ปั่นเปลี่ยนชีวิต
Text size:
By กองบรรณาธิการภูเก็ตบูลเลทิน
Bookmark and Share


    ทุกวันนี้จักรยานได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจากคนทุกเพศทุกวัย แฟชั่นการปั่นจักรยานดูเหมือนจะอินเทรนด์ทั่วเกาะภูเก็ตอยู่มากเลยทีเดียว การปั่นจักรยานนอกจากจะได้ทั้งความสนุกสนาน ได้สังคมแล้ว ยังนับว่าเป็นการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีอีกวิธีหนึ่งด้วย และด้วยกระแสที่แรงขึ้นเรื่อย ๆ ของการปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ คอลัมน์ Wellness Talk ฉบับนี้ จึงขอนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการปั่นจักรยานของบุคคล 2 ท่าน ให้คุณผู้อ่านได้สัมผัส ‘ ปั่นเปลี่ยนชีวิต ’ ของพวกเขา

    คุณโต้ง - เอกพล ธารสิริโรจน์ หนุ่มวัย 36 ปี กรรมการผู้จัดการโรงพยาบาลสิริโรจน์ ผู้มีใจรักในสองล้อปั่นอย่างจักรยานมาตั้งแต่เด็ก

    “ก่อนหน้าที่ผมจะปั่นจักรยานแบบจริงจังนั้น ก็ถือว่าเป็นคนไม่ค่อยออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาสักเท่าไหร่ แต่เริ่มแรกที่มาปั่นจักรยานก็เพราะชอบมาตั้งแต่เด็ก จนวันหนึ่งผมได้ซื้อจักรยานพับมาคันหนึ่งจากเว็บไซต์ แล้วก็เลยเอามาลองปั่นดู เมื่อผมได้ลองปั่นออกไปข้างนอก ก็ไปเจอกลุ่มคนที่เขาปั่นกันแบบจริงจัง ผมเลยเริ่มรู้สึกว่าอยากลองหาจักรยานประเภทเสือหมอบมาปั่นดูบ้าง&rdquo และคุณโต้งก็ตัดสินใจซื้อจักรยานเสือหมอบคันใหม่มาเริ่มปั่นไปเรื่อย ๆ

    การเริ่มต้นจากสิ่งที่ตนเองชอบ นำไปสู่การเข้ากลุ่มมีเพื่อนฝูงมากมาย ที่นอกจากจะได้มิตรภาพแล้ว คุณโต้งยังได้สุขภาพที่ดีขึ้นมาอีกด้วย สังเกตได้จากอาการภูมิแพ้ที่เคยรบกวนชีวิตประจำวันมาตลอดนั้นได้หายไป

    “ตั้งแต่ผมเริ่มปั่นจักรยานในช่วงแรก ๆ นั้นก็ยังไม่ได้สังเกตว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่พอได้เริ่มปั่นจริงจังเมื่อประมาณสัก 3 ปีก่อน ผมก็สังเกตว่า อาการภูมิแพ้ ประเภทแพ้อากาศตอนเช้า ๆ หรืออากาศที่มันชื้น ๆ เดี๋ยวนี้แทบจะไม่มีเลย ส่วนเรื่องสุขภาพโดยรวม ก็ถือได้ว่าดีขึ้น เพราะเวลาตรวจร่างกาย ชีพจรก็จะช้าลง เพราะว่าได้ออกกำลังกาย การปั่นจักรยาน หรือการออกกำลังกายมันทำให้เรามีร่างกายแข็งแรงและสมองก็ปลอดโปร่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้เรารู้จักแบ่งเวลาในการใช้ชีวิตอีกด้วย เพราะเราจะเริ่มรู้ไปเองว่า เวลาที่เราใช้ไปแต่ละวัน ควรจะเป็นเวลาที่นำไปใช้ในกิจกรรมที่สร้างสรรค์มากขึ้น ดีกว่าการนอน ดู นั่งดูทีวีเฉย ๆ”

    แม้ตารางงานในตำแหน่งผู้บริหารอย่างคุณโต้งจะค่อนข้างแน่นเอี้ยด แต่เขาก็ยังสามารถจัดสรรเวลาในการปั่นจักรยานกับเรื่องงานได้อย่างดีเยี่ยม

    “ผมไม่เชิงเซ็ตเป็นกิจกรรมที่ต้องมีเวลาแน่นอนตายตัว แต่ถ้ามีเวลาก็จะออกไปปั่น อย่างวันจันทร์ – ศุกร์ ผมก็จะปั่นตอนเย็นสลับกับการปั่นในตอนเช้าบ้าง ไม่ได้ถึงขั้นขี่จริงจังจนต้องได้รางวัลอะไร เอาเป็นว่าถ้าไม่ติดเรื่องงานหรือครอบครัวก็จะไป มีบ้างที่นัดเพื่อน ๆ ร่วมก๊วนไปออกทริปในวันหยุด เช่น นัดกันปั่นจากในเมืองไปสะพานสารสิน หรือปั่นไปตามที่ต่าง ๆ ในจังหวัด หรือถ้ามีการแข่งขันสมัครเล่นก็ไปร่วมบ้างสนุก ๆ เคยปั่นไกลสุดก็ประมาณ 150 กิโลเมตร จากในตัวเมืองภูเก็ตไปถึงท้ายเหมือง แล้วก็กลับ สำหรับผมการปั่นเสือหมอบสนุกมากเวลาอยู่บนถนน ตอนนี้ผมมีจักรยานเสือหมอบอยู่ 2 คัน ผมเคยไปแข่งไตรกีฬาแบบแท็คทีมครั้งหนึ่ง โดยมี ผอ. โรงพยาบาล ไปวิ่ง เพื่อนอีกคนว่ายน้ำ และผมปั่นจักรยาน ก็สนุกดีครับ ปีนี้ก็ตั้งใจว่างานไตรกีฬาที่ลากูน่า อาจจะไปลงแข่งอีกครั้ง”

    ด้วยความที่คุณโต้งปั่นจักรยานมาค่อนข้างนานจึงทำให้มีเพื่อนฝูงที่ชอบการปั่นที่รู้จักกันเกือบหมด จนมีการตั้งกลุ่มนัดแนะกันใน Facebook ที่มีชื่อว่า Phuket Cycling สำหรับคนภูเก็ตที่ชอบในความเร็วของสองล้อปั่นขับเคลื่อน ซึ่งในเพจนี้จะมีคนปั่นจักรยานหลากหลายประเภทแล้วแต่ความชอบ ไม่ว่าจะเป็นจักรยานพับได้ จักรยานเสือหมอบ จักรยานเสือภูเขา ฯลฯ มาพูดคุย นัดแนะออกทริป รวมทั้งให้คำปรึกษาแนะนำมือใหม่หัดปั่นอีกด้วย

    “จักรยานมีข้อดีตรงที่เป็นกีฬาที่ไม่ได้ใช้ร่างกายรุนแรงมาก และถ้ามาปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพอย่างจริงจัง ก็จะสามารถช่วยปรับการใช้ชีวิตของเราเองอย่างอัตโนมัติ แต่ก็อยากให้ทุกคนที่สนใจลองก่อนว่าชอบหรือไม่ อาจจะลองไปยืมจักรยานใครมาปั่นดูก่อน จะได้รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วเราชอบหรือเปล่า เพราะหากชอบจริงๆ ก็จะทำให้มีความสุขกับมันมากขึ้นแล้วก็จะเป็นแรงผลักให้อยากปั่นขึ้นไปเรื่อย ๆ”

    การออกกำลังกายไปพร้อมกับได้สูดอากาศสดชื่น ได้ท่องเที่ยวชมทัศนียภาพรอบข้างไปพร้อมกันด้วยการปั่นจักรยานนับว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะช่วยให้ระบบหายใจสามารถแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนเพื่อนำไปสร้างเม็ดเลือดขาวในกระแสเลือดให้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้อารมณ์ดีจากการเพิ่มของระดับฮอร์โมนเอนดอร์ฟินแล้ว การปั่นจักรยานยังจะช่วยเผาผลาญไขมันได้อย่างดีเยี่ยม

    นักปั่นอีกคนที่พบกับการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของเขาอย่างเห็นได้ชัดเจน

    คุณศักดิ์ - กิตติศักดิ์ อุดมทรัพย์ หนุ่มวัย 34 ที่รักการออกกำลังกาย แต่กลับพบปัญหาเรื่องของหัวเข่าจากการเล่นแบดมินตัน บวกกับผลการตรวจสุขภาพ ทำให้เขาหันมาปั่นจักรยานตามคำแนะนำจากเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งแทน

    “ก่อนหน้านั้นผมเล่นแบดมินตันอยู่ประมาณ 3 ปี ตอนนั้นหัวเข่ามีปัญหาจนต้องใส่ซัพพอร์ตเพราะว่ามันปวดมาก หมอบอกว่าถ้าฝืนเล่นต่ออาจจะต้องผ่าตัด ก็เลยเปลี่ยนมาปั่นจักรยานแทน ในปีแรก ผมก็ไม่ได้เอาจริงเอาจังอะไรมากมาย แค่ปั่นเพื่อความสนุก แต่ตอนนั้นผมเป็นโรคความดันอยู่ด้วย อัตราการเต้นของหัวใจค่อนข้างสูงกว่าปกติ คุณหมอก็แนะนำว่าให้ออกกำลังกายและคุมอาหาร ซึ่งเดิมทีผมก็ชอบการออกกำลังกายอยู่แล้ว ก็เลยหันมาปั่นจักรยานหนักขึ้น จนทำให้อัตราการเต้นของหัวใจดีขึ้น พร้อม ๆ กับรูปร่างของผมที่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน น้ำหนักผมเริ่มลดลงเรื่อย ๆ จากที่เคยหนักสูงสุด 105 กิโลกรัม ตอนนี้ลงมาเหลือ 89 กิโลกรัมแล้ว และนอกจากนี้ปัญหาเรื่องหัวเข่าและอาการเหนื่อยง่ายก็หายไปด้วย”

    เนื่องจากการปั่นจักรยานช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญไขมันส่วนเกินในร่างกาย แต่มันไม่ได้เผาผลาญแค่เฉพาะตอนที่เราปั่น คนที่ปั่นจักรยานเป็นประจำจะมีสภาวะ “After Burn” หรือเผาผลาญไขมันส่วนเกินต่อเนื่องหลังจากลงจากจักรยานแล้วต่อไปอีก 2 - 3 ชั่วโมง ซึ่งโดยรวมแล้วการเผาผลาญหลังการปั่นอาจจะมากกว่าระหว่างปั่นอีกด้วยซ้ำ

    “ผมออกกำลังกายพร้อมกับควบคุมเรื่องการกิน โดยใช้วิธีคุมอาหารด้วยแต่ไม่ใช้วีธีการอด เพราะผมเคยลดน้ำหนักแบบอดอาหารมาแล้วแต่ไม่ได้ช่วยอะไร แถมไม่ดีต่อร่างกายด้วย ผมจะลดจำพวกแป้งแต่เน้นโปรตีน ไม่กินอาหารทอด ลดน้ำตาล โดยส่วนตัวเป็นคนชอบกิน ถ้าเราอด เราก็จะหมดกำลังใจที่จะออกกำลังกายและทำได้ไม่นาน ผมจะใช้วิธีการคำนวณแคลลอรี่ควบคู่ไปด้วย อย่างจะเปรียบเทียบถ้าเรากินไอติมหนึ่งก้อน 300 แคลลอรี่ กับข้าวหนึ่งจานมีแคลลอรี่เกือบ 300 ซึ่งปริมาณอาหารต่างกันเยอะ เราก็จะเลือกกินอะไรที่ทำให้อิ่มมากกว่า”

    ประโยชน์จากการปั่นจักรยานมีมากมาย แต่สำหรับคุณศักดิ์ที่นอกจากได้เรื่องสุขภาพ และรูปร่างที่ดีขึ้นแล้วนั้น  ยังได้มีเพื่อนมากขึ้นมีความสุขมากขึ้น สังคมการปั่นจักรยานในเมืองไทยค่อนข้างจะอบอุ่นและเป็นมิตร เห็นนักปั่นด้วยกันก็จะกวักมือทักทายกัน และหากใครมีปัญหาก็จะช่วยเหลือกัน ส่วนเรื่องอุปกรณ์นั้น คุณศักดิ์ฝากไว้ว่า

    “หมวกกันน็อคเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ถ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมาหัวของเราจะต้องเซฟก่อน ส่วนเรื่องถุงมือก็สำคัญเวลาเกิดอุบัติเหตุขึ้นมานั้น เราก็ยังสามารถเซฟมือได้ดี เรื่องชุดก็แล้วแต่กำลังทรัพย์ โดยเฉพาะกางเกงที่มีซัพพอร์ท เพราะถ้าเราปั่นจักรยานระยะทางธรรมดาสัก 20 กิโลเมตร ถ้ากางเกงไม่มีซัพพอร์ทเราก็จะไม่สนุกแล้ว เพราะมันจะรู้สึกเจ็บ พอเราเจ็บแล้วเราก็ไม่อยากปั่น ฉะนั้นอุปกรณ์จะทำให้เราปั่นได้ไกล และสนุกมากขึ้น”

    ประโยชน์จากการปั่นจักรยานมีมากมายหลายข้อน่าสนใจ เรามาดูกันว่ามีอะไรบ้าง
    1. ช่วยให้เรานอนหลับลึกกว่าเดิม โดยเฉพาะการปั่นจักรยานในตอนเช้าทุก ๆ วันละ 20 - 30 นาที จะช่วยลดปัญหาการนอนไม่หลับ และทำให้ตอนกลางคืนนอนหลับสนิทได้เร็วขึ้นเกือบ 1 ชั่วโมง
    2. ช่วยให้หน้าตาดูอ่อนวัยกว่าเดิม เพราะเมื่อเราปั่นจักรยานนั้นมันจะช่วยให้ร่างกายลำเลียงอ๊อกซิเจน สารอาหาร และช่วยขับถ่ายสารพิษในร่างกายได้มีประสิทธิภาพขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการผลิตสารคอลลาเจน ที่ช่วยลดรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า แถมมีหน้าตาอิ่มเอิบและผิวพรรณสดใส
    3. ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น การปั่นจักรยานจะช่วยกระตุ้นให้อาหารไหลผ่านลำไส้ได้เร็วกว่า ซึ่งช่วยลดการดูดซับน้ำในลำไส้ใหญ่ ทำให้เราถ่ายได้คล่องขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการหายใจและอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งเพิ่มกำลังในการบีบรัดตัวของลำไส้ ช่วยให้เราไม่รู้สึกอึดอัดหลังการทานอาหาร และป้องกันโรคมะเร็งลำไส้อีกด้วย
    4. เพิ่มประสิทธิภาพสมอง เพราะว่าการปั่นจักรยานช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์สมองในส่วน Hippocampus เป็นส่วนที่ใช้บันทึกความจำซึ่งจะเสื่อมอย่างรวดเร็วหลังอายุ 30 ฉะนั้นการปั่นจึงช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้เป็นอย่างดี
    5. สุขภาพโดยรวมแข็งแรงขึ้น สำหรับคนที่ปั่นจักรยานอย่างน้อย 30 นาทีเป็นเวลา 5 วันต่อสัปดาห์มีโอกาสป่วยน้อยกว่าคนที่ไม่ออกกำลังกายเลยกว่าเท่าตัว
    6. อายุยืนยาว มีการทดสอบฝาแฝดกว่า 2,400 คู่ พบว่าแฝดคนที่ปั่นจักรยานแค่ 45 นาทีเพียง 3 ครั้งต่อสัปดาห์จะมีอายุยืนยาวกว่าคู่แฝดที่ไม่ออกกำลังกายกว่า 9 ปีโดยเฉลี่ย เพราะการปั่นจักรยานพัฒนาระบบเลือดและระบบหายใจ ช่วยลดโรคความดัน โรคอ้วน มะเร็งประเภทต่าง ๆ โดยร่างกายจะมีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูรักษาตัวเองมากขึ้น
    7. พิทักษ์โลก พื้นที่ในการจอดรถยนต์ 1 คัน สามารถใช้จอดจักรยานได้กว่า 10 คัน เราใช้วัตถุดิบและสารเคมีต่าง ๆ และพลังงานในการผลิตจักรยาน 1 คันน้อยกว่าการผลิตรถยนต์ถึง 5 เท่า และจักรยานไม่ก่อมลพิษร้ายต่อโลก
    8. เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ การปั่นจักรยานช่วยพัฒนาระบบหมุนเวียนเลือด ซึ่งผลข้างเคียงคือเพิ่มความต้องการทางเพศ ผลการศึกษาพบว่านักกีฬาจักรยานมีสมรรถภาพทางเพศเหมือนกับคนที่อายุอ่อนกว่า 4 - 5 ปี นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ชายที่อายุมากกว่า 50 ปีที่ปั่นจักรยานเป็นประจำช่วยลดความเสี่ยงอาการ “นกเขาไม่ขัน” ได้กว่า 30%
    9. ทำงานได้ดีขึ้น คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ มักจะทำงานได้มีประสิทธิภาพดีกว่าคนที่ไม่ออกกำลังกาย นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจ ความมุ่งมั่นในการทำงาน และช่วยให้รับมือกับความเครียดจากการทำงานได้ดีขึ้นด้วย
    10. ลดอาการเหนื่อยล้าและความเครียด บางครั้งที่เหนื่อยล้า รู้สึกหม่นหมองไม่อยากทำอะไร การออกไปปั่นจักรยานรับอากาศบริสุทธิ์จะช่วยให้สดชื่นขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ เห็นอย่างนี้แล้ว ใครที่อยากเปลี่ยนชีวิตด้วยการปั่น จะลองไปถอยจักรยานซักคันมาเริ่มปั่นดู ก็อาจจะพบประสบการณ์เปลี่ยนชีวิตเช่นเดียวกับคุณโต้งและคุณศักดิ์บ้างก็ได้นะคะ


ขอขอบคุณภาพประกอบจาก
คุณเอกพล ธารสิริโรจน์, คุณกิตติศักดิ์ อุดมทรัพย์


ข้อมูลประโยชน์จากการปั่น http://www.duckingtiger.com





 เรื่องอื่น ๆ




ati
25 มกราคม 58 17:41
มีประโยชน์และเป็นแรงบันดาลใจคนทั่วไป มีกำลังใจปั่น สุขภาพคือสิ่งทีซื้อไม่ได้จริง ผมคนหนึ่งที่อายุเริ่มมากขึ้นแต่กำลังเริ่มถอยลง พอหันมาปั่นอย่างจริงจัง ประมาณ 4 เดือน ความระแวงเรื่องโรคร้ายก็ค่อยทุเลาลง จะปั่นต่อไป
1




Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
พฤศจิกายน 2560
  • 75 ถนนภูเก็ต : ปรัชญาปารามิตาสูตรหฤทัยสูตร (อธิบาย 3)
  • เรื่องจากปก : ชีวิตสร้างได้ ของ อลัน ยิป
  • Business : Bike Sharing…เปลี่ยนทั้งเมือง เปลี่ยนทั้งคน
  • Business : เมื่อกาแฟ...ไม่ใช่แค่เพียงเครื่องดื่ม
  • ห้องรับแขก : เพ็ชร ชั้นเจริญ กับภารกิจใหญ่ในสนามบินภูเก็ต

















Copyright© 2005 - 2017 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink