เปิดสำรับ กับข้าวเจ แบบภูเก็ต
Text size:
By พะโล้
Bookmark and Share

เต้ากั้วทอด, อาหารเจกำลังอยู่ในช่วงประเพณีถือศีลกินผัก จ. ภูเก็ต อยู่พอดิบพอดี คงไม่มีอะไรอินเทรนด์ไปกว่าอาหารเจอีกแล้ว ยิ่งช่วงนี้นึกอยากกินอาหารเจที่ไหน ก็มีขายกันทั่วทุกมุมเมือง แล้วบรรดาคนทำอาหารขาย ก็ช่างสร้างสรรค์กันเหลือเกิน ทั้งหมู เห็ด เป็ด ไก่ กุ้ง หอย ปู ปลา เจ เขาทำออกมาเหมือนของจริง และรสชาติก็ไม่ต่างกันสักเท่าไร เรียกว่าอิ่มท้องกันแบบสบายใจกันไปเลย

แต่ก็ยังมีหลายฝ่ายบอกว่า อาหารเจที่ถูกหลักนั้นจะไม่มีการปรุงแต่งหน้าตาเหมือนสมัยนี้ นัยว่าเพื่อรักษาจิตใจให้บริสุทธิ์จริงๆ ไม่ต้องกินไปนึกไปว่าเรากำลังกินสัตว์อะไร แล้วรู้มั้ยคะ อาหารของคนภูเก็ตสมัยก่อน ก็เข้าข่ายฝ่ายนี้เหมือนกัน

อาม่าของฉันซึ่งเป็นคนจีนฮกเกี้ยนแท้ๆ แต่อยู่ภูเก็ตตั้งแต่เกิด ต้นตำรับกับข้าวท้องถิ่นคนหนึ่งเล่าว่า คนจีนในภูเก็ตดั้งเดิมเขาเรียกช่วงกินเจด้วยภาษาจีนฮกเกี้ยนว่า “เจี้ยะฉ่าย” ซึ่งถ้าเรียกตามภาษาไทยก็คือกินผัก นั่นเอง เพราะอาหารที่ทำกินกันช่วงนี้มีผักเป็นหลัก รองลงมาก็คือพวกเต้าหู้แบบต่างๆ ซึ่งมีแค่สองอย่างนี้คนภูเก็ตเขาก็อิ่มกันไปได้จนครบ 9 วัน สบายแบบไม่มีหิว ซึ่งอาม่าเต็มใจให้รายชื่ออาหารมาเยอะเหลือเกิน ฉันเลยยกมาบอกกัน 5 อย่างคือ คือ ยำเต้าหู้ขาว ยำเต้าหยู (ยำเต้าหู้ยี้) อาจาด เต้ากั้วทอด ( เต้าหู้เหลืองทอด) และแกงจืดเต๊กกากี่ (แกงจืดฟองเต้าหู้)

เห็นหลายอย่างแบบนี้ ลองทำจริงๆ รับรองไม่ถึงชั่วโมงก็ได้อิ่มท้อง แค่ไปตลาดซื้อเต้าหู้ขาวสักก้อน ก้อนละ 5 บาท เอามาต้มในน้ำพอเดือด ยกใส่จานปรุงรสด้วยเต้าเจี้ยว มะนาว และหั่นพริกลงไปคลุก แค่นี้ก็ได้ยำเต้าหู้ขาว กินอร่อยๆ กับข้าวสวยก็ได้ ข้าวต้มก็ดี หรือไปซื้อเต้าหยูเป็นขวดมาไม่กี่บาท มาทำยำเต้าหู้ยี้ ตักออกมาเป็นก้อน บีบให้ร่วน คลุกกับน้ำนิดหน่อย ใส่ถั่วใต้ดิน (ถั่วลิสง) คั่วที่บดหยาบๆ เพื่อเพิ่มความหอม ใส่พริกสดหั่น แล้วปรุงรสตามใจชอบ ทานต่างเป็นน้ำพริก กินกับผักบุ้งลวก ถั่วพลูและแตงกวา หรือผักอื่นก็ได้

รายการต่อมาเต้ากั้วทอด นี่ก็ง่ายแสนง่าย เพียงซื้อเต้าหู้แข็งสีเหลืองสักก้อนมาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วทอด พอสุกก็กินได้แล้ว จะกินกับข้าวเลยหรือจะกินกับน้ำจิ้มเป็นของว่างก็ได้ ส่วนแกงจืดเต๊กกากี่ ก็เอาเต๊กกากี่มาแช่น้ำให้พอง ตัดเป็นชิ้นๆ หั่นขี้พร้า ( ฟักเขียว ) เป็นชิ้นใหญ่พอประมาณ ตั้งน้ำให้เดือด หยอดน้ำมันลงไปเล็กน้อย ปรุงรสตามใจชอบ แล้วใส่ขี้พร้าต้มจนนิ่ม ก่อนยกลง ใส่เต๊กกากี่ลงไป หรือจะเพิ่มวุ้นเส้นลงไป ตอนสุดท้ายก็ได้

เต้าหู้ขาว,เต้าหู้ยี้, อาหารเจสุดท้าย อาจาด อันนี้ของเด็ด ตอนแรกเอาพริกแห้งพอประมาณลงครก ตำให้พอละเอียด ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาล เสร็จแล้วเอาไปตั้งกระทะ ใส่หัวกะทิลงไป เคี่ยวไปเรื่อยๆ จนแตกมัน แล้วใส่หางกะทิลงไป ตามด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำตาล ชิมรสตามใจชอบ ต่อด้วยงาและถั่วใต้ดินบด สุดท้ายใส่ผักบุ้งหั่นเป็นชิ้นๆ ถั่วฝักยาวหั่นเป็นท่อน และแตงกวาหั่นเป็นชิ้นเล็ก กินกับข้าวสวย ได้รสเปรี้ยว เค็ม มัน หอมถั่ว หอมงา

เมนูของอาม่ายังมีอีกเยอะ อาทิ หมี่เจ จับฉ่าย ห่อหมก ผัดน้ำเต้า ( ฟักทอง) ผัดถั่วฝักยาว ผัดผักบุ้ง ผัดถั่วงอก ฯ เห็นกันหรือยังคะ ว่าคนภูเก็ตสมัยก่อนเขากินเจกันง่ายจริงๆ ไม่ผัก เต้าหู้ ก็ถั่ว ก็งา ที่เขียนมานี้ไม่ใช่จะต่อต้านอาหารเจสมัยนี้ แต่อยากจะให้หลายๆ คนได้ลองทบทวนกันดูว่า กินเจทั้งทีนั้น เราได้งดเนื้อสัตว์ทั้งทางกายและใจหรือเปล่า เท่านั้นเอง




 เรื่องอื่น ๆ




คนภูเก็ต
16 ตุลาคม 53 14:54
สูตรอาหาร - อาจาด เกลือใส่ไม่ได้น่ะค่ะ เพราะว่า เกลือมาจากทะเล คาว ค่ะ
1




Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
พฤศจิกายน 2557
  • 75 ถนนภูเก็ต : พระบรมสารีริกธาตุ : บุญบารมีของ ร.5 (จาก กบิลพัสดุ์ ถึง สุวรรณบรรพต สู่ วัดนิตไทยจิ)
  • เรื่องจากปก : ภานุเกศร์ - สุวภัทร เริงการ สองผู้บริหารแห่ง "ภูเก็ตคอนกรีต 2007"
  • ห้องรับแขก : จากเด็กมีฝันคนตะกั่วป่า... สู่ช่างแต่งหน้า แถวหน้าของเมืองไทย
  • PHUKET"S NEXT GEN : Frozen PIDA... เวทีท้าอนาคตดารารุ่นเยาว์ชาวภูเก็ต
  • ธุรกิจการท่องเที่ยว : หลงรักตาชัย... ไปกับ Love Andaman

















Copyright© 2005 - 2014 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink