Fish spa มัจฉาในลำธารธรรมชาติ
Text size:
By กองบรรณาธิการภูเก็ตบูลเลทิน
Bookmark and Share


    ยังคงอยู่ในทริปของการท่องเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่นอกจากจะมีที่กินที่พักผ่อนให้สบายกายสบายใจกันแล้ว เรายังค้นพบว่า ณ จังหวัดทางฝั่งอ่าวไทยแห่งนี้ยังมีทริคการดูแลสุขภาพด้วยวิถีทางธรรมชาติหลบซ้อนอยู่ด้วย

    ทริคนี้อาจอ่านชื่อแล้วไม่แตกต่างไปจากที่อื่น ๆ เพราะไม่ว่าเมืองไหนก็ล้วนมีสปาปลา ปลาตอดเท้าไว้ค่อยบริการผู้คนกันอยู่มากมาย แต่หากจะบอกว่าเป็น ‘สปาปลา ที่ปลาเวียนว่ายกินหลับนอนเล่นกลางลำธารธรรมชาติอย่างอิสระเสรี’ แล้วล่ะก็... คุณคิดว่าเจอในสถานที่อื่น ๆ หรือไม่

    Fish Spa สปาปลาในลำธาร เป็นหนึ่งในงานบริการนักท่องเที่ยวของ ‘ต้นธารรีสอร์ท’ รีสอร์ทแนวเพิ่งพิงระหว่างธรรมชาติกับมนุษย์ของอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเกิดขึ้นจากแนวคิดการสร้างความแตกทางธุรกิจของคุณปราโมทย์ จิตมุ่ง ที่เกิดไอเดียดีนำปลา Garra sp. ปลาสกุลเลียหินสัญชาติญี่ปุ่นมาเป็นครูฝึกสอนทักษะการตอดเท้าให้กับเหล่าปลาธรรมชาติของไทย

    “ตอนนั้นผมมาตั้งรีสอร์ทใหม่ ๆ ก็สังเกตเห็นว่าในรีสอร์ทของเรามีลำธาร และมีปลาธรรมชาติอาศัยอยู่เยอะแยะ เราก็อยากทำสปาปลา แต่จะทำอย่างไรให้มันต่างจากที่อื่น ๆ ก็เลยคิดขึ้นมาว่า ในเมื่อสัตว์หลายชนิดในสวนสัตว์เขายังเอามาฝึกมาสอนให้ทำโน้นทำนี้ได้ เราก็น่าจะฝึกปลาธรรมชาติให้ตอดเท้าได้เหมือนกัน”

    1,500 ตัว คือจำนวนครูฝึกรุ่นแรกที่คุณปราโมทย์ บอกว่านำมาปล่อยสอนพฤติกรรมการตุบ ตอด ดูดเท้าให้กับปลาที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติ โดยขณะนั้นทำการฝึกอย่างเข้มข้นวันละ 5-6 ชั่วโมง ระหว่างฝึกก็สอนทักษะการฟังและจดจำเสียงเรียกของคุณปราโมทย์ไปด้วย ไม่นานครูฝึกตัวจิ๋วสิ้นชีพลง บรรดาลูกศิษย์ที่ได้รับการเทรนทักษะมาอย่างดีก็เริ่มแสดงบทบาทการเป็นมัจฉาบำบัดอย่างเต็มตัว


    “ปลาในธรรมชาติของเรานี้เขาจะไม่มีพฤติกรรมการตอด พอเราเอาเท้าแหย่ลงไปในลำธาร เขาก็จะว่ายหนีหมด แต่พวกปลา Garra sp. เขาจะตอดเท้าเราตลอดเวลา พอปลาในธรรมชาติเห็นอย่างนั้นก็เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ และทำตาม พร้อมกับสอนลูกสอนหลานคลอกใหม่ไปเรื่อย ๆ ”

    ด้วยธรรมชาติของปลาขนาดเล็กที่ริมฝีปากคล้ายตะไบขนาดจิ๋วในการกัดกินอาหารพวกตะไคร่น้ำ เราจึงอาศัยลักษณะเฉพาะตัวนี้มาใช้ในการทำสปา เพื่อขจัดเซลผิวที่ตายแล้วออกไป ทันทีที่เอาเท้าแช่ลงไปในลำธารขนาดใหญ่ฝูงปลาขี้ขม ปลาซิวใบไผ่ ปลาหางแดง และปลาลายเสือหลายพันตัวก็กรูกันเข้ามาให้บริการ...

    ขั้นตอนการทำงานของมัจฉาบำบัดแห่งนี้จะเริ่มต้นด้วยการ ตุบตอดเท้าให้เรารู้สึกสั่นแบบช็อตไฟฟ้ากระแสอ่อน ๆ ทำให้รู้สึกจั๊กจี้ ซึ่งคุณปราโมทย์อธิบายต่อว่า จังหวะนี้กระบังลมเราจะเกร็งตัวจากการหัวเราะ และส่งผลให้เลือดสูบฉีดไปเลี้ยงหัวใจ สมอง และร่างกายได้มากกว่าปกติ ทำให้เรารู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นโดยทันที ไม่เพียงแค่นั้นด้วยฝาเท้าเป็นศูนย์รวมปลายประสาทของร่างกายมากมายหลายเส้น การกระตุ้นด้วยปลาตอดเท้าจึงส่งผลผู้ที่มีปัญหาด้านเข่ารู้สึกผ่อนคลายอาการปวดเมื่อยได้เช่นกัน

    “ปลาตอดเท้ามันได้อะไรเยอะนะ ทั้งได้หัวเราะได้ผ่อนคลาย ได้ผลัดเซลผิวหนังที่ตายไปแล้ว และที่สำคัญยังสามารถรักษาพวกปัญหากลิ่นเท้าได้ด้วย สังเกตดูนะมากันหลายคนเวลาแช่เท้าไปแล้ว ปลาจะเข้ามาตอดไม่เท่ากัน ถ้าเท้าใครมีปลาเยอะแสดงว่าคนนั้นมีปัญหาเรื่องกลิ่นเท้า เพราะปลาพวกนี้มันจะมีประสาทสัมผัสกลิ่นได้ดีมาก”

    เรื่องของความสามารถและคุณสมบัติของปลาตอดเท้าคงไม่เป็นที่กังขาอีกต่อไป แต่เรื่องที่เราเองก็รู้สึกสงสัยไม่ต่างจากคนอื่น ๆ ที่มาสัมผัสมัจฉาบำบัดแห่งนี้ก็คือ ในเมื่อไม่มีรั้วรอบขอบชิด ปลาสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระเสรี แวกว่ายไปตามวารีได้โดยไม่ถูกกักขัง แล้วเหตุฉะไหนสัญชาตญาณของสัตว์ในธรรมชาติจึงไม่พาตัวเองหลบหนีหายหน้าไปจากบริเวณนั้น


    “เวลาถึงฤดูน้ำหลาก น้ำในลำธารจะเยอะมาก น้ำเชี่ยว ปลาก็จะไหลตามน้ำ แต่เราก็ตามกลับมาได้ โดยการใช้เสียงเรียก”

    เสียงเรียก คือ การดำนำแล้วส่งสัญญาณเสียงให้ปลาที่ผ่านการฝึกฝนว่ายทวนน้ำกลับขึ้นมาใช้ชีวิตอยู่ในลำธารบริเวณเดิม นี่เป็นความสามารถเฉพาะตัวที่คุณปราโมทย์บอกว่าต้องใช้เวลาและความใส่ใจในการดูแลพนักงานมัจฉาตัวน้อยอย่างใกล้ชิด ทว่าการดูแลนั้นก็เพียงแค่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง เพราะหลังจากการฝึกตอดเท้าและฟังเสียงสัญญาณของเจ้านายอย่างเข้มข้นแล้ว ปัจจุบันฝูงปลาธรรมชาติเหล่านี้ก็ใช้ชีวิตปกติอยู่ในลำธาร ด้วยการกินอาหารจำพวกตะไคร่น้ำและรากไม้

    “เราไม่ได้ขังเขาไว้ แต่เราเลี้ยงเขาด้วยธรรมชาติ เราฝึกเขา เรารักเขา เราไม่ทำร้ายเขา เขาก็เลยยังอยู่ และให้ความสุขกับทุกคนที่มาที่นี่...”

    จากธรรมชาติ สู่การฝึกฝน ผสมผสานไปกับการดูแลเอาใจใส่ จนเกิดเป็นงานบริการมัจฉาบำบัดที่ทำให้หลายคนติดอกติดใจ บ้างก็เดินทางจากพื้นที่ต่าง ๆ ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี บ้างก็เดินทางจากส่วนอื่น ๆ ของจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อมารับกับความรู้สึกที่พิเศษสุด ซึ่งคุณเองก็สามารถสัมผัสได้เช่นกัน...






 เรื่องอื่น ๆ







Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
พฤศจิกายน 2560
  • 75 ถนนภูเก็ต : ปรัชญาปารามิตาสูตรหฤทัยสูตร (อธิบาย 3)
  • เรื่องจากปก : ชีวิตสร้างได้ ของ อลัน ยิป
  • Business : Bike Sharing…เปลี่ยนทั้งเมือง เปลี่ยนทั้งคน
  • Business : เมื่อกาแฟ...ไม่ใช่แค่เพียงเครื่องดื่ม
  • ห้องรับแขก : เพ็ชร ชั้นเจริญ กับภารกิจใหญ่ในสนามบินภูเก็ต

















Copyright© 2005 - 2017 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink