวิธีการปฏิบัติตนใหม่ทั้งเรื่องการนอน การดำเนินชีวิตต่าง ๆ ให้กับคนไข้ไปพร้อม ๆ กัน”

    ดังที่กล่าวในข้างต้นว่า เนื่องจากอาการของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ทั้ง ALS และ MS นั้น อาจจะคล้ายกับอาการปวดทั่ว ๆ ไป ดังนั้น หากผู้ป่วยมีอาการแบบนี้แล้วทานยาไม่หาย ควรจะมีการตรวจดูภูมิต้านทานว่ามีอาการแพ้ภูมิตัวเองหรือไม่ ซึ่งหากได้รับการวินิจฉัยแล้ว ทางทีมแพทย์ของโรงพยาบาลก็จะมีการวางแผนรักษาผู้ป่วยต่อไป

    “ที่นี่เราจะใช้วิธีการรักษาผู้ป่วยทั้งโดยวิธีการแพทย์แผนปัจจุบันและแผนทางเลือก ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับผู้ป่วยด้วยว่ามีความพร้อมในการรักษาหรือไม่ ยกตัวอย่างในการรักษาโรคอย่าง MS คนไข้อาจจะต้องกินยาสเตียรอยด์ไปก่อนเพื่อปรับและฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรงขึ้นมาก่อน จากนั้นก็รักษาทางเลือกเช่น ฝังเข็มไปด้วย”

    คุณหมออุยอธิบายว่า หลักการของการฝังเข็ม ก็คือการปรับระบบหยินหยาง ซึ่งหากปรับให้ ชี่กับหยิน กลับมาได้ปกติแล้ว คนไข้จะเริ่มมีแรงขึ้น การรักษาขั้นต่อไปก็คือการทำกายภาพบำบัดและออกกำลังกายเพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้อส่วนที่เสียไปให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง และนอกจากนี้ ในการรักษาโรคที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้ออ่อนแรงนี้ก็จะมีการให้ยาจีนร่วมด้วย ซึ่งสามารถทานร่วมกับยาแผนปัจจุบันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาอีกด้วย

    “สำหรับระยะเวลาในการรักษาก็ขึ้นอยู่กับอาการ  เช่น คนที่เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงจนถึงขั้นที่ขาไม่มีแรงแล้ว เวลาในการฟื้นฟูก็ต้องใช้เวลานาน อาจจะแปดเดือนหรือหนึ่งปี แต่ถ้าบางคนที่เพิ่งเริ่มต้น เช่น นิ้วแค่หนึ่งนิ้วหรือสองนิ้วไม่มีแรง แบบนี้ก็จะใช้ระยะเวลาในการรักษาไม่นาน เพราะเส้นประสาททุกอย่างที่เสียไปจากการที่ถูกภูมิคุ้มกันทำลายก็จะต้องถูกกระตุ้นให้สร้างตัวเองขึ้นมาใหม่ให้สามารถควบคุมร่างกายได้อีกครั้ง”

    การรักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงโดยใช้หลักการแพทย์แผนทางเลือกหรือการแพทย์แผนจีนไม่ได้มีในทุกโรงพยาบาล หากแต่ก็เป็นวิธีการที่มีประสิทธิผลและเป็นอีกทางเลือกที่ทางทีมแพทย์ของโรงพยาบาลสิริโรจน์ได้คัดสรรทีมงานแพทย์ผู้เชี่ยวชาญไว้โดยเฉพาะ ซึ่งการใช้หลักการแพทย์แผนทางเลือกโดยเน้นการฝังเข็มในการรักษาคนไข้นั้น นอกจากจะได้ผลดีกับอาการของโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทและระบบสมอง ซึ่งได้แก่ อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคปวดหลัง ปวดบ่า ไหล่ ไมเกรน ภาวะความเครียดต่าง ๆ นอนไม่หลับหรือ Office Syndrome แล้ว ยังใช้กับการฟื้นฟูกล้ามเนื้อของคนไข้เด็กที่มีอาการสมองพิการ (Celebral Pulsy) ไม่ว่าจะเป็นมาแต่กำเนิด แพ้วัคซีน แพ้ยาหรือจากอุบัติเหตุอีกด้วย และอีกเรื่องที่คุณหมอบอกว่าสามารถนำไปรักษาอย่างได้ผลดีคือ ภาวะการมีบุตรยาก

    “หลักการ Harmony คือหัวใจหลักที่สำคัญของแพทย์แผนจีน คือเน้นการปรับสมดุลทุกอย่าง ซึ่งหลักการ Harmony นี้ไม่ได้มีประโยชน์แค่ในการรักษาคนไข้หรือประโยชน์ทางการแพทย์เท่านั้น แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งกับทุกเรื่องในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงเรื่องของการใช้ชีวิต การทำงาน การเข้าสังคมและครอบครัว เพราะทุกอย่างต้องมีความสมดุลจึงจะทำให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข” คุณหมออุยทิ้งท้าย

    ทราบอย่างนี้แล้ว หากไม่ต้องการให้โรคร้ายใด ๆ มาเบียดเบียน ก็ลองหันมาดูแลสุขภาพกันให้มากขึ้น เริ่มตั้งแต่การปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิตประจำวันให้เหมาะสมและสมดุลกันนะคะ... สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องดูแลตัวเองค่ะ





 เรื่องอื่น ๆ




ศิณิชา สุขแก้ว
23 พฤศจิกายน 59 15:08
คุณแม่เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอแอลเอส สนใจรักษา อยากรู้รายละเอียด ค่าใช้จ่าย รบกวนช่วยแจ้งรายละเอียดหน่อยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
1

หฤทัย ฟาง
10 มิถุนายน 60 19:58
มีญาติป่วยเป็นโรคALS อยากได้ข้อมูลการรักษาคะ
2

Wannisa
2 กรกฎาคม 60 6:54:
อยากสอบถามข้อมูลคะ ตอนนี้หนูกำลังเป็น
3

Thawatchai silungpracha
7 กรกฎาคม 60 14:48
รบกวนรายละเอียดการรักษาครับ
4

Woracharan
7 สิงหาคม 60 15:25
เป็นมานาน 8เดือนแล้วค่ะรบกวนขอข้อมูลค่ะ
5




Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
พฤศจิกายน 2560
  • 75 ถนนภูเก็ต : ปรัชญาปารามิตาสูตรหฤทัยสูตร (อธิบาย 3)
  • เรื่องจากปก : ชีวิตสร้างได้ ของ อลัน ยิป
  • Business : Bike Sharing…เปลี่ยนทั้งเมือง เปลี่ยนทั้งคน
  • Business : เมื่อกาแฟ...ไม่ใช่แค่เพียงเครื่องดื่ม
  • ห้องรับแขก : เพ็ชร ชั้นเจริญ กับภารกิจใหญ่ในสนามบินภูเก็ต

















Copyright© 2005 - 2017 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink