กลิ่นปาก... เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรละเลย
Text size:
By กองบรรณาธิการภูเก็ตบูลเลทิน
Bookmark and Share


    กลิ่นปาก เป็นสิ่งไม่พึงประสงค์ของทุกคน และคงมีหลายท่านไม่น้อยที่ประสบปัญหากลิ่นปากหรือปากมีกลิ่นไม่สะอาดเวลาที่พูดหรือหายใจออกมา การมีกลิ่นปากนั้น นอกจากเป็นปัญหาของตนเองแล้ว ยังก่อให้เกิดปัญหากับคนใกล้ชิดหรือคนรอบข้าง นอกจากนี้ กลิ่นปากอันไม่พึงประสงค์อาจส่งผลต่อบุคลิกภาพ ทำให้หมดความมั่นใจในการเข้าสังคมเมื่อจำเป็นต้องพบปะกับผู้คนในโอกาสต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเราไม่รู้ตัวว่าตัวเองมีกลิ่นปากที่ไม่น่าเข้าใกล้ด้วยแล้ว จะยิ่งทำลายภาพลักษณ์ของเรายิ่งขึ้นไปอีก

    แล้วท่านพอจะทราบหรือไม่ว่าจริง ๆ แล้วนั้น กลิ่นปากมีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง กลิ่นปากสะท้อนอะไรเกี่ยวกับสุขภาพของเรา และเรามีวิธีจัดการกับกลิ่นปากอย่างไร โอกาสนี้เราจึงได้ ทพ .วสันต์ วัธนศักดิ์ ทันตแพทย์ประจำโรงพยาบาลมิชชั่น จังหวัดภูเก็ตมาให้ข้อมูล และแบ่งปันข้อมูลดี ๆ ที่หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบถึงปัญหาที่แท้จริงเกี่ยวกับเรื่องนี้กัน

    กลิ่นปาก ภาษาทางการแพทย์เรียกว่า ‘ Halitosis ’ เป็นสภาวะที่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมาจากบริเวณช่องปาก โดยมักเป็นอาการที่บ่งบอกถึงสภาวะที่มีโรคในช่องปาก เช่น โรคฟันผุ โรคปริทันต์ (รำมะนาด) และการมีตุ่มหนอง โรคทางระบบ อาทิเช่น การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ โรคเบาหวาน ไตวาย และสภาวะเครียด ซึ่งสาเหตุหลักของกลิ่นอันไม่พึงประสงค์เหล่านี้ แท้ที่จริงแล้วมาจากสารจำพวกกำมะถันที่มีการระเหยออกมา หรือทางการแพทย์เรียกว่า ‘ Volatile Sulfur Compound’ เรียกสั้น ๆ ว่า ‘VSC’ ซึ่งเป็นของเสียอันเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่สามารถพบได้ในหลาย ๆ บริเวณในช่องปาก ไม่ว่าจะเป็นตามร่องเหงือก ซอกฟัน ปุ่มบริเวณลิ้น เยื้อบุช่องปาก และในน้ำลาย

    โดยมากแล้วสาร VSC จะเกิดจากการที่แบคทีเรียในช่องปากย่อยสลายโปรตีนที่มีกรดอะมิโน และมีกำมะถันเป็นองค์ประกอบ แต่ในสภาวะที่ช่องปากมีการเคลื่อนไหวของลิ้น และกล้ามเนื้อบริเวณแก้มมากในช่วงกลางวัน จะกระตุ้นให้มีการหลั่งน้ำลายค่อนข้างมาก ซึ่งในน้ำลายนั้นเองจะมีองค์ประกอบของโปรตีนที่เป็นสารตั้งต้นให้เกิดการย่อยสลายโปรตีนของแบคทีเรีย แล้วก่อให้เกิดของเสียในรูปสาร VSC อย่างไรก็ดีปริมาณน้ำลายที่มากพอจนหล่อเลี้ยงเยื้อบุช่องปากให้ชุ่มชื้น จะทำหน้าที่เหมือนเป็นสารเคลือบที่จะยับยั้งไม่ให้ VSC ระเหยปะปนออกมากับลมหายใจทางปาก

    หลายท่านคงจะมีปัญหากับกลิ่นปากในตอนเช้า หรือที่ฝรั่งมักเรียกกันว่า ‘Morning Breath’ กลิ่นปากยามเช้านั้นเป็นผลพวงจากการที่เรานอนหลับ กล้ามเนื้อบริเวณช่องปาก และลิ้นของเรามักจะมีการเคลื่อนไหวน้อย ประกอบกับปัญหาการนอนอ้าปากที่มักพบในผู้คนจำนวนมาก สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้ปริมาณการหลั่งน้ำลายลดลงเมื่อเทียบกับกลางวัน เป็นเหตุให้น้ำลายที่เคลือบเยื่อบุช่องปากเบาบาง ของเสียจากการย่อยสลายโปรตีนของเชื้อแบคทีเรียจึงระเหยออกมาพร้อมกับลมหายใจได้มากขึ้นในตอนเช้าที่เราตื่นนอน    โดยเฉพาะพฤติกรรมเสี่ยง อย่างเช่นการสูบบุหรี่ หรือการดื่มสุราที่สามารถทำให้ติดสุราเรื้อรังในอนาคตได้นั้น ล้วนมีผลต่อการเกิดกลิ่นปาก โดยมีหลายงานวิจัยพบว่าการสูบบุหรี่มีผลต่อการลดลงของปริมาณน้ำลาย และการติดสุราเรื้อรังจนต้องมีการบำบัดโดยใช้ยา ‘ Disulfiram ’ ก็จะทำให้มีการขับกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ออกมาได้ นอกจากนี้ยาที่ใช้รักษาอาการปวดแน่นหัวใจ เช่น ‘Isosorbidedinitrate’ ก็สามารถส่งผลต่อโอกาสที่จะมีกลิ่นปากได้สูงเช่นกัน

    ส่วนอาหารการกิน ก็มีหลายชนิดที่เราบริโภคแล้ว อาจส่งผลต่อการมีกลิ่นปากได้เช่นกัน อย่างอาหารจำพวกที่มีหัวหอม กระเทียม และเครื่องเทศต่าง ๆ เป็นส่วนประกอบ เพราะอาหารเหล่านี้เมื่อผ่านการดูดซึมในลำไส้เล็ก จะถูกเปลี่ยนแปลงอีกทีในตับแล้วเกิดการย่อยสลายจนเป็นสาร VSC ซึ่งสารนี้จะสามารถแทรกซึมไปตามกระแสเลือด และเดินทางไปสู่ปอด ก่อนจะระเหยออกมากับอากาศที่ขับออกมาจากปอดในลักษณะกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ แต่อาหารที่กลิ่นฉุนมากอย่างกระเทียม กลิ่นอันไม่พึงประสงค์สามารถเกิดขึ้นได้ทันทีภายในช่องปากหลังรับประทานเข้าไปแล้ว    นอกจากพฤติกรรม และอาหารการกินที่ส่งผลให้เกิดกลิ่นปากแล้วนั้น ยังมีโรคทางระบบอื่น ๆ ที่อาจส่งผลให้เกิดกลิ่นปากได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นการเกิดแผล หรือการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เช่นกรณีเป็นฝีในปอด มะเร็งปอด หรือการเป็นโรคเบาหวานที่มักทำให้มีลมหายใจกลิ่นคล้าย ๆ ผลไม้ หรือศัพท์ทางการแพทย์เรียกว่า ‘Fruity Smell’ หรือการเกิดสภาวะไตวายที่อาจส่งผลให้กลิ่นปากคล้ายกับปัสสาวะเรียกว่า ‘Ammonia’

    อย่างไรก็ตามวิธีแก้ไขปัญหาอย่างง่ายเบื้องต้นสำหรับผู้ที่มีปัญหากลิ่นปากก็ไม่ได้ยากเกินกว่าที่จะปฏิบัติในชีวิตประจำวัน การดื่มน้ำหลังตื่นนอนจะช่วยแก้ไขปัญหากลิ่นปากในยามเช้าได้เป็นอย่างดีแน่นอน เพราะการดื่มน้ำนั้น นอกจากจะทำให้สดชื่นแล้ว ยังเป็นการหล่อลื่นเยื่อบุช่องปาก และเป็นการกระตุ้นให้มีการหลั่งน้ำลายมากขึ้น ที่สำคัญการหมั่นแปรงฟันอย่างถูกต้องให้ได้อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ร่วมกับการแปรงลิ้น และใช้ไหมขัดฟันหลังแปรงฟันจะช่วยกำจัดคราบ ‘Biofilm’ ที่มีแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของกลิ่นปาก และเป็นวิธีที่ถือว่าสำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้ และเพื่อลมหายใจที่สดชื่นมากขึ้น อาจใช้น้ำยาบ้วนปากด้วยก็ได้

    “กลิ่นปากไม่ได้เพียงเป็นตัวชี้วัดถึงสุขภาพช่องปากของตัวท่านเอง แต่ยังเป็นตัวชี้วัดถึงสุขภาพร่างกายของท่านด้วย หากมีปัญหากลิ่นปากและจัดการด้วยวิธีการเบื้องต้นแล้วยังไม่หาย การมาพบทันตแพทย์เพื่อปรึกษาปัญหาและรับคำแนะนำการรักษาที่เหมาะสมก็เป็นเรื่องที่จำเป็น เพราะถ้าหากมีภาวะโรคทางระบบร่วมด้วย ทันตแพทย์และแพทย์ก็จะสามารถให้การรักษาพร้อมคำแนะนำในการดูแลปัญหาของท่านได้อย่างถูกวิธี” ทพ.วสันต์ กล่าวทิ้งท้าย

    เรื่องง่ายๆ ใกล้ตัวที่สามารถทำได้ง่ายๆ มาลองเริ่มต้นสำรวจสุขภาพช่องปากและกลิ่นปากของเราและปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้นกันดูนะคะ เพราะนอกจากจะได้สุขภาพฟันและช่องปากที่ดีแล้ว ยังได้ความมั่นใจที่เป็นบุคลิกภาพที่ดีให้กับเราได้อีกด้วย





 เรื่องอื่น ๆ







Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
พฤศจิกายน 2560
  • 75 ถนนภูเก็ต : ปรัชญาปารามิตาสูตรหฤทัยสูตร (อธิบาย 3)
  • เรื่องจากปก : ชีวิตสร้างได้ ของ อลัน ยิป
  • Business : Bike Sharing…เปลี่ยนทั้งเมือง เปลี่ยนทั้งคน
  • Business : เมื่อกาแฟ...ไม่ใช่แค่เพียงเครื่องดื่ม
  • ห้องรับแขก : เพ็ชร ชั้นเจริญ กับภารกิจใหญ่ในสนามบินภูเก็ต

















Copyright© 2005 - 2017 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink