ฝังทราย ณ โรงพยาบาลธรรมชาติริมทะเล
Text size:
By กองบรรณาธิการเว็บไซต์
Bookmark and Share


    ริมหาดทรายไม้ขาวของจังหวัดภูเก็ตที่สวยงามและคราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวมากหน้าหลายตา บ้างก็กำลังนั่งเล่น บ้างก็กำลังนอนเล่น บ้างก็กำลังวิ่งเล่น และบ้างก็กำลังจับกลุ่มพูดคุยกันสนุกสนาน

    นี่คือ สถานที่ท่องเที่ยวที่ใครบางคนอาจไม่รู้ว่า ภายใต้การพักผ่อนหย่อนใจที่เกิดขึ้น ณ มุมหนึ่งของพื้นที่ตรงนี้คือ ‘โรงพยาบาลธรรมชาติ’ ที่กำลังให้บริการรักษาโรคและดูแลสุขภาพผู้ป่วยอยู่

    ภาพของผู้คนที่โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสูงวัย ท่าทางการเดินไม่ค่อยสะดวกเฉกเช่นหนุ่มสาว กำลังพาตัวเองลงฝังตัวใต้ผืนทราย ค่อย ๆ โกยกอบเม็ดดินเล็ก ๆ จำนวนมากโบกทับไปทั่วร่าง เขาเหล่านี้กำลัง ‘ฝังทราย’ วิธีการรักษาสุขภาพด้วยทรัพยากรริมชายหาดที่น่าสนใจ

    คุณทอง ศุทธสุนทรากุล หรือที่ชาวบ้านรู้จักในนาม ‘อาจารย์ทอง’ เจ้าของต้นตำรับการฝังทรายบนเกาะภูเก็ตเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการฝังทรายว่า มาจากการประสบปัญหาสุขภาพของตนเอง จากนั้นเพื่อต้องการบรรเทาความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้น เขาจึงพยายามแสวงหาหนทางการรักษาทุกรูปแบบ จนได้มารู้จักกับการ ‘ฝังทราย’ เพื่อสุขภาพ เดินทางทดลองฝังทรายตามพื้นที่ริมหาดของจังหวัดต่าง ๆ ทั้งปัตตานี สุราษฎร์ธานี พังงา จนกระทั้งมาถึงจังหวัดภูเก็ต

    “ลุงเดินทางดูมาหมดแล้ว หาดทรายไหนในภูเก็ตที่ว่าสวย ๆ สบาย ๆ ไม่ใช่ว่าจะใช้ได้ทั้งหมด เพราะหนึ่งมีเรื่องของความสกปรกมาก สองเรื่องความสมดุลของธรรมชาติไม่มี แต่ที่ดีที่สุดในการฝังทรายต้องเป็นหาดไม้ขาว เพราะนอกจากจะยังบริสุทธิ์แล้ว ถ้าสังเกตให้ดีตรงนี้คลื่นจะใหญ่กว่าหาดอื่น ๆ ด้วย”

    ‘คลื่นใหญ่’ ด้านความเชื่อที่อาจารย์ทองได้รับการเล่าขานสืบทอดกันมานั้นหมายถึง พลังอำนาจของธรรมชาติที่เป็นดั่งกระบอกสูบอัดแรงลมและมวลสารต่าง ๆ เข้าสู่ภายในดิน จนทำให้ชายหาดบริเวณนั้นมีความบริสุทธิ์ รวมถึงการเป็นสถานที่ที่คนโบราณเชื่อว่าเป็นจุดแลบลิ้นของยักษ์จำศีลที่มีคุณสมบัติเพียงพอในการรักษาโรคให้กับผู้ป่วย

    “ทรายชายหาดจะมี 3 ระดับคือ ทรายหยาบ ทรายกลาง ทรายละเอียด พอเวลาคลื่นใหญ่ซัดเข้ามาหาฝั่ง มันก็จะอัดลมเข้ามาใต้ทราย ทำให้ชั้นทรายตรงนั้นมีความโปร่ง มีพลังงานไหลเวียน มีความบริสุทธิ์ จั๊กจั่นทะเลก็อยู่ได้ เหมาะในการรักษาโรค แล้วถ้าสังเกตอีกเรื่องหนึ่ง คือ ตรงนั้นฮวงจุ้ยจะดีมาก เพราะว่าเป็นจุดที่มีดินยื่นออกไปเป็นโหนกในทะเล เวลาหน้าคลื่นใหญ่ (มรสุม) ธรรมชาติเขาก็จะซัดเซาะดินแถวนั้นลงไปในทะเล เอาดินไปล้าง แต่พอหน้าแล้งธรรมชาติเขาก็จะเอาดินมาให้เราเหมือนเดิม แล้วดินก็ยื่นออกไปเป็นโหนกเป็นหัวแหลม ในความเชื่อของคนโบราณเขาบอกว่า ถ้าสร้างบ้านคนจะอยู่ไม่ได้ เพราะว่าเป็นลิ้นของยักษ์ ยักษ์ที่เขาจำศีลจะคอยแลบลิ้นและกระดกลิ้น ที่ตรงนี้จะเหมาะกับการรักษาโรค คนที่ตกทุกข์ได้ยาก ยักษ์เขาจะมาช่วยกระดกลิ้นไม่ให้เราตกอยู่ในความทุกข์นั้นเอง”

    เหตุผลในด้านความเชื่อเคล้ารวมเข้ากับประสบการณ์จริงในการรักษาตนเองของอาจารย์ทอง ทำให้ทุกวันนี้ การฝังทรายเพื่อสุขภาพมีให้พบเห็นตามริมหาดไม้ขาวของจังหวัดภูเก็ตมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีวิธีการเริ่มต้นด้วยการเลือกทำเลอันเหมาะสมภายในอาณาเขตที่อาจารย์ทอง ได้ปักธงสัญลักษณ์ไว้ จากนั้นทำการขุดหลุมเป็นรูปตัววี (V) ลึกประมาณ 1 ฟุต ลงไปนอนในหลุมโดยไม่ต้องสวมใส่เสื้อผ้า (เหลือเพียงชุดชั้น) แล้วทำการฝังกลบให้มิดชิด แล้วปล่อยตัวตามสบายและรอเวลาให้ธรรมชาติรักษาโรคภัยที่มีอยู่ในตัวคุณต่อไป

    “เวลาเราอยู่ใต้ทราย เราจะรู้สึกร้อน เพราะว่าพลังงานต่าง ๆ มันจะไหลเข้าสู่ร่างกาย ไปกระตุ้นให้หัวใจทำงานเร็วขึ้น กระตุ้นให้ระบบการหมุนเวียนของเลือดดีขึ้น เหงื่อก็จะไหลออกมาเยอะ บางคนที่ทนไม่ได้ก็จะรู้สึกร้อน ยุบยิบ ๆ ไปทั้งตัว เหมือนมีพลังงานบางอย่างดันเข้ามาและพลังงานบางอย่างก็ดันออกไป”

    จากการศึกษาค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมพบบทความการฝังทรายเพื่อการบำบัดโรค ในเว็บไซต์ชมรมบ้านสุขภาพ มูลนิธิภูมิปัญญาสากล ได้ลงบทความของ ดร. รสสุคนธ์ พุ่มพันธุ์วงศ์ ที่เรียบเรียงโดยคุณปุญโญ มีบรรจง ระบุว่า การฝังทรายเป็นการปรับสมดุลกระแสไฟฟ้าภายในร่างกายและเป็นการฝึกสมาธิ โดยเชื่อว่าการที่โลกหมุนรอบตัวเอง การทำกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ และการถูกกระตุ้นจากภาวะการณ์มากมายในปัจจุบัน ทำให้ในร่างกายของทุกคนมีสนามแม่เหล็กที่เกิดแรงเสียดทาน และการเผาผลาญอย่างรุนแรง การเผาผลาญเหล่านี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดอาการปวดข้อ ปวดเข่า หมอนรองกระดูกเคลื่อน อัลไซเมอร์ อัมพฤกษ์ อัมพาต และอื่น ๆ อีกมากมาย

    ดังนั้นการฝังตัวในทรายริมชายหาดที่มีพลังงานอันบริสุทธิ์ มีการหมุนเวียนของโอโซนตามธรรมชาติจึงเป็นเหมือนการรีชาร์ตแบตใหม่ให้กับร่างกาย ชะลอการเผาผลาญ ขจัดของเสีย เพิ่มพลังงานสำรอง ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และเสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ต่อไป

    “การฝังทรายช่วยรักษาได้หลายโรค แต่ที่คนเป็น และนิยมมารักษากันมากที่สุด คือ พวกอัมพฤกษ์ อัมพาต เบาหวาน ความดัน ไขมัน เกาส์ ที่สำคัญเป็นพวกคนแก่ ๆ ที่โดนโรคภัยไข้เจ็บรุมเร้าใส่ตัวแล้ว จึงคอยมาดูแลสุขภาพของตัวเอง... ”

    “ ...โรคภัยไข้เจ็บมันก็เหมือนเสือในป่านั้นแหละ เสือมันจ้องตลอดเวลาอยู่แล้วว่าจะหาเหยื่อ สัตว์ตัวไหนที่เผลอ สัตว์ตัวไหนที่อ่อนแอ เสือมันก็จะเลือกตะครุบตัวนั้น เพราะฉะนั้นก็คนไหนที่ไม่ดูแลตัวเอง ไม่ดูแลร่างกาย ปล่อยให้ร่างกายอ่อนแอ โรคภัยไข้เจ็บมันก็ถามหาได้ตลอดเวลา ไม่ต่างกันหรอก”


    แม้การฝังทรายจะเป็นเหมือนการรักษาโรคภัยไข้เจ็บอย่างหนึ่ง แต่สถานพยาบาลแห่งนี้ก็ไม่ได้เปิด 24 ชั่วโมงเหมือนโรงพยาบาลทั่วไป เพราะระยะเวลาที่อาจารย์ทองแนะนำว่าเหมาะสม คือ ช่วงที่หมอใหญ่นามว่า ‘พระอาทิตย์’ กำลังเข้าเวรตั้งแต่ขึ้นจนถึงตกดินวันละ 1-2 ชั่วโมง โดยรอบเช้าตอน 06.00 – 11.00 น. จะเป็นรอบการรักษาที่ดีที่สุด เนื่องจากแสงแดดและอากาศขนาดนั้นกำลังบริสุทธิ์ อบอุ่น และไม่ร้อนจนเกินไป

    “การดูแลสุขภาพที่ถูกต้องไม่ใช่อยู่ที่การฝังทรายหรือการรักษาหรอก แต่มันอยู่ที่การป้องกันไม่ให้เกิดโรค คนเดี๋ยวนี้ชอบอ้างว่าไม่มีเวลา เดินแต่พื้นปูนพื้นกระเบื้อง เท้าไม่เคยเหยียบดิน ผมแนะนำทุกคนเลยนะ เดินพื้นเปล่าให้เท้าเหยียบดินเหยียบทรายเหมือนคนโบราณบ้าง เพื่อรักษาสมดุลของร่างกาย เพราะพลังงานในดินจะวิ่งขึ้นไปในตัว แล้วคุณจะไม่ค่อยเป็นหวัด ที่สำคัญต้องทำจิตใจให้ผ่องใสมีความสุข เพราะว่า ‘จิตเป็นนายกายเป็นบ่าว’ ถ้าจิตป่วยร่างกายก็จะป่วยตาม”

    ดูเหมือนการพักผ่อนที่เพียงพอ การรับประทานอาหารที่ดี การทำอารมณ์ให้สดชื่น การถ่ายอุจจาระตอนเช้า การเข้านอนแต่หัวค่ำ ยังคงเป็นเรื่องจำเป็นที่ทำให้หลายคนเข้าใกล้คำว่าสุขภาพแข็งแรงมากขึ้น แต่สำหรับบางคนที่รู้สึกว่ายังไม่เพียงพอ ร่างกายเริ่มส่งเสียงเรียกร้องให้เกิดการรีชาร์ตพลังงานชีวิตใหม่ คุณก็สามารถเลือกใช้วิธีการฝังทรายได้เช่นกัน

    แล้วคุณจะรู้ว่าตัวยาที่ไม่สามารถสั่งซื้อได้จากที่ไหน แต่ตักตวงได้ที่โรงพยาบาลธรรมชาตินี้ดีจริง ๆ






 เรื่องอื่น ๆ







Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
พฤศจิกายน 2560
  • 75 ถนนภูเก็ต : ปรัชญาปารามิตาสูตรหฤทัยสูตร (อธิบาย 3)
  • เรื่องจากปก : ชีวิตสร้างได้ ของ อลัน ยิป
  • Business : Bike Sharing…เปลี่ยนทั้งเมือง เปลี่ยนทั้งคน
  • Business : เมื่อกาแฟ...ไม่ใช่แค่เพียงเครื่องดื่ม
  • ห้องรับแขก : เพ็ชร ชั้นเจริญ กับภารกิจใหญ่ในสนามบินภูเก็ต

















Copyright© 2005 - 2017 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink