‘พลูโต’ ธุรกิจไอศกรีมอิตาเลียนที่กำลังร้อนระอุ
Text size:
By พัชราภรณ์ คชินทร์
Bookmark and Share

ไอศกรีมอิตาเลี่ยน พลูโต ไอศกรีมอิตาเลี่ยน พลูโต ไอศกรีมอิตาเลี่ยน พลูโต ไอศกรีมอิตาเลี่ยน พลูโต
ไอศกรีมอิตาเลี่ยน พลูโต ไอศกรีมอิตาเลี่ยน พลูโต ไอศกรีมอิตาเลี่ยน พลูโต ไอศกรีมอิตาเลี่ยน พลูโต
ไอศกรีมอิตาเลี่ยน พลูโต ไอศกรีมอิตาเลี่ยน พลูโต ไอศกรีมอิตาเลี่ยน พลูโต ไอศกรีมอิตาเลี่ยน พลูโต

     ความไม่ธรรมดาของเกาะภูเก็ตในฐานะเมืองหลวงแห่งการท่องเที่ยวภาคใต้ คือการเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ไม่มีวันหยุดพัก เพราะถึงแม้จะเป็นช่วงที่เงียบที่สุดอย่างหน้ากรีนซีซั่นเช่นนี้ คนภูเก็ตก็ยังคงได้มีโอกาสต้อนรับนักท่องเที่ยวสัญชาติเอเชีย ที่หน้าตาละม้ายคล้ายคลึงตนเองอีกเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการเคลื่อนไหวของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวบางอย่างจึงไม่ได้หยุดนิ่ง แต่ยังคงเติบโต และขยายวงกว้างออกไปเรื่อย ๆ

     เช่นเดียวกับแวดวงธุรกิจไอศกรีมที่มีแบรนด์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ยุโรป แบรนด์เอเชีย หรือแม้กระทั่งแบรนด์ท้องถิ่นที่คิดและทำขึ้นเองจากภูมิปัญญาคนในท้องถิ่น ผู้ผลิตหน้าใหม่หลายรายกระโดดเข้ามาชูจุดขายที่มีวัตถุดิบหลักจากธรรมชาติ และรูปลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร แต่การวางตัวเองให้ขึ้นไปสู่ตำแหน่งการเป็นสินค้าระดับพรีเมี่ยมที่ผู้คนต่างกล่าวขานในความอร่อยนั้น สำหรับไอศกรีมทั่วไปแล้วอาจยังทำได้ไม่ดีนัก เพราะมีผู้เล่นหลักอย่างเจลาโต้ (ไอศกรีมอิตาเลียน) ที่มีนามว่า ‘พลูโต’ ถือครองส่วนแบ่งทางการตลาดโรงแรมระดับหรูบนเกาะภูเก็ตไว้ได้อย่างเข้มแข็ง

     เจลาโต้ (Gelato) ในภาษาอิตาเลียน แปลว่าไอศกรีม ซึ่งถือเป็นอาหารว่างที่มีผู้คนนิยมรับประทานกันอย่างมากมาย เพราะเป็นไอศกรีมโฮมเมดที่อุดมไปด้วยส่วนประกอบจากธรรมชาติ โดยมีไขมันต่ำเพียง 6-10% มีไข่แดงเป็นส่วนประกอบสำคัญ และมีขั้นตอนการผลิตที่มีคุณภาพ ทำให้มีอากาศแทรกอยู่ภายในเนื้อไอศกรีมเพียงเล็กน้อย ซึ่งส่งผลให้กลิ่น รสชาติ และเนื้อสัมผัสของเจลาโต้เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนไอศกรีมอื่นใด

คุณจีโอวานี่ ดูรันตี้ (จอนนี่)     คุณจีโอวานี่ ดูรันตี้ หรือคุณจอนนี่ เจ้าของธุรกิจเจลาโต้ นามว่า ‘พลูโต’ นักธุรกิจหนุ่มชาวอิตาเลียน ผู้หลงรักการรับประทานไอศกรีมเป็นชีวิตจิตใจ บอกเล่าที่มาของธุรกิจว่า เริ่มต้นทำครั้งแรกบนเกาะพีพี จังหวัดกระบี่ เมื่อ 9 ปีที่ผ่านมา ด้วยการมองเห็นช่องทางการตลาดที่ขณะนั้นยังไม่มีร้านเจลาโต้ที่เป็นอิตาเลียนแท้ ๆ เลยแม้แต่ร้านเดียว ทั้ง ๆ ที่เกาะพีพีในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบรสชาติเจลาโต้เดินทางเข้ามาพักผ่อนเป็นจำนวนมาก
     เขาจึงเห็นเป็นโอกาสดีที่จะเริ่มต้นธุรกิจนี้ก่อนใคร แต่ด้วยเกิดเหตุสึนามิขึ้นในปี 2547 ทุกอย่างพังทลาย ความผูกพันธ์กับธุรกิจและความไม่ย่อท้อ ทำให้คุณจอนนี่และครอบครัวย้ายออกมาเช่าบ้านพักเล็ก ๆ บนเกาะภูเก็ต และเริ่มต้นธุรกิจใหม่ โดยการทำเจลาโต้รสชาติพื้นฐานด้วยเครื่องทำไอศกรีมเพียงเครื่องเดียวที่เหลืออยู่ เพื่อนำเสนอตามโรงแรมต่าง ๆ อีกครั้ง

     “ร้านเจลาโต้ที่อิตาลีมีอยู่มากมายทุกมุมเมือง เพราะผู้คนที่นั่นจะนิยมรับประทานเป็นอาหารว่าง มันหาง่ายเหมือนกับหาร้านก๋วยเตี๋ยวรับประทานในประเทศไทย แต่สำหรับเมืองท่องเที่ยวอันดามัน ที่มีผู้คนเดินทางมาจากทั่วทุกมุมโลกแล้ว ยังไม่มีใครทำธุรกิจนี้แบบจริงจัง ผมจึงเห็นว่าน่าจะเป็นช่องทางธุรกิจที่ไปได้ดีในแถบนี้”

     สำหรับความอร่อยของเจลาโต้ที่กล่าวขานโดยทั่วไป คือการมีเนื้อสัมผัสที่นุ่มลิ้น และรสชาติชัดเจนเข้มข้นสไตล์ไอศกรีมโฮมเมด ที่หลายคนบอกว่าหมายถึงการทำรับประทานเองภายในครอบครัว ส่วนผสมที่ใช้และกระบวนการผลิตจึงใส่ใจเหมือนทำให้กับสมาชิกภายในบ้านได้ลิ้มลองกัน สำหรับ ‘พลูโต’ แล้วทุกรายละเอียดเหล่านั้นก็ล้วนมีความสำคัญด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการไม่นำวัตถุสังเคราะห์ หรือวัตถุปรุงแต่งใด ๆ มาใช้ ซึ่งคุณจอนนี่บอกว่า นี่เป็นหัวใจที่ทำให้เจลาโต้อร่อยและดีต่อสุขภาพแบบแท้จริง ดังเช่นการผลิตรสวนิลา ที่จะนำวนิลาบริสุทธิ์จากธรรมชาติเป็นฝัก ๆ มาเข้าสู่กระบวนการผลิต เพื่อให้รสชาติและกลิ่นวนิลายังคงอบอวลอยู่ในปากแม้เจลาโต้จะละลายหมดแล้วก็ตาม หรือการใช้ไข่แดงสดจากฟาร์มไก่ที่มีคุณภาพ และคัดพิเศษเฉพาะตัวที่เลี้ยงด้วยข้าวโพด เพื่อให้ไข่แดงที่ได้มีสีสันสวยงาม ทำให้ได้เจลาโต้มีรสชาติและรูปลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร

ไอศกรีมอิตาเลี่ยน พลูโต


          “ผมจะทำข้อตกลงกับฟาร์มไก่ที่ทำสัญญาไว้ โดยให้เขาเลี้ยงไก่ด้วยข้าวโพด ซึ่งนั่นจะทำให้เราได้ไข่ไก่ที่มีคุณภาพและสีสันสวยงาม นำมาเป็นส่วนประกอบทำเจลาโต้ในหลายรสชาติ โดยเฉพาะถ้าเป็นรสวนิลา ที่นอกจากจะได้ความอร่อยจากไข่แล้ว ยังได้สีส้มจากไข่แดงโดยไม่ต้องใช้อย่างอื่นเจือปน...”

     “...หากเป็นรสผลไม้ สำหรับแบรนด์ ‘พลูโต’ แล้วจะมีรสชาติเข้มข้มของผลไม้ชนิดนั้น ๆ เนื่องจากส่วนผสมที่ใช้จะเป็นเนื้อผลไม้มากกว่าน้ำ รสชาติที่ได้จึงชัดเจนเหมือนรับประทานผลไม้จริง ๆ อีกอย่างเราจะทำตามจำนวนที่ลูกค้าสั่งเข้ามาเท่านั้น ทำให้ลูกค้าได้รับเจลาโต้ที่ทำสดใหม่ ๆ ทุกครั้ง”

     ส่วนที่มาของเนื้อสัมผัสที่นุ่มลิ้ม คุณจอนนี่บอกว่ามาจากทั้งการใช้ส่วนผสมที่ดี และความใส่ใจเลือกเทคโนโลยีการผลิตที่มีคุณภาพ อย่างเช่นเครื่องต้มน้ำนม เครื่องปั่นไอศกรีม และเครื่องช็อกไอศกรีม (การทำให้ไอศกรีมแข็งตัวในระยะเวลาอันสั้น) ทุกชิ้นถูกสั่งตรงมาจากประเทศอิตาลี เพื่อให้มีมาตรฐานการผลิตเฉกเช่นเดียวกับต้นตำรับเจลาโต้แบบดั้งเดิม

     “ถ้าการผลิตดี ส่วนผสมดี พวกน้ำตาล ไข่ และอื่น ๆ บาลานซ์เข้ากันหมดทุกอย่าง เจลาโต้ที่ได้จะละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน เวลารับประทานจึงรู้สึกนุ่มลิ้นเป็นพิเศษ และยังละลายช้ากว่าไอศกรีมทั่วไปอีกด้วย”

     ด้วยความใส่ใจในส่วนประกอบ วิธีการผลิตที่มีคุณภาพ และรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของสินค้าระดับพรีเมี่ยม จึงทำให้ ‘พลูโต’ กลายเป็นแบรนด์เจลาโต้ที่บรรดาเชฟโรงแรมระดับหรูบนเกาะภูเก็ตต่างยอมรับในระยะเวลารวดเร็ว คุณจอนนี่จึงเดินหน้าการสร้างสรรค์เพิ่มขึ้น ทั้งการขยายโรงงาน การเพิ่มจำนวนเครื่องจักร และการเพิ่มรสชาติที่ปัจจุบันมีให้เลือกมากถึง 74 รส

     “เราจะทำการคิดค้นผสมผสานรสชาติขึ้นตามที่มีลูกค้าสั่งเข้ามา โดยบางรายต้องการความพิเศษ คืออยากได้เจลาโต้ที่มีรสชาติไม่เหมือนใคร มีสีที่ไม่ซ้ำใคร หรือมีการผสมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงไปให้มีความแตกต่างเพิ่มมากขึ้น เราก็สามารถทำได้”

ธุรกิจไอศกรีมอิตาเลี่ยน พลูโต      ด้วยความพิเศษและแตกต่างในทุกด้าน ปัจจุบัน ‘พลูโต’ จึงเป็นบริษัทที่ผลิตและจัดส่งเจลาโต้ไปจำหน่ายตามโรงแรมต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ทั้งในพื้นที่เกาะภูเก็ตจำนวน 89 แห่ง เกาะสมุย 28 แห่ง และกรุงเทพมหานคร 19 แห่ง รวมทั้งการส่งข้ามน้ำข้ามทะเลไปไกลถึงประเทศออสเตรเลีย สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม

     “สำหรับต่างประเทศ เราทำการจัดส่งไปทางเครื่องบิน โดยก่อนเดินทางจะทำการช็อกเจลาโต้ก่อน จากนั้นจะนำไปบรรจุไว้ในกล่องที่มีน้ำแข็งแห้ง ซึ่งจะทำให้เจลาโต้สามารถอยู่ได้นานหลายชั่วโมง อย่างเวียดนามตอนนี้เราจัดส่งตรงไปจากเกาะภูเก็ต โดยมีโรงแรมที่ทำสัญญาแล้ว 3 แห่ง และอีก 14 แห่งกำลังก่อสร้างอยู่ แต่ในปีหน้าเรามีแนวคิดว่าจะไปตั้งโรงงานผลิตที่โน่น เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าในแถบนั้นได้สะดวกมากขึ้น”

     นอกจากการจัดส่งเจลาโต้ตามโรงแรมและร้านอาหารทั่วไปแล้ว ปัจจุบันคุณจอนนี่ยังมีการเปิดบริการร้านเจลาโต้ ชื่อว่า ‘พลูโต’ ตามสถานที่ต่าง ๆ ของเกาะภูเก็ตและเกาะพีพีด้วย และถึงกระนั้นคุณจอนนี่ก็ยังมีความคิดเห็นในด้านการขยายสาขาหรือการสร้างแบรนด์แฟรนไชส์ว่า สามารถทำได้ แต่ต้องอาศัยความพิถีพิถันในการรักษาคุณภาพของเจลาโต้ให้คงที่ตลอดเวลา โดยอนาคตอันใกล้คุณจอนนี่เองก็มีแผนการขยายสาขาไปยังพื้นที่ต่าง ๆ เช่นเดียวกัน

     “ผมมีแผนที่จะทำแฟรนไชส์ไปยังที่อื่น ๆ ซึ่งอาจต้องใช้เงินจำนวนหนึ่งในการเริ่มต้นทำทุกอย่าง ทั้งการโฆษณา การซื้อเครื่องจักร โดยเฉพาะตอนนี้กำลังศึกษาเครื่องทำเวเฟอร์ที่มีโลโก้ของตัวเอง เพื่อสินค้าของเราจะได้เป็นเอกลักษณ์และคุณภาพเดียวกันทั้งหมด”

ไอศกรีมอิตาเลี่ยน พลูโต      แม้ในช่วงนี้ อาจมีสายฝนโปรยลงมาสร้างความชื้นแฉะให้กับผิวทรายริมหาดขึ้นชื่อของเกาะภูเก็ตบ้างในบางวัน แต่อุณหภูมิโดยทั่วไปทั้งเกาะก็ยังคงไม่ต่ำกว่า 25 องศา ซึ่งถือว่าอากาศ ‘กำลังดี’ แล้วการพักผ่อนใดเล่าจะสู้การลิ้มลองไอศกรีมรสชาติอร่อยไปพร้อม ๆ กับการท่องเที่ยวบนเกาะที่เต็มไปด้วยกิจกรรมและวัฒนธรรมมากมาย ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวหลายคนก็คงคิดแบบนี้เช่นเดียวกัน...

มิน่าล่ะ! ‘พลูโต’ จึงเป็นไอศกรีมเจลาโต้ที่สามารถถือครองตลาด
การจำหน่ายตามโรงแรมต่าง ๆ บนเกาะภูเก็ตได้สูงสุดจวบจนขณะนี้










 เรื่องอื่น ๆ







Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
ตุลาคม 2560
  • 75 ถนนภูเก็ต : ปรัชญาปารมิตตาสูตรหฤทัยสูตร (อธิบาย 2)
  • เรื่องจากปก : ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์
  • Business : Weserve ทางเลือกใหม่ของไลฟ์สไตล์คนภูเก็ต
  • Business : ภูเก็ต... จุดหมายวัยเกษียณ
  • ห้องรับแขก : ไตรกีฬา สร้างชีวิต... ริคกี้ - เอกรัช พันธ์ทิพย์

















Copyright© 2005 - 2017 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink