สเต็กปลากะพงซอสโหระพา ณ ร้านพิมส์บิสโทรฯ
Text size:
By กองบรรณาธิการภูเก็ตบูลเลทิน
Bookmark and Share


    สำหรับสาว ๆ เราเข้าใจว่าเนื้อหนัก ๆ คงไม่ไหว เพราะไม่ว่าจะกำลังอยู่ในช่วงดูแลสุขภาพ หรือรักษาหุ่น สาว ๆ หลายคนก็มักไขว่คว้าจานเด็ดเข้ามาใกล้ตัวแบบดูดีคุณภาพมีประโยชน์กันทั้งนั้น ดังนั้นสเต็กปลาเนื้อนิ่มจานนุ่มชิ้นโต ๆ แต่เบาสบายท้อง คงเป็นตัวเลือกที่ดีทางหนึ่ง

    แต่จะให้ทานสเต็กปลาธรรมดาก็ดูจะผิดหลักการนำเสนอเมนูเด็ดของคอลัมน์เราไปสักหน่อย ฉบับนี้เราจึงภูมิใจที่เชิญคุณให้พบกับเมนูชื่อฝรั่ง แต่กลิ่นและรสชาติสไตล์ไทย คือ ‘สเต็กปลากะพงซอสโหระพา’ แห่งร้านพิมส์บิสโทร แอนด์ คาเฟ่

    คุณหนึ่ง : วศิน โกยศิริพงศ์ เจ้าของร้านพิมส์บิสโทร แอนด์ คาเฟ่ กล่าวแนะนำก่อนพาไปชิมเมนูน่าลองว่า เดิมทีร้านแห่งนี้เป็นคอฟฟี่บาร์ขนาดกะทัดรัดที่คุณหนึ่งและสามีตั้งขึ้นเพื่อรับรองนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมสวนผีเสื้อ แต่ด้วยความที่ทั้งคู่ เป็นคนชอบทำอาหารและมีเมนูรสเยี่ยมสูตรเฉพาะกันบ่อย ๆ เมื่อต้นปีที่ผ่านมาจึงเกิดแนวคิดเปิดร้านอาหารแบบเต็มตัว

    “ความตั้งใจเราอยากให้คนที่มาชมสวนผีเสื้อมีมุมรับประทานอาหารแบบสบาย ๆ สไตล์ในสวน ที่สำคัญลูกค้าภายนอกที่ไม่ซื้อบัตรชมผีเสื้อก็สามารถเข้ามารับประทานอาหารท่ามกลางธรรมชาติแบบนี้ได้เหมือนกัน”

    ไม่พูดพร่ำทำเพลงมาก เพราะพื้นที่หน้ากระดาษมีจำกัด เราจึงลากพ่อครัวฝีมือระดับพระกาฬที่กำลังวุ่นกับการสร้างสรรค์เมนูอร่อยให้คณะลูกทัวร์หลายสิบท่านมาเฉลยไขจานเด็ด ‘สเต็กปลากะพงซอสโหระพา’ ที่แค่ได้ยินชื่อก็อยากเห็นหน้าตาซะแล้ว

    เชฟนทชัย เทียมแก้ว บอกว่า จานนี้เป็นผลงานการคิดค้นของเจ้าของร้านที่เขาเองมารับช่วงต่อในการเลือกสรรค์วัตถุดิบคุณภาพให้รสเลิศของจานเด่นชัดขึ้นมา เริ่มตั้งแต่การซื้อหาปลากะพงวัยละอ่อน เนื้อสด ๆ แน่น ๆ มาเป็นตัวหลัก โดยอาศัยวิธีการสังเกตง่าย ๆ จากขนาดที่ต้องกำลังดี ไม่ใหญ่จนเกินไป ตาและเกล็ดต้องเป็นสีขาวใส ไม่ขุ่นเหลือง เพราะไม่งั้นคุณอาจจะได้ปลาแก่หรือไม่ก็ปลาเก่าไปรับประทานแน่ ๆ

    “จานนี้เราจะเน้นปลาอ่อน เป็นปลากะพงที่มีอายุไม่มากนัก ดูได้จากขนาดตัว น้ำหนักเขาจะไม่เยอะ และดูได้จากเกล็ด เกล็ดปลากะพงอ่อนจะใสขาวออกเขียวนิด ๆ ไม่เหลืองขุ่น ถ้าเหลืองขุ่นนี้จะเป็นปลาแก่ ซึ่งปลาแก่เนื้อเขาจะเหนียว เป็นเส้นชาน และรสจะหวานน้อยกว่าปลาอ่อน เลยเอามาทำเมนูสเต็กหรือเมนูย่างไม่อร่อย แต่ถ้าเป็นเมนูแกงกับต้มอันนี้ใช้ปลาแก่ก็ได้”

    เมื่อได้ปลาตามที่ต้องการแล้วก็เข้าสู่กระบวนการทำความสะอาด ซึ่งในส่วนนี้เชฟนทชัยบอกว่ามีผลทำให้รสชาติปลายังอร่อยอยู่ได้ โดยหลังจากขอดเกล็ดเรียบร้อยแล้วควรล้างน้ำสะอาดเพียงครั้งเดียว เพราะล้างหลาย ๆ ครั้งจะทำให้ปลามีกลิ่นคาวและความหวานก็จะหมดไปด้วย จากนั้นก็นำมาหมักด้วยมัสตาดเหลือง เกลือ พริกไทย และโรยแป้งสาลีนิดหน่อย เพื่อให้รสชาติซึมเข้าเนื้อ เรียบร้อยแล้วจึงย่างให้หอมกรุ่นบนเตาไฟอ่อน ๆ ดูแลระดับความร้อนไม่ให้เนื้อปลาแห้งเกรียมจนเกินไป ระหว่างนั้นก็ทำน้ำซอสโหระพากลิ่นหอม โดยการนำใบโหระพาสด ๆ มาปั่นรวมกับกระเทียม หอมใหญ่ จนละเอียดและปรุงรสเพิ่มอีกเล็กน้อย เสร็จแล้วจึงนำมาเคี่ยวให้อุ่นร้อน จากนั้นจึงราดบนตัวชิ้นปลาที่ย่างเตรียมไว้

    “ลูกค้าที่ชอบจานนี้ก็มีทั้งชาวต่างชาติและคนไทย โดยเฉพาะเด็ก ๆ และผู้หญิงจะชอบรับประทานมาก เพราะว่ารสชาติเขาจะไม่จัด ดีต่อสุขภาพ ที่สำคัญตัวซอสโหระพานี้เขาจะมีรสเปรี้ยวเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ เวลารับประทานมันจะเข้ากันดีกับเนื้อปลากะพงหวาน ๆ ได้เป็นจานอร่อยที่หลายคนมาแล้วต้องสั่ง”


    บอกกล่าวจนคนฟังน้ำลายแทบไหลทะลุออกมาขนาดนี้ จะไม่ลองชิ้มก็คงไม่ได้แล้ว...

    แรกพบสบตากับจานเด็ดที่ถูกยกมาจากในครัว ความเขียวขจีของซอสโหระพาก็เตะตากว่าใคร มอง ๆ ไปก็นึกสงสัยถึงรสชาติว่าจะมีหวาน ๆ อมเปรี้ยวได้อย่างไร เพราะดูจากสีข้น ๆ ที่ราดมานี้ออกแนวไปทางรสขม ๆ ซะมากกว่า ที่ไหนเลยเมื่อสัมผัสแล้วก็เป็นจริงดั่งเชฟกล่าว ความเปรี้ยวเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ภายในกลิ่นหอมละมุนของโหระพาใบสดนี้เข้ากันได้ดีกับรสหวานนุ่มของเนื้อปลากะพงจริง ๆ ทั้งกลิ่นทั้งรสที่ผ่านเข้าไปในกระพุ้งแก้มต่างไม่ยอมกัน แต่ละฝ่ายพยายามแสดงอิทธิฤทธิ์ความเด่นชัดของตัวตนออกมาอย่างครื้นเครง ซึ่งก็น่าแปลกที่ดันเข้ากันได้ดีอย่างกลมกล่อม ชนิดที่เรียกว่าเกิดมาคู่กันจริง ๆ

    ไม่เพียงแค่นั้น เพราะถ้าระหว่างรับประทานอาหารรสเยี่ยม แล้วคุณรู้สึกกระหายอยากจิบน้ำผลไม้เย็น ๆ ที่ร้านพิมส์บิสโทร แอนด์ คาเฟ่ ก็มีให้บริการ โดยเป็นน้ำผลไม้คั้นสดที่คุณหนึ่งบอกรสเลิศไม่เหมือนใครและมีให้เลือกมาถึง 8 ชนิด

    “เครื่องดื่มเด่น ๆ เราจะมีอยู่หลายเมนูเหมือนกัน โดยเฉพาะคอฟฟี่เบอรี่ กาแฟที่ผสมผสานความอร่อยด้วยชั้นแยมสตอเบอรี่สีชมพูสด ซึ่งมีรสชาติและลุคเหมือนกับน้องพิมส์ (ลูกสาว) เจ้าของชื่อร้านพิมส์บิสโทร แอนด์ คาเฟ่ รวมถึงน้ำผลไม้ที่เราทำขึ้นมาเอง เป็นแบรนด์ Pim’s Juice โดยตอนแรกก็ผลิตขึ้นเพื่อให้บริการกับลูกค้าและผู้ที่เข้ามาเที่ยวชมสวนผีเสื้อ หลัง ๆ เราก็เริ่มออกวางจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไปบ้างแล้ว”

    อิ่มหนำกับอาหารจานเลิศรสชาติเยี่ยม พร้อมสำราญกับบรรยากาศธรรมชาติท่ามกลางต้นไม้ใหญ่และเสียงจั๊กจั่นเรไรที่ดังระงมไปทั่วทั้งแถบกันเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลากลับ

    งานนี้นอกจากความสุขใจสุขกายแล้ว เรายังได้สุขภาพดีติดตัวไปด้วยจริง ๆ

ร้านพิมส์บิสโทร แอนด์ คาเฟ่
เปิดบริการ 09.00-17.00 น.
สวนผีเสื้อและโลกแมลงภูเก็ต 71/6 ม. 5 ซ. พะเนียง ถ. เยาวราช ต. รัษฎา
อ. เมือง จ. ภูเก็ต 83000 โทร. 0 7621 0861





 เรื่องอื่น ๆ







Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
ตุลาคม 2560
  • 75 ถนนภูเก็ต : ปรัชญาปารมิตตาสูตรหฤทัยสูตร (อธิบาย 2)
  • เรื่องจากปก : ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์
  • Business : Weserve ทางเลือกใหม่ของไลฟ์สไตล์คนภูเก็ต
  • Business : ภูเก็ต... จุดหมายวัยเกษียณ
  • ห้องรับแขก : ไตรกีฬา สร้างชีวิต... ริคกี้ - เอกรัช พันธ์ทิพย์

















Copyright© 2005 - 2017 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink