เทคนิคการปรับรูปหน้า V-Shape
Text size:
By กองบรรณาธิการภูเก็ตบูลเลทิน
Bookmark and Share


    เมื่อพูดถึงคำว่า V-Shape สำหรับสาว ๆ ผู้ติดตามความงามในแบบแฟชั่น ก็คงพอจะเข้าใจได้ว่า หมายถึง การมีรูปหน้าเรียวยาว ซึ่งเป็นโครงหน้าแบบเด็กสาว แสดงถึงความอ่อนเยาว์ และกำลังเป็นเทรนด์ฮิตที่มาแรงในขณะนี้ แต่จะทำอย่างไรในเมื่อปัจจุบันหน้าตาที่มีอยู่ดูจะไม่เป็นไปในทิศทางนั้น เช่น มีแก้มใหญ่ กรามบาน กรามเหลี่ยม ซึ่งไม่ว่าจะด้วยกรรมพันธุ์ หรือเพราะอายุที่ล่วงเลยจนทำให้ผิวหนังหย่อนคล้อยตามแรงโน้มถ่วงโลก คุณจะขอสวยในแบบที่ต้องการได้หรือไม่

    คำตอบ คือ ได้ค่ะ... แถมไม่ต้องใช้การผ่าตัดที่ต้องมีระยะเวลาพักฟื้นนาน ๆ อีกด้วย โดยใช้ ‘เทคนิคการฉีดปรับเปลี่ยนรูปหน้า’ เข้าช่วยนั่นเอง

    ‘นายแพทย์พชร เกกินะ’ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและความงามประจำ ‘Derma Plus Clinic’ สาขาภูเก็ต กล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้หน้า V-Shape กลายเป็นเทรนด์ฮิต เนื่องจากสาว ๆ ในปัจจุบันมีค่านิยมความงามในแบบดารานักแสดงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความสวยสไตล์ไทย ความใสสไตล์เกาหลี หรือความคมเข้มสไตล์ลูกครึ่งต่างประเทศ หญิงสาวที่ได้ชื่อว่ามีใบหน้างดงามส่วนใหญ่ก็ล้วนมีโครงหน้าที่เรียวยาวแทบทั้งสิ้น แต่ด้วยลักษณะพื้นฐานโครงสร้างหน้าของคนในแถบเอเชียที่มักมีกล้ามเนื้อบริเวณแนวกรามขนาดใหญ่ บางคนกระดูกกรามใหญ่ คางสั้น ทำให้ใบหน้าไม่ดูสวยหวานในแบบผู้หญิง หลายคนที่มีลักษณะเช่นนี้จึงปรารถนาสร้างสรรค์ความงดงามใหม่ให้กับตนเอง

    “อันนี้ต้องทำความเข้าใจก่อนนะครับว่า การมีรูปหน้าเหลี่ยมนั้นไม่ได้มีสาเหตุมาจากกระดูกกรามใหญ่เพียงอย่างเดียว อาจมีสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อช่วงแนวกรามใหญ่ ส่งผลให้กรามเราดูนูน ๆ เป็นเหลี่ยมขึ้นมา หรือเราอาจจะเป็นคนที่รูปคางสั้น ไม่เรียวยาว เลยทำให้หน้าดูสั้นไปด้วย หรืออาจจะเป็นคนที่มีแก้มเยอะ แก้มหย่อนคล้อย อันนี้ก็ทำให้หน้าดูไม่เป็น V-Shape ด้วยเช่นกัน ซึ่งพอไม่เป็น V-Shape ก็จะทำให้หน้าเราดูกว้างๆแมน ๆ เหมือนโครงหน้าผู้ชาย ดูไม่สวยหวานเหมือนผู้หญิง บางคนเขาเลยไม่ชอบ และอยากจะเปลี่ยน”

     จากความไม่ชอบและไม่พึงปรารถนาก็นำพาสู่การเปลี่ยนแปลง แต่ด้วยสาเหตุรูปหน้าเหลี่ยมในบางคนไม่ได้มีต้นตอมาจากกระดูกกราม การศัลยกรรมตัดกรามออกจึงไม่ใช่ทางเลือกทีตรงจุด ดังนั้นการอาศัยเทคนิคการฉีดปรับเปลี่ยนรูปหน้า จึงน่าจะเป็นทางออกที่เหมาะสมกว่า

     “เรื่องความงามกับการแพทย์ เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เราจะดูเฉพาะส่วน เอาเฉพาะการแก้ปัญหาแต่ละจุดเพียงอย่างเดียวนั้นคงไม่ได้ เราต้องดูความงามแบบศิลปะ คือ ดูความงามแบบองค์รวมของใบหน้าทั้งหมดด้วย ว่าแต่ละส่วนจะสามารถเข้ากันได้ไหม ดูสวยงามในทิศทางเดียวรึเปล่า ไม่ใช่รู้สึกว่ากรามใหญ่ แล้วจะทำส่วนนั้นเพียงอย่างเดียว แต่ในขณะที่คางก็สั้น อันนั้นมันก็ยังทำให้ไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงเท่าที่ควร ดังนั้นจึงต้องดูทั้งหมดก่อน แล้วถึงจะวินิจฉัยได้ว่า ส่วนไหนควรมาก ส่วนไหนควรน้อย

     “ดังนั้นการฉีดปรับเปลี่ยนรูปหน้า จึงหมายถึงการที่หมอจะทำการวินิจฉัยรูปหน้าทั้งหมดของผู้ที่ต้องการรับบริการก่อนว่า เขามีลักษณะโครงสร้างของหน้าเป็นอย่างไร หน้าดูเป็นเหลี่ยม ไม่เรียวยาวเพราะอะไร เพื่อให้เห็นภาพรวมของใบหน้าทั้งหมด แล้วจากนั้นจึงค่อยลงไปดูการปรับเปลี่ยนแต่ละส่วน”

     ยกตัวอย่างในกรณีผู้ที่มีปัญหาหน้าเหลี่ยม จากกล้ามเนื้อบริเวณกรามใหญ่ เทคนิคการดูแลที่ช่วยให้คุณมีรูปหน้า V-Shape โดยไม่ต้องรับการผ่าตัดก็คือ การฉีดสาร Botulinum toxin หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า Botox เริ่มแรกที่มีการใช้เพื่อความงามนั้น แพทย์ผิวหนังใช้ Botox เพื่อลดริ้วรอยบริเวณใบหน้าส่วนบน ซึ่งเกิดจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ เช่น ริ้วรอยระหว่างคิ้ว เป็นต้น ต่อมาพบว่าสามารถนำมาใช้ลดขนาดกล้ามเนื้อบริเวณกรามได้(Masseter Muscle) และเมื่อกล้ามเนื้อส่วนนี้เล็กลงก็จะทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น 

     “วิธีการที่เราจะสังเกตได้ว่าตนเองมีกล้ามเนื้อบริเวณกรามใหญ่เกินไปหรือไม่นั้น สามารถทดสอบโดยการกัดฟันกรามของตนเอง เกร็งเอาไว้ แล้วลองใช้มือลูบคลำดูว่ามีกล้ามเนื้อนูน ๆ โผล่ขึ้นมาบริเวณนั้นมากน้อยแค่ไหน ความนูนของกล้ามเนื้อนี้มีผลทำให้หน้าเราเป็นรูปสี่เหลี่ยม ไม่เรียว จากปัญหานี้สามารถทำให้ดูเล็กลงได้ด้วยการฉีด Botox ในบริเวณกราม ซึ่งมีผลทำให้มัดกล้ามเนื้อตรงนั้นเล็กลง แนวกรามก็จะดูเรียวชัดได้รูปขึ้น”

     ส่วนในกรณีปัญหาหน้าเหลี่ยม อันเนื่องมาจากมีรูปคางสั้น ไม่เรียวยาว หรืออาจจะเป็นคนที่มีแก้มหย่อยคล้อย สิ่งเหล่านี้จะใช้วิธีการแก้ไขด้วยการฉีดสารเติมเต็มที่เรียกว่า ‘Filler’ ซึ่งเป็นสารประกอบของไฮยารูโลนิก แอซิดที่มีอยู่แล้วในร่างกายของมนุษย์ โดยเมื่ออายุล่วงเลยไป สารดังกล่าวในชั้นผิวหนังลดลง ริ้วรอย และความเหี่ยวย่นก็จะตามมา ดังนั้นเมื่อเติม Filler เข้าไปเสริมคอลลาเจน ผิวหนังส่วนที่เป็นร่องลึกก็จะดูตื้นขึ้น ริ้วรอย ดูลดลง และกลับมายืดหยุ่น เรียบเนียนเท่ากับผิวหนังโดยรอบอีกครั้ง

     “จุดที่เหมาะสำหรับการใช้วิธีฉีด Filler เข้าไปเติมเต็มเพื่อให้ใบหน้าเราดูเป็น V-Shape มากขึ้นก็มีหลายจุดนะครับ เช่น คนที่มีคางสั้น ก็สามารถฉีดให้คางดูยาวขึ้นได้ หรือคนที่มีอายุมากขึ้นก็จะเริ่มเห็นร่องบริเวณใต้ตายาวมาจนถึงบริเวณโหนกแก้ม ตอนเป็นสาว ๆ จุดนี้จะดูเต็ม ดูอิ่ม แต่พออายุมาขึ้น จุดนี้มันจะค่อย ๆ ยุบหายไป แล้วก็ดึงแก้มลงให้หย่อนคล้อยมาด้านล่าง ซึ่งจะทำให้เราดูแก่ ดูเหนื่อยล้า การฉีด Filler เข้าไปตรงนี้ก็จะทำให้โครงหน้าดูยกขึ้น ดูเต็ม และอวบอิ่มนั่นเองครับ”

     ด้วยเหตุนี้ สำหรับผู้หญิงบางคนแล้ว ปัญหาการมีรูปหน้าเหลี่ยมบาน จึงอาจมีผลมาจากสาเหตุใดเพียงสาเหตุหนึ่ง หรือบางคนอาจพ่วงควบ 2-3 สาเหตุเข้าอยู่ในใบหน้าเดียวกัน ดังนั้นเมื่อรู้สึกว่าตนเองอยากได้รับการแก้ไขปรับเปลี่ยนรูปหน้าเป็น V-Shape แล้วล่ะก็ การเข้ามาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นสิ่งที่เหมาะสมกว่า โดยในกระบวนการให้บริการนั้น นายแพทย์พชรบอกว่า จะเริ่มต้นด้วยการซักประวัติการรักษาพยาบาลอย่างละเอียด เช่น โรคประจำ ประวัติการแพ้ยา และที่สำคัญการรับประทานยา หรือวิตามินเสริมตัวไหนที่มีผลอาจทำให้เลือดมีการแข็งตัวช้าหรือไม่ เช่น กลุ่มวิตามิน E และ Fish Oil เป็นต้น จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการรักษา

     “ก่อนทำการฉีดสารในแต่ละชนิด เราก็จะทำการความสะอาด กำหนดจุด และแปะยาชาภายนอกตรงบริเวณที่จะฉีดก่อน ส่วนปริมาณของสารที่ฉีด จะมากน้อยแค่ไหนก็อยู่ที่ความเหมาะสม เพื่อทำให้ใบหน้าดูสมบูรณ์แบบตรงตามความต้องการมากที่สุด ซึ่งแพทย์กับผู้ที่เข้ารับบริการจะมีการพูดคุยกันตั้งแต่ต้น... ”

     “ ...จริง ๆ แล้ว การฉีดสารทั้ง 2 ประเภท จะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็เสร็จเรียบร้อย ซึ่งสำหรับการฉีด Botox หลังทำอาจมีลักษณะอาการเขียวช้ำจากเข็มเล็กน้อย ประมาณ 2-3 ชั่วโมงก็จะจางหาย ถ้าเป็นการฉีดเพื่อลดริ้วรอย ประมาณหนึ่งสัปดาห์ ก็จะเริ่มเห็นผล แต่ถ้าเป็นการฉีดเพื่อปรับรูปหน้าบริเวณที่มีมัดกล้ามเนื้อใหญ่ ๆ ก็จะประมาณ 3-4 สัปดาห์จึงจะเห็นผล โดย Botox ยี่ห้อที่ทางคลินิกใช้อยู่นั้นจะมีฤทธิ์คงประสิทธิการทำงานนานประมาณ 4-6 เดือน ส่วนถ้าเป็น Filler ฉีดปุ๊บก็เห็นผลปั๊บ และมีระยะเวลาอยู่ได้นานกว่า คือ ประมาณ 15-18 เดือนครับ”

     ด้วยการเป็นสารที่จะเข้าไปมีผลต่อการทำงานบริเวณกล้ามเนื้อบนใบหน้า และการเข้าไปเติมเต็มส่วนร่องลึกที่หายไป การฉีด Botox  และการฉีด Filler จึงเป็นเพียงการปรับเปลี่ยนรูปหน้า V-Shape แบบชั่วคราว เมื่อถึงวันหนึ่งสารเหล่านี้ก็จะสลายไปเองโดยธรรมชาติตามกระบวนการทำงานของร่างกาย ดังนั้นเมื่อเริ่มรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงที่กลับมา หากผู้รับบริการต้องการให้ความสวยงามคงอยู่ก็ควรเข้ามาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอีกครั้ง

     ส่วนผู้ที่กำลังประสบปัญหาของใบหน้ายังไม่เรียวงาม และสนใจจะใช้เทคนิคนี้เข้าช่วยเสริมเพิ่มความมั่นใจให้กับตนเอง นายแพทย์พชร บอกว่า แนะนำให้รับบริการในคลินิกที่น่าเชื่อถือ โดยสังเกตจากประวัติการทำงานของแพทย์ผู้ให้บริการ ควรเป็นแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านงานศัลยกรรมและเสริมความงามโดยตรง และที่สำคัญสารที่ใช้ฉีด ควรเป็นสารที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา ไม่ควรใช้สารราคาถูกที่มีขายตามเว็ปไซด์อย่างเด็ดขาด

     “ถ้าให้แนะนำนะครับ คือ คนไข้อาจจะปรึกษากับสถานพยาบาลต่างๆซึ่งปัจจุบันมีหลายแห่ง แล้วนำคำวินิจฉัยของแต่ละสถานที่ บวกกับรายละเอียดเกี่ยวกับแพทย์และตัวยาที่ใช้ มาหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนว่าเป็นอย่างไร อาจจะเสิร์ชหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต อ่านจากหนังสือ หรือสอบถามจากผู้ที่เคยผ่านการฉีดมาแล้ว เพื่อไตร่ตรองว่าที่ไหนน่าเชื่อถือมากที่สุด ดีที่สุด และเหมาะสมกับเรามากที่สุด จึงจะตัดสินใจรับบริการครับ”การตระหนักถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก บวกกับการชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงของการทำ ควบคู่ไปกับความสวยที่ต้องการ ทั้ง 3 ข้อ คือ หลักการพิจารณาอย่างรอบคอบ ซึ่งเป็นหนทางสำคัญที่จะทำให้คุณสวยอย่างปลอดภัยมากที่สุด เพราะมิเช่นนั้น ความสวยที่คุณปรารถนาอาจมาพร้อมกับคราบน้ำตาในวันหลังได้ค่ะ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก...
DERMA PLUS CLINIC (เดอร์มาพลัส คลินิก)
183/13 ถ. พังงา ต. ตลาดใหญ่ อ. เมือง จ. ภูเก็ต
โทร. 0 7635 4350
Fanpage : www.facebook.com/dermaplusphuket





 เรื่องอื่น ๆ




---
24 ธันวาคม 57 15:13
ครั้งละเท่าไร
1




Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
พฤศจิกายน 2560
  • 75 ถนนภูเก็ต : ปรัชญาปารามิตาสูตรหฤทัยสูตร (อธิบาย 3)
  • เรื่องจากปก : ชีวิตสร้างได้ ของ อลัน ยิป
  • Business : Bike Sharing…เปลี่ยนทั้งเมือง เปลี่ยนทั้งคน
  • Business : เมื่อกาแฟ...ไม่ใช่แค่เพียงเครื่องดื่ม
  • ห้องรับแขก : เพ็ชร ชั้นเจริญ กับภารกิจใหญ่ในสนามบินภูเก็ต

















Copyright© 2005 - 2017 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink