ทิวสนบังกะโล ธุรกิจริมหาด
Text size:
By กองบรรณาธิการภูเก็ตบูลเลทิน
Bookmark and Share


    ถ้าเปรียบเกาะยาวใหญ่เป็นโรงงานอุตสาหกรรม สินค้าที่น่าจะผลิตออกมาขายมากที่สุดคงหนีไม่พ้นธรรมชาติและความเงียบสงบ เพราะมีวัตถุดิบอยู่เหลือเฟือ และเป็นที่โหยหาของคนเมืองเหลือเกิน หลายท่านอาจยังนึกไม่ออกว่าความเงียบและธรรมชาติจะเอามาขยายผลในเชิงธุรกิจได้อย่างไร ในเมื่อสิ่งเหล่านี้เป็นนามธรรมจับต้องไม่ได้ จะอัดกระป๋องส่งขายตามร้านสะดวกซื้ออย่างที่กำลังนิยมกันก็ไม่ได้

    คุณสงัด แซ่หลิม หนึ่งในเจ้าของธุรกิจรีสอร์ตบนเกาะยาวใหญ่ ความเป็นคนในพื้นที่ที่เข้าใจถึงจุดเด่นของเกาะเป็นอย่างดี จึงจับความเป็นนามธรรมทั้งหลายมาต่อยอดทางธุรกิจผ่านรีสอร์ตที่ชื่อว่า ทิวสนบังกะโล

    ด้วยความที่นามธรรมนั้นสัมผัสได้ด้วยความรู้สึก และมีคนเมืองมากมายแสวงหาสิ่งเหล่านี้ จึงเป็นการพบกันระหว่างอุปทานและอุปสงค์ที่ลงตัว ระหว่างรีสอร์ตบนเกาะเงียบ ๆ กับลูกค้าที่ต้องการพักผ่อนกับธรรมชาติ ดังจะเห็นว่าลูกค้าของทิวสนบังกะโลส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติที่มีอายุนิด ๆ และรักความสงบ

    บังกะโลไม้ที่ออกแบบให้กลมกลืนกับธรรมชาติสไตล์ตะวันตกทั้ง 12 หลัง รายเรียงอยู่ตามหาด มี 2 หลังติดริมหาด ขณะที่อีก 10 หลังอยู่ถัดไปอีกนิด ในระยะใกล้ ๆ ที่หากนึกอยากมาหาดก็เดินยังไม่ทันเหนื่อย

    ด้วยที่ตั้งริมหาดและอยู่ทางทิศตะวันออก หากตื่นเช้าสักนิด คุณจะได้เห็นช่วงเวลาพิเศษที่ท้องฟ้าและผืนน้ำยังเป็นสีอึมครึม ทิวเขายังเป็นเพียงเส้นสูงต่ำสีทึบขวางสายตา แต่โดยไม่ทันตั้งตัวแสงสีแดงระเรื่อจะค่อย ๆ โผล่พ้นเหลี่ยมเขาออกมาทีละนิด ใช้เวลาเพียงไม่นานดวงอาทิตย์กลมโตก็แผดแสงสว่างร้อนแรง ปลุกท้องฟ้าและผืนน้ำที่ขมุกขมัวให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

    ทิวทัศน์เช่นนี้จะไม่แตกต่างกันเลย ไม่ว่าจะนอนมองจากบนเตียงในบังกะโลติดหาดคืนละ 3,000 บาท หรือเดินออกมาดูเองริมหาดจากบังกะโลคืนละ 1,600 บาท หรือบังกะโลพัดลมคืนละ 800 บาท

    แต่คุณจะไม่สามารถเห็นภาพ ๆ นี้ได้เลยหากคุณยังนอนอยู่ในเมืองที่เต็มไปด้วยตึกสี่เหลี่ยม

    ความที่เป็นเกาะเงียบสงบสำหรับพักผ่อน สาย ๆ จะมีนักท่องเที่ยวหลายคนมานั่งเก้าอี้ชายหาดหน้าบังกะโลอ่านหนังสือเงียบ ๆ ปล่อยให้ลมทะเลทำหน้าที่ต่างพัดลม อ่านมากตาปรือหน่อยก็งีบหลับได้ตามอัธยาศัย

    หรือใครมีใจรักการว่ายน้ำ เที่ยวเกาะ ทิวสนบังกะโลก็มีเรือนำเที่ยวเกาะอยู่ด้วยลำหนึ่ง เป็นเรือหางยาวขนาด 10 ที่นั่ง โดยมีอ๊อดหลานชายของคุณสงัดเป็นคนขับเรือ

    เรือหางยาวนำเที่ยวชื่อสึนามิลำนี้เกิดขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าบังกะโล หรือแม้แต่นักท่องเที่ยวที่มาติดต่อเองโดยตรงก็ตาม คุณสงัดเล่าว่าช่วงไฮซีซั่นบางเดือนออกเรือถึง 15 ครั้ง บางครั้งเรือลำเดียวไม่พอก็ต้องไปตามคนรู้จักที่เขามีเรือมาเสริมด้วย แต่พอเข้าช่วงโลว์ซีซั่น บางเดือนไม่ได้ออกเรือเลยก็มี

    เส้นทางยอดนิยมถ้าตั้งต้นจากเกาะยาว คือ ไปชมเกาะห้อง เกาะลาดิง เกาะผักเบี้ย เพราะเดินทางไม่ไกล ใช้เวลานั่งเรือประมาณ 40 นาที เส้นทางนี้ถ้าเป็นคนไทยราคาค่าบริการจะตกอยู่ที่ 2,500 ต่อลำ แต่ถ้าเป็นชาวต่างชาติจะคิดราคาเป็นรายคนเพราะส่วนใหญ่มักมาเป็นกลุ่มเล็ก ๆ จึงขึ้นอยู่กับจำนวนคนต่อการออกเรือหนึ่งครั้ง

    เรือหางยาวจะแวะจอดตามเกาะให้เล่นน้ำทั้งวัน อย่างเกาะห้องเป็นอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี จังหวัดกระบี่ ก็เป็นแหล่งที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยม แต่อุทยานแห่งชาตินั้นจะมีการเก็บค่าธรรมเนียมในการขึ้นเกาะด้วย มีเรื่องชวนคิดซึ่งอ๊อดเล่าให้ฟัง คือนักท่องเที่ยวต่างชาติบางคนที่อ๊อดพามาไม่ชอบที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเลยขอข้ามไปเล่นน้ำหาดอื่นที่ไม่ต้องเสียเงินเลยก็มี

    หาดทรายที่นี่สีขาวและเนียนละเอียด แต่ก็เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่จับจองพื้นที่สำหรับตากแดดบ้าง บางส่วนก็ดำผุดดำว่ายอยู่ในน้ำ น้ำทะเลที่นี่ใสและออกสีเขียวมรกต ในบางจุดหากมองดี ๆ จะเห็นได้ว่ามีปลาตัวเล็กตัวน้อยแหวกว่ายอย่างไม่ตื่นคน อย่างปลาเสือ ปลานกแก้ว ฯลฯ บางคนอยากเห็นปลาใกล้ ๆ ก็บิขนมปังเป็นชิ้นเล็ก ๆ ถือไว้ในน้ำ ด้วยความไม่กลัวคน ทำให้ฝูงปลาที่มองเห็นรี่เข้ามาหาขนมปังในมือทันที ตอดโดนขนมปังบ้าง โดนมือบ้าง แล้วโดยไม่รู้ตัว คุณจะถูกห้อมล้อมด้วยฝูงปลาหลากสีสันเต็มไปหมด

    แต่ภาพที่เห็นแล้วประทับใจมากกว่า คือ ภาพที่อ๊อดขนถุงใส่เศษขวดพลาสติกจากเกาะขึ้นเรือเอากลับบังกะโล วันนั้นไม่ได้ถามถึงเหตุผลที่เก็บขยะกลับไป จะด้วยจิตสำนึก หน้าที่ หรืออะไรก็ตาม แต่อย่างน้อยทุกครั้งที่อ๊อดออกเรือ แหล่งท่องเที่ยวที่เขาผ่านไปคงจะสะอาดขึ้นกว่าเดิม

    พอตกค่ำก็ไม่ต้องไปขวนขวายหาอาหารทานที่ไหน ธุรกิจในเครือทิวสนบังกะโลมีร้านอาหารอยู่ในตัวด้วย

    ร้านที่นี่อยู่ริมหาดและโล่งโปร่ง บริการทั้งอาหารไทยและอาหารสไตล์ยุโรป ด้วยแม่ครัวและเจ้าของรีสอร์ตมากฝีมือ อันนี้ทราบจากปากของคุณสงัดเองว่าถ้าช่วงลูกค้าเต็มร้านแกต้องเข้าครัวไปช่วยทำอาหารเองจริง ๆ

    ลูกค้าร้านอาหารส่วนใหญ่เป็นลูกค้าของบังกะโล และจุดเด่นของร้านก็ยังคงเป็นความเงียบสงบที่สามารถดื่มด่ำกับธรรมชาติได้โดยไม่ต้องขวนขวาย

    อีกอย่างด้วยความที่พนักงานเป็นคนเกาะยาวใหญ่ซึ่งยิ้มง่าย มีไมตรี ทำให้ทุกบทสนทนาที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่การสั่งอาหาร แต่มีการหยุดพูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง สัมผัสได้ถึงความจริงใจจากคำพูดง่าย ๆ ไม่ประดิดประดอย

    มันจึงเป็นการได้ทานอาหารริมชายหาดเงียบ ๆ ที่ผู้คนร่วมโต๊ะสามารถคุยกัน ฟังเสียงของกันได้อย่างชัดเจน ปราศจากเสียงที่ได้รับการปรุงแต่ง ไม่มีทั้งบทเพลงที่ไพเราะหรือทำนองที่ขัดหู มีเพียงเสียงของลมลู่กับต้นสนที่ฟังคล้ายกับเสียงของฝนกำลังตก แต่สามารถนั่งฟังได้โดยไม่เปียกปอน

    ก่อนเข้านอนถ้าคุณออกไปเดินเล่นริมหาดสักนิด คุณจะได้เห็นวัตถุกลมรีเคลื่อนที่ฉิวไปในทิศทางเดียวกันเต็มไปหมด หากมองชัด ๆ จะเห็นได้ว่ามันคือปูลม ทั้งตัวเล็กตัวใหญ่มากมายชนิดที่หากนั่งนับคงมองจนตาลาย

    ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นภายในหนึ่งวันกับทิวสนบังกะโล นี่คือธุรกิจขนาดพอดีที่บริหารงานโดยคนในพื้นที่ ที่เข้าใจว่าวิถีชีวิตประจำวันอันเรียบง่ายกับธรรมชาติ เป็นจุดเด่นที่สามารถสร้างมูลค่าเป็นตัวเงินให้กับเกาะยาวใหญ่ได้ โดยไม่ทำให้วิถีชีวิตในรูปแบบเดิมต้องสะดุดแต่อย่างใด

    เป็นธุรกิจที่สามารถนำจุดเด่นมาขายได้โดยไม่ต้องหาทางเอามาอัดกระป๋องขายเลย





 เรื่องอื่น ๆ







Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
กุมภาพันธ์ 2560
  • 75 ถนนภูเก็ต : เสน่ห์... โคเปนเฮาเกน
  • เรื่องจากปก : มัณฑนา หลีสกุล ผู้เติมสีสันคืนวันศุกร์ให้โบ๊ทอเวนิท
  • Business : คิทเช่นแมน ครบครันเรื่องครัว
  • Business : ดร.โชคชัย เดชอมรธัญ กับบทบาทสำคัญในฐานะพ่อเมืองภูเก็ต
  • ห้องรับแขก : "เพราะรักบันดาลทุกสิ่ง" สุน พาพาน และ จุ๊ฟฟี่ จุ๊บ คู่รักศิลปิน

















Copyright© 2005 - 2017 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink