Face Spa การดูแลผิวหน้าด้วยสมุนไพร 100%
Text size:
By กองบรรณาธิการภูเก็ตบูลเลทิน
Bookmark and Share


    จริงอยู่ว่าเราไม่ควรตัดสินรูปลักษณ์ของผู้อื่นแต่เพียงภายนอก แต่เรื่องจริงอีกข้อ คือ เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าความประทับใจแรก เป็นก้าวสำคัญในการสานสัมพันธ์ทุกรูปแบบ ซึ่งความประทับใจที่สร้างได้ง่าย ๆ และบ่งบอกถึงการดูแลใส่ใจตัวเองเป็นพิเศษ คือ การมีสุขภาพผิวหน้าที่ดี สมบูรณ์ ไม่ต้องถึงชนิดที่เรียกว่าขาววิ้งระดับโอโม แต่ให้มีความผุดผ่อง ไร้รอยหมอง รอยสิว รอยเหี่ยวยนที่มาก่อนตัวเลขจริงตามบัตรประชาชน ก็เป็นอันว่าใช้ได้

    พอกล่าวถึงเรื่องนี้ หลายคนอาจรีบหยิบกระจกมาเช็คสภาพผิวของตนเอง และเตรียมจะหาซื้อผลิตภัณฑ์เวชสำอางต่าง ๆ มาปรนเปรอและปรนนิบัติผิวหน้ากันเป็นการใหญ่ ซึ่งการมองหาอะไรไกลตัวเกินไปก็อาจจะยากที่จะไขว้คว้ามาเป็นเจ้าของได้ ฉะนั้นลองหันมามองของใกล้ ๆ อย่างสมุนไพรและพืชพันธุ์ธรรมชาติที่นอกจากจะกินก็ดี ทำยาก็เวิร์ค ยังสามารถนำมาช่วยดูแลผิวหน้าได้ระดับขั้นเทพอีกด้วย

    คุณจักรพันธ์ จิตต์สมบูรณ์ เจ้าของธุรกิจร้านอาหาร-กาแฟขึ้นชื่อนาม Kopi de Phuket ผู้ผุดไอเดียการให้บริการ Face Spa การดูแลผิวหน้าด้วยสมุนไพร 100% กล่าวถึงที่มาของการเปิดหน้าต่างความสวยความงามในแบบธรรมชาติว่า มาจากความต้องการจัดกิจกรรมให้บรรดาลูกค้าและผู้ที่แวะเวียนมาดื่มกาแฟ ชิมอาหารที่ร้านของตนเอง

    “ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เราคิดหากิจกรรมให้ลูกค้าที่มาร้าน Kopi de Phuket แล้วบังเอิญเราไปรู้จักกับน้องพยาบาลคนหนึ่ง ซึ่งเขามีความเชี่ยวชาญและคลุกคลีอยู่กับเรื่องสมุนไพรดูแลผิวหน้ามานาน เลยคิดกันว่างั้นมาทำ Face Spa ให้คนที่ต้องการมีทางเลือกในการดูแลตนเองโดยไม่ต้องพึงเวชสำอางที่มีสารเคมีสังเคราะห์กันดีกว่า”

    คุณประทุมทิพย์ นบนอบ พยาบาลวิชาชีพประจำสถานพยาบาลชื่อดัง ผู้ถูกกล่าวถึงว่าเป็นบุคคลที่คลุกคลีกับศาสตร์แห่งการดูแลผิวหน้าด้วยสมุนไพรมานาน เล่าย้อนให้ฟังว่าในอดีตเธอมีความสนใจด้านสมุนไพรและพืชพันธุ์ธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการรักษาผิวพรรณเป็นอย่างยิ่ง จึงพยายามรวบรวมสูตรต่าง ๆ มาปรับประยุกต์ ทดลองทำ ทดลองใช้ กับตนเอง รวมถึงคนใกล้ชิดอื่น ๆ มามากมาย จนกระทั้งเวลาล่วงเลยไปกว่า 10 ปี ความรู้และเคล็ดลับที่เธอได้ศึกษารวบรวมไว้ก็ถูกนำมาตกผลึกกลายเป็นสูตรดูแลผิวพรรณที่ลงตัว

    “เริ่มต้นจากความชื่นชอบการนำสมุนไพรและพวกผลไม้ต่าง ๆ มาทำครีมพอกหน้า ทาหน้าตัวเองก่อน จากนั้นก็เก็บรวบรวมความรู้มาเรื่อย ๆ ลองปรุงเป็นสูตรต่าง ๆ แล้วก็ทดลองกับคนรอบข้างบ้าง คนรู้จักบ้าง หรือคนภายนอกที่สนใจบ้าง ซึ่งก็ประมาณ 10 ปีแล้วค่ะที่คลุกคลีอยู่กับการใช้สมุนไพรดูแลผิวหน้าแบบนี้”


    สำหรับสมุนไพรและพืชพันธุ์ธรรมชาติ ที่คุณประทุมทิพย์นำมาใช้ในการดูแลผิวพรรณก็มีทั้งแบบที่หลายคนคุ้นชื่อ เช่น แตงกวา ไพล กวาวเครือ ขมิ้น พิมเสน การบูร น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น มะนาว กระเจี๊ยบ ขิง มะเขือเทศ ฝรั่ง สตอเบอรี่ ฯลฯ และแบบที่บางคนอาจเพิ่งเคยได้ยินชื่อ อย่าง ทานาคา สมุนไพรสัญชาติพม่าที่มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Licodia Acidissima เป็นไม้เนื้อแข็งที่ขึ้นตามพื้นที่ภาคกลางของประเทศ เช่น พุกาม มัณฑเลย์ ซึ่งหนุ่มสาวชาวพม่ามีการใช้ประโยชน์จากเปลือกของต้นทานาคานี่มานานหลายชั่วอายุคน โดยมีการนำมาฝนกับแผ่นหิน ผสมน้ำ แล้วนำมาทาผิวหน้ารวมถึงผิวกายเป็นประจำทุกวัน เพื่อบำรุงผิวพรรณให้สวยงาม ดั่งคำชมที่ว่า ‘ผิวพม่า นัยต์ตาแขก’

    “สมุนไพรแต่ละตัว เขาจะมีคุณสมบัติในการดูแลและรักษาผิวที่ต่างกัน บางตัวให้ความชุ่มชื่น บางตัวช่วยให้หน้ากระชับ บางตัวช่วยให้รอยสิว รอยด่างดำแลดูจางลง ส่วนไม้ทานาคา เขาจะมีคุณสมบัติเด่นคือเรื่องของการปรับสภาพผิวที่แลดูหมองคล้ำให้สดใสขึ้น และช่วยสครับผิว ให้ขจัดสิวเสี้ยนอ่อนตัวและหลุดออกไป ซึ่งก่อนที่เราจะทราบว่าใครควรใช้สมุนไพรชนิดไหนนั้น ก็ต้องทำการเช็คสภาพผิวก่อน”

    ดังนั้นขั้นตอนแรกของการดูแลผิวด้วยวิถีแห่งธรรมชาติ ก็คือการเช็คสภาพผิวหน้า เพื่อให้ทราบว่าคุณมีผิวชนิดใด จากนั้นจึงทำการเช็คสภาพปัญหาที่ต้องรักษาหรือแก้ไข ซึ่งบางรายหากมองเผิน ๆ แล้วอาจมีผิวที่คล้ายกัน แต่สภาพปัญหาอาจแตกต่างกัน เช่น เป็นผิวผสมเหมือนกัน คนหนึ่งมีรูขุมขนใหญ่ มีสิวเสี้ยนบริเวณจมูก ส่วนอีกคนรูขุมขนเล็ก มีปัญหารอยด่างดำ หน้าตาไม่ผ่องใส ดังนั้นสมุนไพรที่จะใช้รักษาหรือดูแลผิวพรรณของเขาทั้งสองจึงต้องต่างกันด้วย

    เมื่อทราบปัญหาผิวของตนเอง ก็เข้าสู่กระบวนการปรนนิบัติผิว ด้วยการดีท็อกซ์หน้า โดยใช้ไข่ขาวผสมกับน้ำมะนาวในสัดส่วนที่พอเหมาะ จากนั้นนำมาทาและพอกทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที เพื่อให้ไข่ขาวดูดซึมสารเคมีที่มาจากการใช้เครื่องสำอางหรือครีมทาหน้าที่มีสารสังเคราะห์ออกไปก่อน เสร็จแล้วจึงเข้าสู่ขั้นตอนการนวดหน้าด้วยครีมสูตรพิเศษที่เหมาะเฉพาะสำหรับคุณ

    “ที่นี่เราจะเน้นวิถีการดูแลผิวหน้าด้วยธรรมชาติแบบ 100% ครีมก็มาจากธรรมชาติ และเราก็ปรุงเองทั้งหมด ส่วนการนวด เราก็จะใช้เฉพาะมือเท่านั้น เราจะไม่ใช่เครื่องมือหรือเทคโนโลยีอื่น ๆ มานวด เพราะพวกเครื่องมือเหล่านั้นจะมีการปล่อยกระแสไฟฟ้า ซึ่งใช้ไปนาน ๆ ก็จะมีผลเสียกับสภาพผิวเราในอนาคตได้”

    จากการร่วมสัมผัสภายในระยะเวลาอันจำกัด จุดเด่นอย่างหนึ่งที่เรารู้สึกได้ คือ ความเย็นและความหอมสดชื่นจากสมุนไพรและพืชพันธุ์ธรรมชาตินานาชนิดที่ถูกบดปั่นผสมผสานอย่างลงตัว ทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย ปลดปล่อย ส่วนสภาพผิวหลังรับบริการก็รู้สึกนิ่ม และชุ่มชื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“ความจริงการดูแลผิวหน้ามันก็จะมีหลายอย่างนะคะ ตั้งแต่การนวดหน้า ขัดหน้า และมาสก์หน้า ซึ่งแต่ละวิธี แต่ละสูตรของสมุนไพรก็จะช่วยแก้ปัญหาไม่เหมือนกัน โดยที่เรามีให้บริการในตอนนี้ก็มีทั้งการลดปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ ลดความหมองคล้ำบนใบหน้า ช่วยกระชับรูขุมชน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ปรับสภาพผิวให้กระจ่างใส เปล่งประกายเรียบเนียน และเต่งตึงค่ะ”

    อย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้นว่า ด้วยสภาพผิวและปัญหาที่แต่ละคนกำลังประสบบนใบหน้านั้นไม่เหมือนกัน สูตรสมุนไพรที่ใช้จึงต่างกัน ที่สำคัญระยะเวลาในการดูแลรักษาจึงไม่อาจเท่ากันได้ บางคนอาจใช้ระยะเวลาเพียงสั้น ๆ ก็สามารถได้ผิวหน้าที่ตนเองต้องการกลับคืนมา แต่สำหรับบางคนโดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาสั่งสมมานาน อาจจำต้องอาศัยการรักษาและดูแลอย่างต่อเนื่องมากกว่าคนอื่น ๆ และแม้ว่าคุณสมบัติของสมุนไพรและพืชพันธุ์ธรรมชาติแต่ละชนิดจะสามารถช่วยดูแลผิวพรรณได้ดีสักเพียงใด เราก็ไม่ควรละเลยการเอาใจใส่ตั้งแต่ภายใน ด้วยการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และขับถ่ายเป็นเวลาตามปกติทุกวัน อันจะเป็นอีกหนึ่งทางเสริมที่ช่วยให้ผิวกายภายนอกของคุณแลดูสวยงามขึ้นได้อีกยาวนานเช่นกัน



สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ร้าน Kopi de Phuket
โทร. 0 7621 2225 www.facebook.com/kopidephuket






 เรื่องอื่น ๆ







Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
พฤศจิกายน 2560
  • 75 ถนนภูเก็ต : ปรัชญาปารามิตาสูตรหฤทัยสูตร (อธิบาย 3)
  • เรื่องจากปก : ชีวิตสร้างได้ ของ อลัน ยิป
  • Business : Bike Sharing…เปลี่ยนทั้งเมือง เปลี่ยนทั้งคน
  • Business : เมื่อกาแฟ...ไม่ใช่แค่เพียงเครื่องดื่ม
  • ห้องรับแขก : เพ็ชร ชั้นเจริญ กับภารกิจใหญ่ในสนามบินภูเก็ต

















Copyright© 2005 - 2017 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink