เงือกสาวผู้หลงรักอันดามัน
Text size:
By กองบรรณาธิการเว็บไซต์
Bookmark and Share


เงือกสาวผู้หลงรักอันดามัน
มีนิทานเจ้าหญิงเจ้าชายมากมายที่เราเคยฟังตั้งแต่เด็ก เรื่องราวอันแสนโรแมนติกที่ยังคงจำได้ และเชื่อว่าหลายคนคงเคยมีความฝันอยากจะเป็นเจ้าหญิงแบบนั้นบ้าง เฉกเช่นในเรื่องนางเงือกแสนสวยที่แหวกว่ายสะบัดหางกับฝูงมัจฉานานาพันธ์ ใต้ท้องธารมหาสมุทร ความฝันอย่างนี้ก็คงยังเป็นความฝันสำหรับเรา ๆ ท่าน ๆ แต่ไม่ใช่สำหรับสาวเยอรมันที่มีดีกรีนางงามคนนี้   “แคทริน เฟลตัน” หรือ “แคท”



หลังจากแคทจบไฮสคูลก็ได้เริ่มลองงานใหม่ ๆ โดยเริ่มจากงานถ่ายแบบ และจนวันหนึ่งได้ตัดสินใจเข้าร่วมการประกวดนางงามในปี 2006 เพราะความสนุก และอยากลอง ผลก็คือเธอได้รับตำแหน่ง ‘Miss Lower Saxony’ และ ‘Miss Germany International’ อันเป็นการประกวดระดับประเทศ “เพียงอยากทำอะไรสนุก ๆ  ฉันเห็นเพื่อนคนหนึ่งไปประกวดถ่ายภาพและชนะการประกวดทางทีวี รูปที่ถ่ายออกมาสวยมาก ฉันเลยอยากได้รูปแบบนั้นบ้างก็เลยหาช่างภาพทางกูเกิ้ล อยากลองถ่ายเฉย ๆ แค่ไม่กี่ภาพแบบไม่ได้จริงจังอะไร เพราะฉันไม่เคยคิดว่าจะเป็นนางแบบ หลังจากนั้น... ฉันก็เห็นมีประกาศรับสมัครประกวดนางงาม ฉันเลยคุยกับเพื่อนๆ ว่าเราลองไปประกวดกันดูมั้ยแค่สนุก ๆ แต่ปรากฏว่าฉันชนะการประกวดจนเป็นตัวแทนของเมืองที่ฉันอยู่ เลยได้ไปประกวดในระดับประเทศจนผลสุดท้ายประกาศรางวัลออกมาว่าฉันได้เป็นผู้ชนะ ฉันรู้สึกแปลกใจมากเพราะฉันขึ้นเวทีประกวดแค่สามครั้งในขณะที่ผู้เข้าประกวดคนอื่นๆ เขาผ่านเวทีมาเป็น 20-30 ครั้ง” แม้ประสบการณ์น้อยจนไม่น่าเชื่อว่าจะได้ตำแหน่งมา แต่ความเป็นตัวตนของแคทคือเสน่ห์ที่ทุกคนลงมติเป็นเอกฉันท์ให้รับตำแหน่งนี้ และอีกในหลายเวทีการประกวดอย่างเช่น ‘German Bridal Model 2006’และ ‘Queen of the World Germany 2007’



นอกจากรางวัล และประสบการณ์มากมายที่ได้จากการประกวดนางงามแล้วนั้น เธอยังได้ค้นพบตัวเองที่ทำให้มาเป็น ‘นางเงือกแคท’ อย่างเต็มตัวเมื่อครั้งที่ได้เข้าร่วมประกวดนางงามของ ‘The SeaStar Discovery’ งานนี้ไม่ได้ใช้แค่ความสวยหากแต่ยังต้องใช้ความแกร่งและความกล้าด้วย ถือได้ว่าเข้าทางเลย หลังจากต้องเข้ารับการแข่งขันและทดสอบร่วมกับเพื่อน ๆ จากหลายประเทศนับพันคน เธอได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 5 ของสาวงามที่ได้ไปปฏิบัติภารกิจสุดท้ายที่ประเทศจาไมก้า และก่อนที่จะได้ไป เหล่าสาวงามต้องจบหลักสูตรการดำน้ำในระดับ ‘Open Water’ ที่อุณหภูมิน้ำ 8 องศาเซลเซียส และนั่นก็นับว่าเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าทีเดียว เธอได้กลายเป็นหนึ่งในสามคนสุดท้ายที่ได้ไปประกวด และท้ายที่สุดก็คว้าตำแหน่ง ‘SeaStar Girl 2008’ มาครอง ตำแหน่งนี้ถือว่าเป็นการการันตีที่นำไปสู่วงการนางแบบที่ต้องเดินทางไปทั่วโลกอย่างจริงจัง และต่อมาเธอได้พบรักกับชายหนุ่มคนหนึ่ง



“ฉันกับสเปนเซอร์เฟลตัน (สามี) เราพบกันที่ฮันโนเวอร์ และคบหาดูใจกันห้าสัปดาห์ แล้วจดทะเบียนกันแบบเงียบ ๆ ด้วยความที่เราชอบอะไรที่เป็นธรรมชาติเหมือนกัน เราทั้งคู่จึงตัดสินใจทิ้งประเทศยุโรป เก็บกระเป๋า กระโดดขึ้นเครื่อง โดยมีจุดหมายที่กรุงเทพฯ เราใช้ชีวิตแบบแบ็คแพ็คไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หกสัปดาห์ ก่อนจะจบการเดินทางเราใช้ชีวิตด้วยกันแปดเดือนที่ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ในช่วงนั้นชีวิตและการเดินทางของเราทั้งคู่โดนติตตามถ่ายทำเป็นเรื่องราวในปี 2011 ทางช่อง VOX ในรายการ ‘Goodbye Deutschland’ ช่วงที่เราอยู่ประเทศออสเตรเลียเราช่วยกันหาเงินเพื่อการกุศลให้กับ ‘UNICEF’ และไปเรียนหัดดำน้ำจนตัดสินใจเป็นครูสอนดำน้ำกัน” และแล้วก็มาถึงจุดเปลี่ยนเมื่อครั้งที่วีซ่าหมดอายุ ทั้งคู่จึงย้ายมาที่จังหวัดภูเก็ตด้วยความคิดเพียงแค่จะแวะเข้ามาเฉย ๆ เหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไป แต่ปรากฏว่าทั้งคู่กลับตกหลุมรัก และหลงเสน่ห์ของเมืองภูเก็ต จึงตัดสินใจย้ายมาตั้งถิ่นฐานอย่างจริงจัง



แม้จะไม่ค่อยมีประสบการณ์ใต้น้ำเพียงพอ แต่ทั้งคู่ต่างก็รักการเป็นครูสอนดำน้ำ ดังนั้นจึงตัดสินใจเรียนดำน้ำเพื่อสร้างทักษะการดำน้ำแบบอิสระที่‘We Freedive’ เพราะที่นี้มีหลักสูตรดำน้ำแบบไม่ใช้เครื่องช่วยหายใจ (Free Diving) ที่นี่ทำให้แคทได้สัมผัสโลกใต้น้ำมากขึ้นกว่าเดิม มันทำให้เธอหวนนึกถึงความฝันในสมัยเด็กที่อยากเป็นนางเงือก ถึงแม้เวลาจะผ่านมานานจนโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ความฝันนั้นยังคงอยู่ภายในใจลึก ๆ เธอเลยเอาโอกาสนี้ทำความฝันให้เป็นจริง เริ่มจากสั่งหางเงือกอันแรกทางอินเตอร์เน็ต เมื่อได้ลองสวมมัน... นางเงือกแคทก็ได้ถือกำเนิดขึ้นทันที 

“ฉันเรียน และฝึกดำน้ำมากว่า 3 ปี จนมาเป็นครูฝึกดำน้ำโดยไม่ใช้เครื่องช่วยหายใจ ตอนนี้ฉันมีนางเงือกเป็นร้อยคนที่ผ่านหลักสูตรไปจากฉัน เพราะฉันเปิดเวิร์คช็อปนางเงือกเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นที่มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเร็ว ๆ นี้ฉันกำลังจะไปเปิดสอนที่เยอรมันนี และยังได้รับการติดต่อจากออสเตรเลียอีกด้วย มีนางเงือกที่ทำงานให้ฉันหลายคน ซึ่งงานส่วนใหญ่จะเป็นงานถ่ายแบบ งานอีเว้นท์ต่าง ๆ และงานวันเกิดเด็ก” ด้วยเป็นคนที่มีความตั้งใจทำงานสูง งานที่ออกมาจึงมีคุณภาพ และสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า  ‘นางเงือกแคท (Mermaid Kat)’  จึงเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น



“นางเงือกที่มาเรียนกับฉันสามารถกลั้นหายใจใต้น้ำได้นานพอสมควร แต่สำหรับตัวฉันเองสามารถกลั้นหายใจได้นาน 3 นาทีกว่า สามารถดำน้ำได้ลึกประมาณ 20 เมตร นางเงือกที่ฉันมีอยู่ตอนนี้อาจจะยังไม่มีใครดำได้ลึกขนาดฉัน แต่พวกเขาเป็นนางเงือกที่มีประสบการณ์ เพราะแต่ละคนเป็นนักดำน้ำ และเป็นครูสอนดำน้ำ ดังนั้นพวกเขาจึงรู้ทักษะการเคลื่อนไหวใต้น้ำเป็นอย่างดี คนที่ติดต่อเข้ามายอมจ่ายในราคาที่ฉันตั้งไว้ เพราะพวกเขารู้ว่าจะได้งานที่มีคุณภาพสมกับราคาแน่นอน และฉันก็ไม่ทำให้พวกเขาผิดหวัง”

สำหรับการเตรียมตัวเพื่อเป็นนางเงือกนั้นต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับเงือกมือใหม่ ที่สำคัญต้องรู้จักวิธี และจังหวะการหายใจ เมื่อมาเรียนเป็นนางเงือก แคทจะสอนการหายใจที่จะทำให้ร่างกายผ่อนคลายเมื่ออยู่ใต้น้ำในชุดนางเงือก “สำหรับค่าเรียน เวิร์คช็อปเงือก ที่ฉันเปิดสอนก็ไม่แพง ใช้เวลาแค่สองวันเท่านั้น วันแรกเรียนทฤษฎี และลงสระน้ำ ส่วนวันที่สองก็ลงทะเลจริง” ภายใต้แบรนด์นางเงือกแคทที่นอกจากสอนดำน้ำแล้วนั้น เธอยังมีร้านค้าออนไลน์ขายอุปกรณ์เกี่ยวกับนางเงือกที่ประเทศเยอรมันนีโดยออกแบบครีบและหางนางเงือกเอง ซึ่งแต่ละรุ่นก่อนจะออกมาวางจำหน่าย เธอจะทดลองสวมใส่ และแหวกว่ายใต้น้ำก่อนทุกครั้ง “แรงบันดาลใจที่ทำให้ฉันเปิดเวิร์คช็อปสอนเงือก และเปิดร้านขายอุปกรณ์สำหรับนางเงือก เกิดจากที่ฉันอยากเป็นนางเงือกมากแต่ไม่สามารถหาซื้อหางเงือกดี ๆ ที่สมจริง และเหมาะกับฉันได้ แล้วอีกอย่างฉันเป็นนักดำน้ำ เป็นนางแบบมืออาชีพ ฉันก็อยากได้งานที่เป็นมืออาชีพ และออกมาดี ฉันเลยทำเอง และมันก็ช่วยเติมเต็มความฝันให้กับคนอีกหลายคนด้วย สำหรับหางนางเงือกที่ฉันทำอยู่ จะเป็นวัสดุแบบเดียวกับชุดว่ายน้ำ แต่ฉันกำลังจะทำหางเงือกแบบซิลิโคนซึ่งจะเหมือนจริงมาก เราคงได้เห็นเร็ว ๆ นี้ ซึ่งตอนนี้กระแสนางเงือกกำลังเป็นที่นิยมมาก ในประเทศเยอรมันนีมีคลับนางเงือก และมีโชว์ต่างๆ เกี่ยวกับนางเงือกมากมาย นอกจากลูกค้าที่เป็นผู้หญิงแล้ว ฉันยังมีลูกค้าที่เป็นผู้ชายอีกด้วย”



ความฝันที่เป็นจริงของแคท และชีวิตที่รักธรรมชาติเช่นเดียวกับสเปนเซอร์(สามี) ทำให้เขาทั้งคู่รักทุกอย่างที่เกี่ยวกับทะเล และทำทุกอย่างเพื่อโลกใต้น้ำ โดยการให้ความร่วมมือ และสนับสนุนหน่วยงานที่ดูแลปกป้องสัตว์และคุ้มครองสิ่งแวดล้อมเสมอ อีกทั้งยังร่วมเป็นสมาชิกก่อตั้งองค์กรพิทักษ์ฉลามขึ้นมาโดยใช้ชื่อว่า ‘Shark Chance eV’ อย่างเช่นงาน ‘Swim for Sharks’ แคทกับเพื่อนนางเงือกทั้งหมดหกคนแหวกว่ายในแท้งค์น้ำกับปลาฉลามที่ ‘Underwater World’ พัทยา เพื่อต้องการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับฉลาม สัตว์ทะเลที่ทุกคนเชื่อว่าดุร้าย แต่สำหรับเธอ ฉลามเป็นสัตว์ที่สวยงาม และเป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างสรรค์มาให้คู่กับทะเล “เราทำเพื่อให้คนรู้สึกว่าฉลามไม่ใช่สัตว์ดุร้ายกินคน โปรโมทภาพพจน์ที่ดีให้ฉลามให้คนเห็นว่า ดูสิ... เรายังว่ายน้ำกับฉลามได้เลย มันไม่กัดเราซักหน่อย มันไม่ใช่สัตว์ดุร้ายอย่างที่คุณคิดเลย” หลังจากนั้นทั้งคู่ยังร่วมทำงานใกล้ชิดกับองค์กรดำน้ำ ‘The Dive Tribe’ และในเวลาต่อมาก็ร่วมทำโครงการ ‘Project AWARE’ ที่ช่วยดูแลรักษาความสะอาดของชายหาดและท้องทะเลทั่วโลก โดยการถ่ายรูปรณรงค์ให้รักษาสภาพแวดล้อมทางทะเล งานนี้ถ่ายทำที่จังหวัดภูเก็ต อีกทั้งยังได้ร่วมทำงานกับ ‘PADI’ อันเป็นองค์กรที่ดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อม ไปทำแคมเปญที่ประเทศบาหลี เกี่ยวกับการรักษาความสะอาดบนชายหาด และโครงการพิทักษ์ปลากระเบนราหู สำหรับที่จังหวัดภูเก็ตนี้เธอได้ร่วมทำโครงการทำความสะอาดทะเลและชายหาดเพิ่มเติม โดยมีจุดประสงค์เพื่อจะให้คนเห็นปริมาณขยะที่ทิ้งลงชายหาดและลงทะเล ว่าทุกวันนี้มีมากขนาดไหน “คนใช้ถุงพลาสติกเยอะมาก ใช้ในสิ่งที่ไม่จำเป็น ฉันอยากให้ทุกคนลดการใช้ถุงพลาสติกลง เมื่อใช้แล้วก็นำกลับมาใช้ซ้ำอีก หรือนำไปรีไซเคิล ลองคิดดูว่าถ้าคนหนึ่งคนลดการใช้ถุงวันละใบ เดือนหนึ่งขยะพวกถุงพลาสติกก็ลดไปสามสิบใบ ปีละสามร้อยกว่าใบ ถือว่าเป็นจำนวนไม่น้อยเลย ฉันพูดตามตรงนะว่า ฉันไม่ค่อยชอบดำน้ำที่นี่เท่าไหร่ เพราะทุกอย่างมันไปหมดแล้ว คนที่นี่ไม่สนใจรักษาทะเลไม่ดูแลสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังมีการลากอวนจับปลาอยู่ และจับทุกอย่างในทะเลแม้แต่ปลาโลมา เต่า ปลาฉลาม ปลากระเบนราหู ทุกคนลองสังเกตดูสิว่าตอนนี้เวลาเดินที่ตามชายหาดต่าง ๆ จะเห็นปลาทะเลขายมากมาย เวลาทานไม่หมด หรือขายไม่หมดก็ทิ้ง แล้วสัตว์ในทะเลก็ลดน้อยลงจนทุกวันนี้ทะเลแทบจะไม่มีสัตว์แล้ว ฉันเป็นมังสวิรัติจะไม่ทานเนื้อสัตว์ ถึงแม้สเปนเซอร์จะไม่เป็นมังสวิรัติแต่เขาก็จะเลี่ยงไม่ทานปลา เพราะเราทั้งคู่มีความคิดเหมือนกันว่า การทานสัตว์เหล่านั้นเหมือนเป็นการสนับสนุนให้คนจับปลามากขึ้น เขาจะทานปลาเฉพาะเวลาที่เราทั้งคู่ออกทะเล หรือค้างแรมกลางทะเลเท่านั้น ตั้งแต่ทะเลถูกทำลายจากสึนามิ เหล่าปะการังถูกทำลายจนเสื่อมสภาพ แน่นอนปัญหาบางส่วนเกิดจากธุรกิจดำน้ำด้วยเหมือนกัน หลายสิ่งหลายอย่างในทะเลกำลังจะหมดไป เมื่อก่อนเพื่อนฉันเคยเล่าให้ฟังว่า เขาเคยเห็นปลาฉลามที่สิมิลัน ตั้งแต่ฉันมาอยู่ภูเก็ตฉันเคยเห็นปลากระเบนราหูแค่สองครั้งตั้งแต่ดำน้ำมา และไม่เคยเจอฉลามเลย เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย และน่าเป็นห่วงมาก”ถึงแม้จะเป็นเรื่องยากที่จะอธิบายให้ใครหลาย ๆ คนเข้าใจว่าควรจะช่วยดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมของบ้านเมืองเขาเอง ว่าจะมีผลกระทบอะไรหลายอย่างตามมาหลังจากนั้น “คนบนเรือสูบบุหรี่แล้วทิ้งก้นบุหรี่ลงทะเล เวลาที่ฉันบอกว่าอย่าทิ้งเพราะสัตว์ทะเลจะกิน พวกเขาก็ดูไม่สนใจ คนที่นี่ดูเหมือนไม่สนใจในสิ่งแวดล้อมเลย มันมีผลกระทบอย่างมาก ทั้งเรื่องการท่องเที่ยว และการประมง ต่อไปถ้าไม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวก็จะลำบาก คนก็ไม่อยากมาเที่ยวที่นี่อีก เพราะมันไม่มีอะไรน่าเที่ยว ทะเลไม่สะอาด ไม่มีสัตว์ทะเลอีกต่อไป ทุกอย่างเดือดร้อนกันไปหมด ฉันอยากเห็นคนไทยใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากกว่านี้ ซึ่งตอนนี้ฉันก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่ฉันทำอยู่จะช่วยได้มากแค่ไหน แต่ฉันก็พยายามทำอย่างดีที่สุด”



นางเงือกแคท คือ นางเงือกตัวจริงเสียงจริงในโลกความจริง ที่ยังคงแหวกว่ายไปในท้องทะเลในชุดเงือกแสนสวยอันน่าตื่นตาตื่นใจ เพื่อรณรงค์ให้โลกเห็นว่า ต้องมาร่วมกันอนุรักษ์ความสวยงามของท้องทะเลและชีวิตใต้ทะเลไว้ตั้งแต่เดี๋ยวนี้ก่อนที่มันจะสายเกินไป ด้วยความหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนไม่ให้มีการฆ่าและทำร้ายอย่างโหดเหี้ยมทารุณ กับสิ่งมีชีวิตที่สวยงามอันใกล้สูญพันธุ์เหล่านั้น



“ฉันเป็นคนรักปลาฉลาม ชอบความงามของมัน และอยากเจอมันให้มากขึ้น ฉันเป็นห่วงธรรมชาติ กลัวมันจะหมดไป เวลาที่ฉันไปงานวันเกิดเด็ก ๆ ฉันก็นำแผ่นชาร์ตที่เกี่ยวกับทะเลไปด้วย ไปอธิบายให้เด็ก ๆ ฟังว่า นางเงือกที่อยู่ในทะเลกำลังเดือดร้อนเพราะคนทิ้งขยะลงทะเล ทำให้ทะเลสกปรก สิ่งเหล่านี้จะทำให้เด็ก ๆ ซึมซับและช่วยกันดูแลรักษาปกป้องท้องทะเล และสิ่งแวดล้อมบนโลกใบนี้ ฉันอยากให้คนสนใจสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น ไม่อย่างนั้นจะเป็นเหมือนเพลงที่ฉันเคยแต่งเองตอนเด็ก ๆ เป็นภาษาเยอรมัน เป็นเพลงที่เกี่ยวกับธรรมชาติ ที่ทำไมนกมีน้อยลง เพราะคนตัดต้นไม้ หาเงินจากการตัดต้นไม้ มนุษย์ทำลายธรรมชาติ จนวันสุดท้ายไม่มีต้นไม้เหลือเลย ไม่มีปลาเหลือเลย และถึงวันนั้น คนจะรู้ว่า ‘แม้เงินก็จะไม่เหลือความสำคัญ หากทุกอย่างหมดสิ้นไปแล้ว’ ”

 





 เรื่องอื่น ๆ







Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
มิถุนายน 2560
  • 75 ถนนภูเก็ต : ถ้อยคำแท้จริง ที่โคยะซัง
  • เรื่องจากปก : ไมเคิล ซี วู้ดฟอร์ด กับภารกิจช่วยชีวิตผู้คนบนท้องถนน
  • Business : เที่ยวแบบ Unique บนความเป็น Small luxury resort with e-co friendly concept ที่ Crest Resort & Pool V
  • Business : สมาคมโรงแรมภูเก็ต Phuket Hotel Association
  • ห้องรับแขก : นพ.วิวัฒน์ ศีตมโนชญ์ หัวเรือใหญ่ในการป้องกันแก้ไข อุบัติภัยบนท้องถนน

















Copyright© 2005 - 2017 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink