เรื่องไม่เล็กของคู่รักคู่สมรส
Text size:
By กองบรรณาธิการภูเก็ตบูลเลทิน
Bookmark and Share


    มีรายงานว่า อีก 16 ปี ‘สว.’ หรือ ‘ผู้สูงวัย’ เมืองไทยจะครองเมือง......  

    ...ขณะนี้ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จากประชากรทั้งหมด 64.5 ล้านคน เรามีผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 9.4 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 14.5 ของประชากรทั้งประเทศ คาดว่าภายในปี 2568 ไทยจะก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) จำนวนผู้สูงอายุจะมีประมาณ 14.4 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นเกินร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด (ข้อมูลจาก ไทยรัฐออนไลน์ 19 มี.ค. 2557)

    หลายประเทศ เช่น สิงคโปร์และจีน ต่างก็ตระหนักถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นเมื่อประเทศของตนจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุ ต่างก็ออกมารณรงค์ให้ประชากรเร่งผลิตทายาทกันโดยใช้แคมเปญต่าง ๆ นานา เพราะกลัวว่าต่อไป จำนวนประชากรวัยทำงานจะน้อยกว่าประชากรอาวุโสซึ่งจะทำให้เกิดผลกระทบต่อประเทศในด้านต่าง ๆ อีกมากมาย

    บ้านเราก็เช่นกัน ปัจจุบันมีจำนวน ‘เด็กเกิดใหม่’ น้อยลงเรื่อย ๆ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ให้เหตุผลไว้ว่า เป็นผลของความไม่สมดุลกันระหว่างจำนวนผู้หญิงกับผู้ชาย มีผลให้การจับคู่แต่งงานยากขึ้น นอกจากนี้ ผู้หญิงสมัยใหม่จำนวนมาก มีการศึกษาสูง มีความสามารถในการทำงานและมุ่งมั่นสร้างความก้าวหน้าในอาชีพการงาน ได้เลือกการดำเนินชีวิตอย่างอิสระโดยไม่แต่งงาน ไม่อยากมีคู่ให้เป็นภาระ และจากการที่ผู้หญิงเป็นโสดมากขึ้น หรือเมื่อแต่งงานแล้วมีลูกน้อยลง ทำให้จำนวนเกิดของประชากรไทยในแต่ละปีลดน้อยลงมาก

    นอกจากนี้ ‘ภาวะการมีบุตรยาก’ ที่พบได้เพิ่มขึ้นในปัจจุบันในคู่สมรสที่อยากมีบุตร ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อัตราการเกิดของประชากรไทยต่ำลง Wellness Talk ฉบับนี้ จึงได้หาข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากให้คู่รักคู่สมรสที่กำลังประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้ได้ทราบกัน โดยมี นายแพทย์กิตติพันธ์ ตันติวิท ผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีเวช โรงพยาบาลมิชชั่นภูเก็ต เป็นผู้ให้รายละเอียดในเรื่องนี้กันอย่างเปิดเผย

    ภาวะการมีบุตรยาก (Infertility) คือ ภาวะที่คู่สมรสที่มีความสัมพันธ์ทางเพศกันสม่ำเสมอโดยไม่ได้คุมกำเนิด ไม่สามารถที่จะมีบุตรได้เองตามธรรมชาติในระยะเวลาอย่างน้อย 1 ปี

    สาเหตุของการมีบุตรยากเกิดได้จากปัญหาทั้งทางฝ่ายชายและฝ่ายหญิงใกล้เคียงกัน คือ ร้อยละ 30 - 40 และไม่พบสาเหตุอีกประมาณร้อยละ 10

    สำหรับสาเหตุของฝ่ายหญิงที่มีบุตรยากอาจจะเกิดจาก ภาวะไม่ตกไข่ ปัญหาทางระบบสรีระของผู้หญิง เช่น ท่อนำไข่ตัน โพรงมดลูกตัน และมีโรคประจำตัว เช่น ไทรอยด์ โรค SLE รวมทั้งรับประทานยามากชนิด ส่วนสาเหตุของฝ่ายชายที่ส่งผลให้มีบุตรยาก คือ ปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศ ฮอร์โมนไม่เพียงพอ และลูกอัณฑะผิดปกติ เป็นต้น

    ดังนั้น การสืบค้นหาสาเหตุจึงต้องทำทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย โดยเริ่มจากการซักประวัติ ตรวจร่างกายทั่วไป ตรวจภายใน ตรวจเลือด หรือตรวจพิเศษ เช่น การฉีดสีดูโพรงมดลูก การดูความเสี่ยงจากการได้รับสารเคมี การสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า และยาเสพติด ส่วนฝ่ายชายยังต้องมีการตรวจเบาหวาน  ตรวจว่ามีอาการปวดเจ็บบริเวณลูกอัณฑะหรือไม่ รวมทั้งตรวจระบบอวัยวะสืบพันธ์ และตรวจเชื้ออสุจิอีกด้วย

    “การตรวจเชื้ออสุจิสำหรับฝ่ายชายเป็นหนึ่งในวิธีการเช็คความผิดปกติของผู้ที่มีบุตรยาก ซึ่งหลักการก็คือเช็คคุณภาพและปริมาณของน้ำเชื้อของคุณผู้ชาย ก่อนการตรวจ ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และพฤติกรรมที่จะทำให้น้ำเชื้อน้อยลง งดการหลั่งอสุจิและการมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 2 - 3 วันหรือไม่เกิน 7 วันก่อนมาตรวจ ซึ่งจะรู้ผลการตรวจภายใน 30 นาที”

    ดังที่ได้กล่าวไว้แล้วว่า สาเหตุของการมีบุตรยากเกิดจากฝ่ายหญิงร้อยละ 40 เท่าๆ กับสาเหตุที่เกิดจากฝ่ายชาย และเกิดจากปัจจัยร่วมกันของทั้งสองฝ่ายถึงร้อยละ 20 คุณหมอกิตติพันธ์ ย้ำไว้เลยว่า ‘ห้ามโทษกัน’ แต่ควรจับมือทำความเข้าใจและหาวิธีการร่วมกันจะดีกว่า

    “การตรวจหาสาเหตุที่ทำให้มีบุตรยากในฝ่ายหญิงนั้น ค่อนข้างจะยุ่งยากกว่าและใช้เวลานานกว่าและมีโอกาสเจ็บตัวมากกว่าฝ่ายชาย ในขณะที่การหาสาเหตุของฝ่ายชายนั้น แม้จะไม่ยุ่งยากเท่า แต่ก็มักจะหาสาเหตุไม่ค่อยพบและรักษาได้ยากกว่าเช่นกัน”

     การฉีดสีตรวจโพรงมดลูกและท่อนำไข่ในฝ่ายหญิงมีการศึกษาวิจัยมานาน วิธีการก็คือ ต้องฉีดน้ำยาที่เป็นสารทึบแสงผ่านเข้าไปในโพรงมดลูกและท่อนำไข่ จากนั้นก็ทำการเอกซเรย์ดูว่าสีที่ฉีดผ่านออกจากส่วนปลายของท่อนำไข่ได้หรือไม่ วิธีการนี้ ไม่มีอันตรายใด ๆ ทั้งสิ้น และเป็นการตรวจมาตรฐานในการรักษาการมีบุตรยากสำหรับผู้หญิงที่จำเป็นต้องทำอีกด้วย

    “ผลหลังจากการกระทำดังกล่าว ผู้หญิง 1 ใน 3 คน เกิดการตั้งครรภ์ขึ้นโดยที่ยังไม่ได้รับการรักษาวิธีอื่นเลย ซึ่งอาจจะอธิบายได้ว่า เป็นเพราะน้ำยาได้ไปชะล้างทำความสะอาดโพรงมดลูกและท่อนำไข่ ซึ่งอาจจะมีอะไรมาอุดอยู่ จึงทำให้บริเวณที่อุดตันเล็ก ๆ น้อยๆ นั้นเปิดออกและทำให้อสุจิสามารถเดินทางไปปฏิสนธิกับไข่ได้”

     สำหรับฝ่ายชายที่ต้องการให้น้ำเชื้อมีคุณภาพดีนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ดูแลสุขภาพตัวเองโดยการออกกำลังกาย เพราะจะทำให้ฮอร์โมนเพศที่เป็นตัวกระตุ้นสร้างน้ำเชื้อหลั่งออกมา รวมทั้งควรพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่นอนดึกเกินไป เพราะฮอร์โมนที่จะกระตุ้นให้สร้างน้ำเชื้อนั้นจะหลั่งประมาณตี 2 - ตี 3 ถ้าช่วงเวลานี้ยังไม่ได้นอนเพื่อพักผ่อน ฮอร์โมนก็จะไม่หลั่ง หรือจะทำให้มีการสร้างฮอร์โมนได้น้อย และอีกอย่างที่ควรหยุดคือการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ และยาเสพติดต่าง ๆ เพราะจะทำให้มีการสร้างตัวอสุจิได้น้อยลง แต่สำหรับในบางคนที่มีไลฟ์สไตล์ที่ไม่อาจปฏิบัติได้นั้น คุณหมอแนะนำให้ทานผัก ผลไม้ที่มีวิตามินบีรวม หรืออาหารที่มีธาตุสังกะสี เพราะจะช่วยให้น้ำเชื้อมีคุณภาพดีขึ้น

    ทุกอย่างบนโลกนี้มีหลักการ มีทฤษฎีในตัวของมันเอง แม้แต่เรื่องการตั้งครรภ์มีบุตรก็เช่นกัน
“หลักการเบื้องต้นสำหรับคู่รักที่เข้าข่ายการมีบุตรยากแต่ต้องการมีบุตรนั้น ควรจะมีเพศสัมพันธ์วันเว้นวัน หรือทุกวัน โดยเฉพาะช่วงที่มีการตกไข่ (คำนวณจากวันที่14 นับจากระดูมาวันแรก) ซึ่งโอกาสตั้งครรภ์จะมีร้อยละ 33 - 37 หลังจากมีเพศสัมพันธ์แล้ว ฝ่ายหญิงควรอยู่ในท่านอนหงายต่ออีกประมาณ 30 นาที ฝ่ายหญิงควรดูแลสุขภาพของตนเอง ควรตรวจภายในเพื่อรักษาภาวะตกขาวที่ผิดปกติ งดสูบบุหรี่ ดื่มเหล้าและใช้ยาจิตเวชหรือยาแก้อักเสบ เพราะจะทำให้ตั้งครรภ์ยาก และควรควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพราะความอ้วนส่งผลทำให้ร่างกายระงับการตกไข่ได้”

    หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมฝ่ายหญิงจึงต้องนอนต่ออีกครึ่งชั่วโมงหลังจากร่วมรักเสร็จแล้ว คุณหมอได้ให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า สำหรับในคู่รักที่เข้าข่ายภาวะมีบุตรยากนั้น ถือว่าจำเป็นมาก เนื่องจากน้ำอสุจิที่หลั่งออกมาใหม่ ๆ จะมีลักษณะเป็นวุ้นข้น ๆ ซึ่งตามปกติแล้วน้ำอสุจิที่เป็นวุ้นจะละลายเป็นน้ำในเวลาประมาณ 15 - 30 นาทีหลังจากที่ได้หลั่งออกมาจากฝ่ายชาย เมื่อน้ำอสุจิละลายเป็นน้ำแล้ว ตัวอสุจิก็จะสามารถเคลื่อนไหวแหวกว่ายหาทางเข้าไปภายในปากมดลูก เพื่อเดินทางผ่านโพรงมดลูกไปผสมกับไข่ที่ตกมารออยู่ในท่อนำไข่ต่อไปได้ และถ้าจะให้ดี ท่านอนในขณะร่วมเพศก็มีความสำคัญเช่นกัน ผู้หญิงที่อยากตั้งครรภ์เร็ว ๆ ควรจะนอนในท่านอนหงายยกสะโพก โดยมีหมอนหนุนมารองบริเวณสะโพกเพื่อยกช่วงกลางลำตัวให้สูงขึ้น แล้วชันขาทั้ง 2 ข้างขึ้นพร้อมกับแยกหัวเข่าออกจากกันเล็กน้อย เมื่อได้ท่าที่พร้อมแล้วก็เริ่มให้ฝ่ายชายร่วมรักในท่าดังกล่าว และหลั่งน้ำอสุจิไว้ภายในตามปกติ เพราะท่านี้จะได้เก็บขังน้ำอสุจิได้ในปริมาณที่มากขึ้น และทำให้โอกาสการตั้งครรภ์เป็นไปได้ค่อนข้างสูง

    ความจำเป็นในการเก็บน้ำเชื้อของฝ่ายชายไว้นาน ๆ ก่อนวันที่ฝ่ายหญิงไข่ตกแล้วถึงปลดปล่อยออกมานั้น ถือได้ว่าเป็นความเข้าใจผิดอย่างแรง และไม่ควรยึดถือปฏิบัติเป็นอย่างยิ่ง เพราะทฤษฎีจริง ๆ มีอยู่ว่า ถ้าไม่คอยปลดปล่อยออก การผลิตตัวอสุจิจะลดลง เพราะร่างกายคิดว่าไม่จำเป็นต้องใช้ แต่ในขณะเดียวกันถ้าใช้งานเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ ร่างกายก็จะเพิ่มกำลังการผลิตมากขึ้นตามไปด้วย ฉะนั้นการร่วมรักให้มีบุตรจึงจำเป็นที่ต้องกระทำอย่างสม่ำเสมอ อย่ารอที่จะร่วมรักกันเฉพาะแค่วันที่ฝ่ายหญิงไข่ตกเท่านั้น เพราะประสิทธิภาพของการมีบุตรจะลดลง

    ท่านชายหลายคนอาจจะพบปัญหาอวัยวะเพศไม่แข็งตัวหรือแข็งตัวไม่เต็มที่จนต้องพึ่งพาตัวช่วย อย่างเช่น ‘ไวอากร้า’ บางคนอาจจะสงสัยว่าเมื่อทานแล้วจะมีผลข้างเคียงต่อน้ำเชื้อหรือไม่ คุณหมอยืนยันว่า ยาไวอากร้าไม่ส่งผลข้างเคียงกับน้ำเชื้อของฝ่ายชาย สามารถทานได้เพื่อช่วยในการแข็งตัว

    และท้ายที่สุดแล้ว หากมีการตรวจพบว่า คู่สมรสฝ่ายชายเป็นหมัน ทางออกสุดท้ายหากทั้งคู่ตกลงปลงใจร่วมกันว่า ยังอยากจะมีลูกอยู่ ก็คือ การขอบริจาคสเปิร์มจากธนาคารอสุจิ หรือ สเปิร์มแบงค์ ซึ่งในการนี้ทั้งผู้รับบริจาคและผู้บริจาค จะไม่รู้ว่าต่างฝ่ายเป็นใคร โดยสเปิร์มที่ได้รับบริจาคมานั้น ถือว่าเป็นสเปิร์มคุณภาพดีเพราะผู้บริจาคสเปิร์มได้ถูกคัดกรองมาเป็นอย่างดีเช่นกัน

    นิยามที่ทางการแพทย์ที่อยากให้คู่สมรสทำ ก็คือ ‘การเฝ้าสังเกต’ หมายถึง ถ้าอยู่ด้วยกันหนึ่งปี โดยที่ไม่คุมกำเนิด มีเพศสัมพันธ์ปกติ แต่ยังไม่มีลูก ถือว่าผิดปกติ ควรเร่งพบแพทย์เพื่อปรึกษาและรับการตรวจแต่เนิ่น ๆ เพราะมีบางคู่ที่คิดว่าไม่มีอะไร แต่พอถึงเวลาที่อายุมากขึ้นไปแล้ว ปัญหาก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย    ส่วนเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้มีโอกาสมีบุตรก็ไม่ยากหรือซับซ้อนอะไร เพียงแค่มีการร่วมรักกับคู่รักกันอย่างมีความสุข อย่าคิดร่วมรักกันเพราะแค่อยากจะมีบุตรเท่านั้น การร่วมรักกันอย่างมีความสุขสมนั้น จะทำให้มีการหลั่งสารเคมีแห่งความสุขออกมาทำให้เกิดการผ่อนคลายหายเครียด นอนหลับฝันดี และยังทำให้ฮอร์โมนที่ช่วยระบบการเจริญพันธุ์หลั่งออกมาดีขึ้นด้วย ซึ่งจะช่วยให้เกิดการตั้งครรภ์ได้ง่ายขึ้นเป็นผลพลอยได้อีกทางหนึ่งด้วย





 เรื่องอื่น ๆ







Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
พฤศจิกายน 2560
  • 75 ถนนภูเก็ต : ปรัชญาปารามิตาสูตรหฤทัยสูตร (อธิบาย 3)
  • เรื่องจากปก : ชีวิตสร้างได้ ของ อลัน ยิป
  • Business : Bike Sharing…เปลี่ยนทั้งเมือง เปลี่ยนทั้งคน
  • Business : เมื่อกาแฟ...ไม่ใช่แค่เพียงเครื่องดื่ม
  • ห้องรับแขก : เพ็ชร ชั้นเจริญ กับภารกิจใหญ่ในสนามบินภูเก็ต

















Copyright© 2005 - 2017 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink