Wall bearing ทางเลือกหนึ่งของการก่อสร้างที่ไร้ขีดจำกัด
Text size:
By กองบรรณาธิการภูเก็ตบูลเลทิน
Bookmark and Share


    Wall bearing หรือ ผนังรับแรง คือ การออกแบบโครงสร้างตัวอาคาร โดยให้ผนังเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กแทนการก่ออิฐฉาบปูนในแบบเดิม และผนังในส่วนนี้จะทำหน้าที่รับแรงในแนวดิ่ง ซึ่งนั้นก็หมายถึงว่า ภายในตัวอาคารจะปราศจากเสาและคานนั่นเอง สำหรับพื้นที่บ้านเรา ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หลายแห่ง ก็เริ่มมีการยอมรับและเรียกหาเทคโนโลยีนี้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งบริษัทหนึ่งที่กลายเป็นทางเลือกอันดับต้น ๆ ก็คือ บริษัทโมเดิร์น วอลล์ จำกัด ที่นำทีมโดยคุณไวยวิทย์ เอี่ยวภู่ กรรมการผู้จัดการ

    คุณไวยวิทย์ เริ่มต้นเล่าที่มาของการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ เนื่องจากเป็นการต่อยอดธุรกิจเดิมของครอบครัวในเครือฉลองคอนกรีต และต้องการแก้ปัญหาที่มักเกิดขึ้นกับผู้รับเหมาก่อสร้างทั่วไป ทั้งเรื่องแรงงานที่ต้องใช้จำนวนมาก การทำงานที่ล้าช้า และราคาวัสดุก่อสร้างที่มีการผันผวนตลอดเวลา ซึ่งระบบ Wall bearing สามารถตอบโจทย์ทั้งหมดได้ เนื่องจาก Wall bearing เป็นรูปแบบการก่อสร้างระบบสำเร็จรูป ที่เริ่มต้นจากการนำแบบอาคารที่ต้องการก่อสร้างมาเข้าสู่โปรแกรมการถอดแบบ ลองนึกภาพง่าย ๆ ก็คล้ายกับการที่เรานำตัวโมเดลบ้านมาถอดผนัง หลังคา พื้น หรือส่วนประกอบต่าง ๆ ออกมาเป็นชิ้น ๆ นั่นแหละ ซึ่งเมื่อถูกถอดแบบออกมาแล้ว ระบบจะส่งต่อไปยังการหล่อชิ้นส่วนทุกชิ้นทันที โดยจะทำการหล่อคอนกรีตในขนาดที่เท่าและเหมือนจริงทุกประการ คือ ต้นแบบจะมีการวางระบบท่อ ระบบไฟ หรือกำหนดจุดที่เอื้อต่อการตกแต่งภายในอย่างไร ระบบจะทำการหล่อคอนกรีตตามจริง โดยมีการวางท่อ และเว้นช่องจุดต่าง ๆ ไว้ให้แล้วเสร็จ โดยไม่ต้องมาทำการติดตั้งภายหลัง

    จากนั้นเมื่อได้ชิ้นส่วนครบสมบูรณ์ทุกชิ้นก็จะมีการขนไปประกอบ ณ สถานที่ก่อสร้างจริง ซึ่งก็คล้ายกับการต่อเลโก้ คือ เริ่มติดตั้งจากชั้นล่างขึ้นไปชั้นที่สอง บันได เก็บรอยต่อของผนังก็เป็นอันเสร็จสิ้น ส่วนหลังคาก็ดำเนินการเช่นเดียวกันกับการก่อสร้างระบบปกติ ขณะเดียวกันงานตกแต่งพื้นผิว ปูกระเบื้อง ประตูหน้าต่าง ก็สามารถเริ่มได้ในเวลาไล่เลี่ยกัน ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดจะใช้ระยะเวลาน้อยกว่าการก่อสร้างในรูปแบบเดิม ๆ ถึง 3 เท่า

    คุณพาณิช เพรียวพานิช ผู้อำนวยการฯ ยกตัวอย่างงานที่ ‘โมเดิร์นวอลล์’ เพิ่งพิสูจน์ฝีมือกันไปเมื่อไม่นานมานี้ คือ การก่อสร้างโรงแรมไนยาง บีช รีสอร์ท จำนวน 72 ห้อง ซึ่งใช้ระยะเวลาในส่วนโครงสร้าง 3 เดือน และใช้คนทำงานเพียง 6 คนเท่านั้น น่าสนใจขึ้นมาทีเดียว...เพราะการก่อสร้างที่มีการจ้างคนงานจำนวนเยอะ ๆ และใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างที่นานเกินไป มักจะนำมาซึ่งปัญหาต่าง ๆ มากมาย ทั้งความแออัดของแค้มป์คนงานที่ขาดสุขอนามัยที่ดี สิ่งแวดล้อมย้ำแย่ และงบประมาณการก่อสร้างที่บานปลาย

    การนำบ้าน หรืออาคารที่ก่อสร้างด้วยระบบ Wall bearing มาเปรียบเทียบกับการก่ออิฐฉาบปูนทั่วไปพบว่า ระบบโครงสร้าง Wall bearing จะมีความแข็งแรงกว่าระบบก่ออิฐฉาบปูนทั่วไป เนื่องจากวัสดุทำด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กที่ผ่านการควบคุมการผลิตที่มีคุณภาพทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การขนส่ง และการติดตั้ง ซึ่งจะแตกต่างจากการก่อสร้างเดิมที่คุณสมบัติวัสดุมีความแตกต่างกัน (อิฐและปูนฉาบ) วัสดุที่ใช้มีคุณภาพที่ด้อยกว่าคอนกรีต ฝีมือแรงงานไม่คงที่ รวมทั้งการควบคุมคุณภาพงานก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของช่างและผู้ควบคุมงานแต่ละคน ดังนั้นโอกาสที่ผนังจะเกิดการแตกร้าวตามผิวด้านนอก จึงมีมากกว่าระบบ Wall bearing

    นอกจากนี้ด้วยตัวคอนกรีตที่รวมผสานจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน และเทคนิคการกระจายน้ำหนัก ทำให้ Wall bearing มีความคงทนเป็นพิเศษ ดังนั้นจึงสามารถทำหน้าที่รับแรงในแนวดิ่งแทนการใช้เสาและคานในแบบเดิมได้ ซึ่งการปราศจากเสาและคาน ในด้านการออกแบบและตกแต่งภายใน (Interior Decoration Design) ถือเป็นการปลดแอกด้านความคิดพอสมควร เนื่องจากไม่มีเสาบ้านตามแนวผนังและมุมห้อง ทำให้สามารถดำเนินการใช้พื้นที่ติดตั้งอุปกรณ์ หรือเฟอร์นิเจอร์ได้ตลอดแนว การออกแบบตกแต่งภายในมีข้อจำกัดน้อยลง เป็นการตอบสนองความต้องการและใช้พื้นที่ของตัวบ้านได้คุ้มค่ามากที่สุด

    สุดท้ายก็มาดูเรื่องข้อจำกัดในการใช้ระบบ Wall bearing กันบ้าง คุณไวยวิทย์ อธิบายว่า “ไม่ได้เป็นข้อจำกัดจากระบบโดยตรง แต่กลับอยู่ที่ระบบการขนส่งบ้านเราที่ขณะนี้ยังคงหาพาหนะขนาดใหญ่มาขนถ่ายผนังน้ำหนักหลายสิบตันไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ได้ยาก ดังนั้นหากสนใจระบบ Wall bearing อาจต้องมีการพูดคุยเรื่องขนาดและสถานที่ก่อสร้างของโครงการอย่างรายละเอียด เพื่อให้อาคารสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม มีความแข็งแรง และสวยงามตามแบบที่วางไว้” ด้วยคุณสมบัติที่ครบครัน ทั้งความคงทนของคอนกรีต อิสระในการออกแบบโครงสร้างที่ปราศจากเสาและคาน การประหยัดคนงานและร่นระยะเวลาในการก่อสร้าง รวมทั้งการควบคุมงบประมาณได้อย่างชัดเจน ทำให้ระบบ Wall bearing สามารถตอบโจทย์ผู้บริหารยุคใหม่ที่ต้องการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หรือ Property ต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี และนี่ คือ อีกทางเลือกหนึ่งของการก่อสร้างที่ไร้ขีดจำกัด





 เรื่องอื่น ๆ




mam
23 พฤษภาคม 54 13:46
ขอความรู้หน่อยค่ะ เมื่อทำผนังรับแรงแล้ว วิธีถ่ายแรงผนัง สูง 4 ชั้น ลงที่คานตัวล่างสุดก่อน ฐานราก คิดอย่างไรคะ ขอขอบคุณค่ะ
1

tewtaz
5 มกราคม 55 22:40
Wall bearing คืออะไรครับ และมีความพิเศษยังไงครับ ช่วยตอบหน่อยครับ ขอบคุณครับ
2

รหัส
2 มิถุนายน 55 9:30:
เค้าไม่ตอบหรอก อย่าไปถามเลย
3

รหัส
2 มิถุนายน 55 9:33:
ระบบนี้ไม่เหมากับอาคารขนาดใหญ่ ไม่สามรถทนต่อแรงแผ่นดินใหวได้ เพราะโครงสร้างไม่สามารให้ตัวได้ เหมาะกับอาคารขนาดเล็กเช่นบ้านเท่านั้น
4




Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
เมษายน 2561
  • 75 ถนนภูเก็ต : การเสด็จมาของ "พระมหาโพธิสัตต์" บนเกาะภูเก็ต
  • เรื่องจากปก : หุ่นสายภูเก็จ กับความภูมิใจสู่เวทีหุ่นโลก
  • Business : About BEฟินดี๊ดี ทั้งซีฟู้ดและของหวาน
  • Business : เติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุข… ที่ Dolphins Bay Phuket
  • ห้องรับแขก : ปลูกวัคซีนให้ชีวิต กับ พระอาจารย์อานนท์ อัมมโร

















Copyright© 2005 - 2018 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink