การแพทย์แผนไทย
Text size:
By กองบรรณาธิการภูเก็ตบูลเลทิน
Bookmark and Share


    ใกล้เกลือกินด่างเป็นสุภาษิตไทย หมายถึง สิ่งที่หาได้ง่าย หรืออยู่ใกล้ตัวที่มีคุณค่ากว่ากลับไม่เอา  แต่กลับไปเอาสิ่งที่อยู่ไกล หรือหายากแต่มีคุณค่าด้อยกว่ามาใช้ เปรียบเสมือนการหาเกลือหาง่ายกว่าด่าง แต่กลับไปหาด่างมากิน เหมือนดั่งสมุนไพรไทยที่ถือได้ว่าเป็นภูมิปัญญาในการดูแลสุขภาพที่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนไทยมาตั้งแต่โบราณนับพันปี เนื่องจากประเทศไทยมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และมีความหลากหลายทางชีวภาพ ทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการพึ่งพาตนเองได้ แต่เมื่อการแพทย์แผนปัจจุบันเริ่มเข้ามามีบทบาทจึงทำให้คุณค่าของสมุนไพรไทยที่เรียกได้ว่าภูมิปัญญาโบราณ ก็เริ่มถูกบดบังไปเรื่อย ๆ และถูกทอดทิ้งไปในที่สุด และกว่าจะรู้คุณค่ากับสิ่งที่มีอยู่ก็เมื่อสาย หรือเกิดปัญหากับร่างกายที่ยาแผนปัจจุบันก็ไม่สามารถช่วยรักษาได้เหมือนดังกรณี ‘คุณวันเพ็ญ มากจันทร์’ อายุ 48 ปี ซึ่งปัจจุบันเป็นแพทย์ และเภสัชกรแผนไทย ที่มีร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เด็กจนต้องทานยาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะนานเกือบค่อนชีวิต “เจ็บป่วยตลอดชีวิตเลยก็ว่าได้ ก็ตั้งแต่อายุ 18 -19 ปี เริ่มเป็นภูมิแพ้ก่อน แล้วมาเป็นหวัดเรื้อรังแบบทั้งปี พี่ต้องพบหมอ และทานยาตลอดแบบไม่เคยหยุดเลย พอมาทำงานเป็นพนักงานขายในห้างก็ทานยามากขึ้น เพราะในห้างขี้ฝุ่นเยอะไอไม่หยุดจนเจ็บคอ และเจ็บตา พี่ก็หยอดตาตลอดทุกครั้งที่เจ็บตา หยอดมาเรื่อย ๆ พร้อมกับทานยาควบคู่ไปด้วย ยาหมดก็หาหมอเอายาชุดใหม่มาเป็นแบบนี้ตลอด บวกกับไม่ทานข้าวแต่เน้นทานพวกเนื้อสัตว์เยอะ จึงทำให้วันหนึ่งเริ่มรู้สึกเจ็บท้องน้อย และมีรอบเดือนมากผิดปกติเลยไปพบหมอ ก็เอายามาทานแต่ยังไม่หายแถมปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุดพบว่าเป็นเนื้องอกที่มดลูกและต้องผ่าตัดออก หลังจากผ่าตัดก็ทรมานมากเพราะต้องฉีดยาแก้อักเสบประมาณ 30 เข็มได้ ช่วงนั้นพี่นอนพักอยู่โรงพยาบาลอาทิตย์นึง วันหนึ่งก็ฉีดประมาณ 3 - 4 เข็ม”

    เมื่อต้องการให้ร่างกายดีขึ้น และหายจากโรคภัยต่าง ๆ จึงต้องรักษาทุกวิธี โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ว่าจะยิ่งเป็นการเพิ่มการสะสมสารเคมีในร่างกาย จากการทานยาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ทำให้ผลดีกลายเป็นผลข้างเคียงที่มากขึ้น และส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างต่อเนื่องไม่มีสิ้นสุด แล้ววันหนึ่งความอยากรู้ ความอยากลองทำให้เป็นจุดเปลี่ยนแนวทางการรักษา “พอหลังจากผ่าตัดก็ต้องทานยาเพิ่มขึ้นจากที่ทานอยู่เดิม ร่างกายก็ยิ่งทรุดกว่าเก่า ช่วงหนึ่งมีอาการไอเจ็บคอและเกิดอาการภูมิแพ้อย่างมาก จนมีน้ามาแนะนำให้ทานยาลมวัดโพธิ์กับน้ำผึ้งแล้วให้เอาไปช่วยขายด้วย พี่ไม่สนใจทานแต่รับมาขายอย่างเดียว พี่ก็สังเกตว่ามีคนมาซื้อตลอด บางทีคนหนึ่งซื้อทีเดียวสามขวด หรือเหมาหมดก็มี พี่จึงเริ่มเอะใจว่ามันคงจะดีจริงเลยตัดสินใจลองทานดูเพราะอยากรู้ว่ามันดีจริง ๆ หรือเปล่า เพราะถ้าไม่ลองเราก็ไม่รู้ พอทานหมดขวดแล้วตอนเช้ามันก็ดีขึ้นจริง ๆ พี่จึงหยุดทานยาที่หมอให้มาเลย”

    การตัดสินใจวันนั้นทำให้อาการเจ็บคอของคุณวันเพ็ญเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นจนชะล่าใจ  และลืมคิดไปว่าสิ่งที่สะสมมานานใช่จะหมดหายไปในเวลาอันสั้น เมื่อเกิดอาการเจ็บป่วยครั้งต่อมา ก็หันกลับมาพึ่งยาแผนปัจจุบันอีก“พี่กลับมาหยอดตา และทานยาของหมอเหมือนเดิม ด้วยความที่เราคิดว่ามันหายแล้ว แต่จริง ๆ แล้วในร่างกายยังมีสารพิษสะสมอยู่ จึงทำให้กลับมามีอาการเหมือนเดิม แล้วหลังจากนั้นพี่ก็พบว่าคอเริ่มบวมขึ้นเรื่อย ๆ และตรวจพบมะเร็งที่ต่อมไทรอยด์ ตอนนั้นคอพี่บวมแข็งมากจนทรมาน ก็เลยคิดได้ว่าอาจเป็นเพราะยาเคมีที่เราได้รับมันมากเกินไป เลยตัดสินใจกลับมาใช้สมุนไพรไทยอย่างจริงจัง” และจากเหตุการณ์นั้นก็ทำให้คุณวันเพ็ญเริ่มสนใจแพทย์แผนไทย จึงได้ไปเรียนจนจบหลักสูตรเภสัชกรแผนไทยและเวชศาสตร์แผนไทย แล้วก็สอบจนได้ใบประกอบโรคศิลป์มา ซึ่งทำให้สามารถผลิตยาสมุนไพร และให้คำแนะนำในการรักษาโรคได้ “จากที่เราเรียนมา ทำให้รู้ว่ายาสมุนไพรดีกว่ายาแผนปัจจุบันตรงที่มันมาจากธรรมชาติ มันไปช่วยล้างสารพิษออกจากร่างกาย หลักสูตรที่พี่เรียนเขาสอนทุกอย่างตั้งแต่พื้นฐานจนถึงกระบวนการผลิตที่สามารถทำยาสมุนไพรไทยเองได้ ทำให้เรารู้สรรพคุณยาทุกอย่าง อย่างเช่นน้ำผึ้งที่ทานตอนนั้นมันมีสรรพคุณช่วยลดความร้อนในร่างกาย บรรเทาอาการอ่อนเพลีย และช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย ทั้งยังสามารถทำให้แผลไม่เกิดการอักเสบถ้านำน้ำผึ้งมาทา”


    แม้การรักษาแพทย์แผนไทยจะช่วยทำให้ดีขึ้น แต่ตราบใดที่คนเรายังหิวก็ต้องรับประทาน เหมือนอย่างที่คนโบราณบอกว่า ‘โรคภัยไข้เจ็บมักจะเข้าทางปาก’ คุณวันเพ็ญจึงได้ตระหนักว่าควรปรับ และเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานควบคู่กับการดูแลสุขภาพ เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด “พี่กลับมารักษาโดยใช้สมุนไพรอย่างที่เรียนมา และเปลี่ยนการทาน จากเดิมที่เคยซื้ออาหารทานตลอด ไม่เคยทำทานเองเลย ก็เปลี่ยนมาทำอาหารทานเอง ไม่ใส่ผงชูรสและผงปรุงรสต่างๆ ใช้น้ำมันมะพร้าว เลิกทานพวกเนื้อสัตว์  แล้วมาเน้นทานพวกปลา และผักปลอดสารพิษที่มีสรรพคุณช่วยขับสิ่งไม่ดีในร่างกายที่มันสะสมมานานออกไป ในช่วงที่เป็นหวัด ภูมิแพ้ และเป็นไทรอยด์พี่จะเน้นทานกระเทียมมากเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะทานสด หรือใส่ในกับข้าวที่ทำ เพราะกระเทียมมีสรรพคุณที่สามารถยับยั้งเซลล์มะเร็ง และยังช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกายดีขึ้น แถมฆ่าเชื้อโรคพวกเชื้อไวรัส เชื้อรา รวมทั้งบรรเทา และลดอาการภูมิแพ้ได้เป็นอย่างดี พอลองทานเนื้อสัตว์ดู อาการก็กลับมาอีก จึงตัดสินใจไม่ทานเนื้อสัตว์อีกต่อไปจนถึงปัจจุบันนี้ ตอนนี้แม้ยังมีอาการคอบวมอยู่บ้าง แต่พี่ไปตรวจครั้งล่าสุดพบว่าไม่มีเซลล์มะเร็งเหลืออยู่แล้ว มันต้องใช้เวลาและระมัดระวังในการดูแลตัวเอง พี่ได้ไปหาตำรามาอ่านมากขึ้นจนรู้ว่าเนื้องอกมัน ไม่ชอบของมัน ๆ กับเปรี้ยว ๆ พี่ก็เลยคิดเมนูอาหารทดลองทานดู โดยเอามะพร้าวหน่อมาขูดเอาเฉพาะเนื้อของมันมายำกับมะนาว ใส่ถั่วลิสง ปรุงแต่งเหมือนเมี่ยงคำ พอทานแล้วมันได้ผลดีก็เลยทานมาตลอด ไทรอยด์ที่คอมันดีขึ้นมาก ยุบไปเยอะ ก้อนเนื้อก็นิ่ม ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก้อนเนื้อแข็งมาก ของในตลาดเกือบทุกอย่างไม่ว่าอะไรก็ใช้วัตถุกันเสีย พอเราทานมาเรื่อย ๆ โดยไม่ขับออกมันก็สะสมในร่างกายเรา จนวันหนึ่งมันแผลงฤิทธิ์ขึ้นมาก็อาจจะสายเกินไป”

    จากประสบการณ์ที่ทำมาหลากหลายอาชีพ และโรคภัยที่ต้องเผชิญบวกกับความรู้ที่ได้มาจากการเรียนหลักสูตรแพทย์แผนไทย ทำให้คุณวันเพ็ญมีความรู้ที่สามารถนำมาดัดแปลงผสมผสานออกมาได้ผลดีเกินคาดจนมีคนเข้ามาขอคำแนะนำในการรักษา และดูแลสุขภาพมากขึ้นเรื่อย ๆ “พี่ก็เอาความรู้กับประสบการณ์ที่นอกจากจะนำมาปรับใช้เพื่อรักษาตัวเองแล้ว ยังแนะนำคนอื่น ๆ ให้ใช้นู่น ให้ทานนี่จนหลายคนดีขึ้น คนที่มาหาก็เปรียบเสมือนอาจารย์ของพี่ไปเลย เพราะพี่ได้ความรู้เพิ่มมากขึ้นจากการแนะนำว่าทานอะไรแล้วดีขึ้น ทานอะไรทดแทนถึงจะดี โดยเฉพาะคนในครอบครัวอย่างคุณแม่ที่เป็นมะเร็งในถุงน้ำดี แล้วต้องไปโรงพยาบาลเพื่อทำคีโมบ่อยมากจนขาบวม พี่ก็เลยเอารางจืดซึ่งมีสรรพคุณช่วยดูดสารพิษออกจากร่างกายมาขยำ แล้วใส่น้ำในกะละมังเพื่อให้คุณแม่แช่เท้า เพราะพี่เคยทำสปามาก่อน เลยรู้ว่าพิษทั้งหมดจะรวมอยู่ที่ฝ่าเท้า พี่เลยเอามาผสมกับที่เรียนสมุนไพรมาร่วมกัน หนึ่งกะลามังใช้ได้สามครั้งต่อวัน ก็ให้แช่เท้าประมาณ 30 นาทีต่อครั้ง แช่เช้า เที่ยง เย็นทุกวันจนขาดีขึ้นไม่มีอาการปวด และให้เลิกทานยาแผนปัจจุบัน แต่ด้วยความที่คุณแม่อายุมาก และทานยามาเยอะ หลังจากนั้นไม่นานคุณแม่ก็เสีย หรืออย่างตอนที่พี่เคยทำงานโรงงานปลาทูน่า พี่ก็เอาประสบการณ์ในการใช้ความเย็นไล่สารพิษในตัวปลาออกมาก่อนที่จะเอาไปผลิต พี่ก็เอาที่รู้ตรงนั้นมาดัดแปลงในการทำลูกยอ เพราะลูกยอดิบมีสารที่ไม่ดีอยู่จึงนำไปแช่แข็งเหมือนปลาทูน่า แล้วค่อยนำมาหมักดองกับน้ำตาลประมาณหนึ่งวันถึงหนึ่งอาทิตย์แล้วค่อยนำมารับประทาน ด้วยความที่ลูกยอสามารถช่วยชะลอการแก่ ช่วยซ่อมแซม และสร้างเม็ดเลือดขาว อีกทั้งยังต้านมะเร็ง แต่ลูกยอมีธาตุโพแทสเซียมสูงมาก และพี่ทานทุกวัน พี่จึงดื่มน้ำรางจืดตามเพื่อไปช่วยขับสารเหล่านั้นออกไปไม่ให้ไปสะสมในร่างกายเพิ่ม และช่วยปรับสมดุลในร่างกาย พี่จะเน้นทานยำมะพร้าว ลูกยอ และน้ำรางจืดควบคู่กับเมนูที่ปลอดสารพิษอื่น ๆ ทุกวัน”

     นอกจากสุขภาพที่ดีขึ้นแล้วหลังจากเผชิญมาอย่างยาวนานจนได้เรียนรู้ควบคู่ประสบการณ์ที่สะสมเรื่อย ๆ จากตัวเองทำให้ต่อยอดสิ่งดี ๆ เพื่อผู้อื่นอีกมากมาย “พี่ก็เอาความรู้ และประสบการณ์ต่าง ๆ มาทำผลิตภัณน์สมุนไพรจำหน่ายเอง ไม่ว่าจะเป็นสบู่ แชมพู ยาหม่องน้ำ รางจืดอบแห้ง รวมทั้งยาทานที่พี่คิดค้นเอง โดยการเอาความรู้ และเอามาจากตำราที่ค้นคว้าหาอ่านข้างนอกมาทำยาสมุนไพร พี่ก็หาซื้อตัวยาที่คิดค้นว่ามันต้องมีเหงือกปลาหมอ ทองพันชั่ง ข้าวเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้  มาทานเองทุกวันโดยนำอบ เนื่องจากสมุนไพรจะมีแมลงเยอะเราจึงต้องนำไปอบก่อนทุกครั้ง พอแห้งก็นำทุกอย่างมาบดให้ละเอียดแล้วชงกับน้ำดื่ม ช่วยล้างสารพิษ และบำรุงร่างกาย พอภายหลังก็ไปให้ที่ร้านสุนันทาที่วิชิตทำตามสูตรที่เราคิดค้น เพราะเขาจำหน่ายสมุนไพร และมีเครื่องสำหรับทำพร้อม ผลิตภัณฑ์ของพี่จะวางขายที่บ้าน และตามงานโอทอปต่างๆ ทั้งในภูเก็ตและต่างจังหวัด”
คุณวันเพ็ญกล่าวสรุปทิ้งท้าย “พี่อยากให้คนไทยเห็นคุณค่า และภูมิปัญญาสมุนไพรไทยที่ นับวันก็ยิ่งถูกลืมมากขึ้น ถ้าหากเราไม่เห็นความสำคัญ สักวันหนึ่งชาวต่างชาติจะเอาภูมิปัญญาของเราเหล่านี้ไปเป็นของเขาจนหมด รวมไปถึงการใช้ยาที่พอเหมาะพอควร เพราะยามีสรรพคุณที่ดีช่วยรักษาโรคได้มากมาย แต่ถ้าคนเราทานมากเกินไปก็ส่งผลไม่ดีให้กับเราได้ ไม่ว่าจะเป็นยาแผนปัจจุบัน หรือยาแผนไทย ฉะนั้นคนเราควรทานให้มันพอดี”

    นี่เป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่อยากบอกเล่ากันฟัง สำหรับผู้ที่อยากหาทางเลือกในการรักษา โดยอาศัยการเยียวยาจากธรรมชาติอันอ่อนโยน





 เรื่องอื่น ๆ







Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
พฤศจิกายน 2560
  • 75 ถนนภูเก็ต : ปรัชญาปารามิตาสูตรหฤทัยสูตร (อธิบาย 3)
  • เรื่องจากปก : ชีวิตสร้างได้ ของ อลัน ยิป
  • Business : Bike Sharing…เปลี่ยนทั้งเมือง เปลี่ยนทั้งคน
  • Business : เมื่อกาแฟ...ไม่ใช่แค่เพียงเครื่องดื่ม
  • ห้องรับแขก : เพ็ชร ชั้นเจริญ กับภารกิจใหญ่ในสนามบินภูเก็ต

















Copyright© 2005 - 2017 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink